สวัสดีค่า วันนี้เราจะมารีวิว ทริปไฟไหม้ ไปเที่ยวเกาหลีและโซลกัน หน้าซากุระ ถ้าซากุระต้องนึกถึงญี่ปุ่น แต่ใครจะคิดว่าเกาหลีเขาก็มีซากุระเหมือนกัน สำหรับใครที่คิดว่ามีงบไม่พอบินไปญี่ปุ่น เกาหลีก็เป็นอีกทางเลือกนึงเลยนะ เรารู้สึกว่าไปเกาหลีกับทัวร์ราคาดีกว่าไปเอง แค่ราคาตั๋วก็ไม่ได้แล้ว แต่ต้องอดทนไปพวกโสมเกาหลี ร้านเครื่องสำอางบ้าง ที่เที่ยวบางที่ไม่ได้ตรงใจเราทุกที่ ยอมคะ เพื่อทริปที่ประหยัดขึ้น หลายๆคน อาจจะไม่เชื่อใจพวกจองตั๋วพวกทัวร์ ก่อนจองต้องเช็คดูให้ดี อย่าไปกลัวค่า จะเที่ยวทั้งที่ต้องใจเด็ดสักหน่อย ขอออกตัวก่อนน๊า เรามา Review เพราะเราประทับใจในทริปนี้มากๆเลยจ้า ปกติเราจะเป็นทำทริปเอง แบบพวก Backpack มากกว่า ช่วงแรกที่เราแผนจะไปเที่ยว เราก็ดูอยู่บ่อยๆเมื่อไรโปรจะมา ไม่ได้จอง รอมาเรื่อยๆ อิอิ จนโปรมาถึง โย้ววววววววว จัดเลยค่า 8990 + ทริปไกด์ 700 บาท รวดเดียวจบ !!!
มาดูรายการเที่ยวกันดีกว่า ว่า โปรนี้ได้ไปไหนบ้าง ทริปยอดฮิตที่ทัวร์พาไป
วันที่1 กรุงเทพฯ – อินชอน (ประเทศเกาหลีใต้)
วันที่2 อินชอน – หมู่บ้านเจ้าชายน้อย (La Petite France) – เกาะนามิ
วันที่3 วัดเราวูจองซา – สวนสนุก LOTTLE WORLD– Trick eye - Ice Museum – ช้อปปิงย่านดง (ฮงแด) – ตลาดเมียงดง
วันที่4 ศูนย์โสม – น้ำมันสนเข็มแดง – Cosmetic Gallery – พระราชวังเคียงบ๊อค -หมู่บ้านบุกชอนฮันอก -ดิวตี้ฟรี– คลองชองเกชอน - ชม Cat Drum- Seoul Tower
วันที่5 Herb Center – Amethyst - ร้านค้าสนามบินละลายเงินวอน – กรุงเทพฯ
วันที่ 1 เกรินกันนานแล้ว ถึงวันเดินทางแล้วคะ

เราก็มารอพี่ๆ ทัวร์ตั้งแต่ 2 ทุ่ม โนววว ไม่มีใครมาเลย โดนหลอกปะเนี่ย ก็เลยไปกินข้าวรอก่อน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 21.30 น. พี่ๆพนักงานนัดเวลานี้ แต่ออกเดินทาง 01.30 น. รอนานสุดๆเลยคะ พี่ทัวร์ ก็เก็บพวกค่าทริปไกด์กับให้เราเอากระเป๋ามาเรียงเป็นแถวยาวๆรอCheck In ใช้เวลาไม่นานคะ นอกจากนี้ ก็แจกเอกสารต่างๆ ตารางการเดินทาง กับพวก ใบ ตม มีลูกอมให้ด้วยคะ สบายมว๊ากกกกก ไม่ต้องทำเองสักอย่างปกติเราจะเป็นคนทำให้เพื่อนๆซะส่วนมากกก

ได้เอกสารกันครบแล้ว ผ่านตม เดินเล่นกันใน duty free แต่ค่อนข้างเงียบนะ เพราะแบบดึกมากแล้ว เราก็เลยเดินไป Gate เลย ค่อนข้างไกลมากเป็นพิเศษ แต่เดียวก่อน ทางสายการบินประกาศว่า สภาพอากาศไม่เป็นใจ เราต้องรอเพิ่มอีกชั่วโมงนึง


ไปหาอะไรกินรองท้องกันหน่อยดีกว่าเนอะ แอนตี้แอนด์ ตอน ตีสอง ให้ทายน้ำหนักจะขึ้นกี่โล TT

รอกันไปอีกชั่วโมงบางคนก็ง่วงมากก็นอนรอ ณ เวลา 02.30 ก็ถึงเวลาขึ้นเครื่องจิงๆสักที ไปกันเลยยยยย

สายการบิน เช่าเหมาลำ เป็น Full service มีผ้าห่ม กับหมอนให้ด้วยสบายสุดๆเลยคะ ที่นั่งกว้าง กว่า AirAsia มีอาหารว่างเป็นพวกแซนวิชและน้ำส้มหรือน้ำอัดลม ถ้าหิวขอพี่ๆแอร์ได้
วันที่ 2 เริ่มต้นเช้าที่สดใส ผ่านตมแบบตื่นเต้นเล็กน้อย
นอนไปประมาณ สามชั่วโมงพี่ๆก็แจกอาหารเช้า มีให้เลือกสองเซต เป็นเซตอาหารเช้า มีปลาและหมูคะ เราเลือกเป็นไก่ กับน้ำโค๊ก อ้วนกันแต่เช้า ณ สนามบิน อินชอน ประเทศเกาหลีใต้ เวลา 09.30 น. เดินผ่านตมแบบสบายๆ เรามาเที่ยวเนอะ จะต้องกลัวอะไร แต่งตัวให้ดี ทำตัวให้นิ่ง อย่าไปกลัว ( เตรียมเอกสารให้พร้อม เอาไปเผื่อไว้ เช่น เอกสารการทำงาน หรือ transcript เอกสารยืนยันว่าเราจะกลับประเทศเราแน่นอน)

ผ่าน ตม เรียบร้อย ไปเอากระเป๋าพร้อมออกไปเที่ยวกัน เราก็ล้างหน้า เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย จะได้สดชื่น อย่าลืมปรับนาฬึกาให้เรียบร้อยนะจ้ะ เวลาเกาหลีเร็วกว่าไทยสองชั่วโมง


พี่ๆไกด์ของเราก็พาเราเดินทางออกจากสนามบิน

เพื่อมุ่งสู่เกาะนามิ ที่แรกที่เราจะไปเยือนกันน๊า ตลอดทั้งทริปเราจะเดินทางด้วยรถบัสคันนี้นะคะ พี่คนขับรถน่ารักมากคะ มีการเอาอิฐบลอคมาวาง กลัวพวกเราจะก้าวขาไม่ถึง 5555 ไม่ได้ว่าใครเตี้ยเลยน๊า พอขึ้นเสร็จ ก็แนะนำพี่ไกด์ของเรา พร้อมออกเดินทางแล้วคะ มุ่งหน้าไปนามิ หลับพักเอาแรงกันสักชั่วโมง

ก่อนเราจะไปลงเรือนามิ เราแวะกินข้าวกันก่อน มื้อแรกเราจะรับประทาน ทักคัลบี มาดูกันว่ารสชาติจะเหมือนที่ สยามหรือป่าวฝนก็ตกไม่หยุดคะ หน้าร้านทักคัลบี ที่เราไปรับประทานอาหารกลางวัน

หน้าตาอาหาร ก่อนผัดและหลังผัด

รูปน่ากินขนาดนี้ รสชาติจะขนาดไหนนน ฟินคร่า ^^ หลังรับประทานอาหารเสร็จเราก็มุ่งหน้าสู่เกาะนามิเพื่อไปหาเบยองจุนกัน

ช่วงที่เราไปฝนดันตกตลอดทางทำให้หมอกลงจัด มองไม่ค่อยเห็นอะไรเท่าไร



ใช้เวลาในเกาะนามิประมาณ ชั่วโมง เดินถ่ายภาพเพลิน อากาศกำลังดี ประมาณ สิบองศา

มีของแนะนำในเกานามิ คือ ซาลาเปาถั่วแดง ลูกละ 1000 วอน หรือประมาณ 30 บาท

ไส้กรอก 2000 วอนหรือ 60 บาท ไส้กรอกอร่อยมากเนื้อแน่นๆ

ก่อนออกจากนามิ ขอลิ้มลอง นมกล้วยกันสักนิด ที่นี่ขายขวดละ 1300 วอน ถ้าจะให้ถูกต้อง1000วอน
รสชาติคล้าย โฟร์โมตนมกล้วยบ้านเรา เราว่ามันใช้ได้นะ แต่ขวดใหญ่ไปหน่อยกินหมดแล้วมันเลี่ยนๆ

ออกจากนามิมุ่งสู่หมู่บ้านเจ้าชายน้อย หมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านเล็กๆที่คล้ายๆโปริโอ เขาใหญ่ แต่เล็กกว่า หน้าทางเข้าหมู่บ้านเจ้าชายน้อย

ภายในบริเวณหมู่บ้านเจ้าชายน้อย

หลังจากนั่น ก็ไปรับประทานอาหารเย็น เป็น หมูย่างเกาหลี เราไม่ทานอาหารเย็นเลยไม่ได้ลิ้มลองของอร่อยแต่ทุกคนบอกว่าอร่อยยยย อิจฉามากเลย หมูชิ้นใหญ่มากๆเลย น้ำลายจะไหล ไม่ได้กิน กลืนน้ำลายแปบคะ มีเครื่องเคียง ให้ปกติ กิมจิ ซุปสาหร่าย ผักดองหลายชนิดกินแก้เลี่ยน

ตบท้ายด้วย ส้ม เป็นของหวาน อันนี้ได้ชิม เปรี้ยวๆหวานใช้ได้เลย ในร้านอาหารข้างๆจะมีร้านขายของที่ระลึก ราคาไม่แพงมาก ใช้ได้เลยของมีแต่น่ารักๆ ถ้าใครมีโอกาสก็อย่าลืมไปอุดหนุนอาจุมม่านะคะ คุณป้าใจดีมากแถมของเยอะมาก แถมพูดไทยชัดอีกตั้งหาก 55555+ รับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อย (ไม่ได้กิน) หนังตาเริ่มจะปิด วันนี้พอแค่นี้

เข้าที่พักเอาแรงกันดีกว่า โรงแรมที่เราจะไปพักมีชือว่า BELL HOTEL ห้องพักสวยมาก ชอบห้องน้ำ อ่างใหญ่ดี หรูหรา มีครบทุกอย่าง ไฮเทคเว่อร์ รีโมตอันเดียวคุมมันทุกอย่าง ประเด็นคือเปิดไม่เป็นคะ 555+ ไปนอนพักเอาแรงก่อนน๊า เจอกันใหม่ วันพรุ่งนี้
วันที่ 3 ของการเดินทาง

ตื่นแต่เช้าเลย เก็บของใส่กระเป๋าวันนี้เราจะไปพักกันที่กลางกรุงโซล ย่านคนรวยในกังนัม หรือคังนัม
ข้อดีของทริปนี้คือทุกคนในทริปรู้จักเวลาไม่มีคนสายเลยคะ เป็นตัวอย่างหนึ่งที่ทุกคนควรเอาตัวอย่างมากๆเลย เอากระเป๋าลงมาข้างล่าง แล้วไปรับประทานอาหารกัน ห้องอาหารเล็กๆน่ารักดีคะ อาหารส่วนมากจะเป็นไส้กรอก ไข่รวน ข้าวพัด กิมจิ ขนมปัง เกียวซ่า มีกล้วยแล้วก็ชากาแฟ ที่ให้บริการ
หลังรับประทานอาหารเสร็จก็ออกมาสำรวจนอกโรงแรมมีอะไรบ้าง ย่านที่เราพักเป็นย่านที่มีบริษัทเยอะคะ ส่วนมากเขาจะขี่จักรยานมาทำงานกัน


เดินไปเรื่อยๆ เจอร้าน ตอกโปกกี ขอลองหน่อยจะเหมือนที่เห็นใน series หรือป่าว โหววว นิมันแป้งนิน๊า ไม่ใช่แนวเลย กินไปสองสามคำไม่ไหวเลย ทิ้ง!

ที่แรกของวันที่สามคือ วัดเราวูจองชา เป็นวันพุทธที่อยู่ในเกาหลี พี่ไกด์บอกว่าคนเกาหลี 80 เปอร์เซนเขาไม่นับถือศาสนากัน ทำให้ ไม่มีคนใส่บาตร เลยต้องมีการเตรียมอาหารภายในวัดเอง วัดนี้เป็นวัดที่มีเศียรที่ใหญ่มาก เขากำลังหาทุนจะสร้างบริเวณองค์ ทำบุญเพื่อเป็นศิริมงคลกับครอบครัว


ที่สักการะบูชา จะอยู่ด้านบนภูเขา ส่วนมากพี่ๆป้าๆ เขาจะไม่เดินขึ้นไปเนื่องจากฝนตก แต่เรากะน้องยังวัยรุ่นอยู่ เลยเดินขึ้นเขา ไปไหว้พระนิแค่ทางขึ้นเท่านั่น เห็นแล้วยังเหนื่อยเลยคะ

ไม่แน่ใจว่าทำไมเขานิยม ตั้งหินกัน ไม่รู้เหมือนกัน

ไหว้พระขอพรกันเสร็จ ไปต่อสวรรค์ของเด็กๆ และวัยรุ่น นั่นก็คือ LOTTE WORLD สวนสนุกในร่มที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี เขาแบ่งเป็นสองโซน คือโซน กลางแจ้ง กับในร่ม (ที่เลือกที่นี่เพราะเคยไป Everland มาแล้ว)

สาวๆ นักเรียน เขาชอบแต่งชุดนักเรียนเดินเที่ยวกัน


ส่วนในร่ม จะเป็นพวก โชว์ต่างๆ น่ารัก สำหรับเด็กๆ มีขบวนพาเลทด้วย
[CR] พาน้องสาวไปตามหาโอปป้า เที่ยวเกาหลีใต้ 5 วัน 3 คืน + วัน Extra 8990 บาท
สวัสดีค่า วันนี้เราจะมารีวิว ทริปไฟไหม้ ไปเที่ยวเกาหลีและโซลกัน หน้าซากุระ ถ้าซากุระต้องนึกถึงญี่ปุ่น แต่ใครจะคิดว่าเกาหลีเขาก็มีซากุระเหมือนกัน สำหรับใครที่คิดว่ามีงบไม่พอบินไปญี่ปุ่น เกาหลีก็เป็นอีกทางเลือกนึงเลยนะ เรารู้สึกว่าไปเกาหลีกับทัวร์ราคาดีกว่าไปเอง แค่ราคาตั๋วก็ไม่ได้แล้ว แต่ต้องอดทนไปพวกโสมเกาหลี ร้านเครื่องสำอางบ้าง ที่เที่ยวบางที่ไม่ได้ตรงใจเราทุกที่ ยอมคะ เพื่อทริปที่ประหยัดขึ้น หลายๆคน อาจจะไม่เชื่อใจพวกจองตั๋วพวกทัวร์ ก่อนจองต้องเช็คดูให้ดี อย่าไปกลัวค่า จะเที่ยวทั้งที่ต้องใจเด็ดสักหน่อย ขอออกตัวก่อนน๊า เรามา Review เพราะเราประทับใจในทริปนี้มากๆเลยจ้า ปกติเราจะเป็นทำทริปเอง แบบพวก Backpack มากกว่า ช่วงแรกที่เราแผนจะไปเที่ยว เราก็ดูอยู่บ่อยๆเมื่อไรโปรจะมา ไม่ได้จอง รอมาเรื่อยๆ อิอิ จนโปรมาถึง โย้ววววววววว จัดเลยค่า 8990 + ทริปไกด์ 700 บาท รวดเดียวจบ !!!
มาดูรายการเที่ยวกันดีกว่า ว่า โปรนี้ได้ไปไหนบ้าง ทริปยอดฮิตที่ทัวร์พาไป
วันที่1 กรุงเทพฯ – อินชอน (ประเทศเกาหลีใต้)
วันที่2 อินชอน – หมู่บ้านเจ้าชายน้อย (La Petite France) – เกาะนามิ
วันที่3 วัดเราวูจองซา – สวนสนุก LOTTLE WORLD– Trick eye - Ice Museum – ช้อปปิงย่านดง (ฮงแด) – ตลาดเมียงดง
วันที่4 ศูนย์โสม – น้ำมันสนเข็มแดง – Cosmetic Gallery – พระราชวังเคียงบ๊อค -หมู่บ้านบุกชอนฮันอก -ดิวตี้ฟรี– คลองชองเกชอน - ชม Cat Drum- Seoul Tower
วันที่5 Herb Center – Amethyst - ร้านค้าสนามบินละลายเงินวอน – กรุงเทพฯ
วันที่ 1 เกรินกันนานแล้ว ถึงวันเดินทางแล้วคะ
เราก็มารอพี่ๆ ทัวร์ตั้งแต่ 2 ทุ่ม โนววว ไม่มีใครมาเลย โดนหลอกปะเนี่ย ก็เลยไปกินข้าวรอก่อน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 21.30 น. พี่ๆพนักงานนัดเวลานี้ แต่ออกเดินทาง 01.30 น. รอนานสุดๆเลยคะ พี่ทัวร์ ก็เก็บพวกค่าทริปไกด์กับให้เราเอากระเป๋ามาเรียงเป็นแถวยาวๆรอCheck In ใช้เวลาไม่นานคะ นอกจากนี้ ก็แจกเอกสารต่างๆ ตารางการเดินทาง กับพวก ใบ ตม มีลูกอมให้ด้วยคะ สบายมว๊ากกกกก ไม่ต้องทำเองสักอย่างปกติเราจะเป็นคนทำให้เพื่อนๆซะส่วนมากกก
ได้เอกสารกันครบแล้ว ผ่านตม เดินเล่นกันใน duty free แต่ค่อนข้างเงียบนะ เพราะแบบดึกมากแล้ว เราก็เลยเดินไป Gate เลย ค่อนข้างไกลมากเป็นพิเศษ แต่เดียวก่อน ทางสายการบินประกาศว่า สภาพอากาศไม่เป็นใจ เราต้องรอเพิ่มอีกชั่วโมงนึง
ไปหาอะไรกินรองท้องกันหน่อยดีกว่าเนอะ แอนตี้แอนด์ ตอน ตีสอง ให้ทายน้ำหนักจะขึ้นกี่โล TT
รอกันไปอีกชั่วโมงบางคนก็ง่วงมากก็นอนรอ ณ เวลา 02.30 ก็ถึงเวลาขึ้นเครื่องจิงๆสักที ไปกันเลยยยยย
สายการบิน เช่าเหมาลำ เป็น Full service มีผ้าห่ม กับหมอนให้ด้วยสบายสุดๆเลยคะ ที่นั่งกว้าง กว่า AirAsia มีอาหารว่างเป็นพวกแซนวิชและน้ำส้มหรือน้ำอัดลม ถ้าหิวขอพี่ๆแอร์ได้
วันที่ 2 เริ่มต้นเช้าที่สดใส ผ่านตมแบบตื่นเต้นเล็กน้อย
ผ่าน ตม เรียบร้อย ไปเอากระเป๋าพร้อมออกไปเที่ยวกัน เราก็ล้างหน้า เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย จะได้สดชื่น อย่าลืมปรับนาฬึกาให้เรียบร้อยนะจ้ะ เวลาเกาหลีเร็วกว่าไทยสองชั่วโมง
พี่ๆไกด์ของเราก็พาเราเดินทางออกจากสนามบิน
เพื่อมุ่งสู่เกาะนามิ ที่แรกที่เราจะไปเยือนกันน๊า ตลอดทั้งทริปเราจะเดินทางด้วยรถบัสคันนี้นะคะ พี่คนขับรถน่ารักมากคะ มีการเอาอิฐบลอคมาวาง กลัวพวกเราจะก้าวขาไม่ถึง 5555 ไม่ได้ว่าใครเตี้ยเลยน๊า พอขึ้นเสร็จ ก็แนะนำพี่ไกด์ของเรา พร้อมออกเดินทางแล้วคะ มุ่งหน้าไปนามิ หลับพักเอาแรงกันสักชั่วโมง
ก่อนเราจะไปลงเรือนามิ เราแวะกินข้าวกันก่อน มื้อแรกเราจะรับประทาน ทักคัลบี มาดูกันว่ารสชาติจะเหมือนที่ สยามหรือป่าวฝนก็ตกไม่หยุดคะ หน้าร้านทักคัลบี ที่เราไปรับประทานอาหารกลางวัน
หน้าตาอาหาร ก่อนผัดและหลังผัด
รูปน่ากินขนาดนี้ รสชาติจะขนาดไหนนน ฟินคร่า ^^ หลังรับประทานอาหารเสร็จเราก็มุ่งหน้าสู่เกาะนามิเพื่อไปหาเบยองจุนกัน
ช่วงที่เราไปฝนดันตกตลอดทางทำให้หมอกลงจัด มองไม่ค่อยเห็นอะไรเท่าไร
ใช้เวลาในเกาะนามิประมาณ ชั่วโมง เดินถ่ายภาพเพลิน อากาศกำลังดี ประมาณ สิบองศา
มีของแนะนำในเกานามิ คือ ซาลาเปาถั่วแดง ลูกละ 1000 วอน หรือประมาณ 30 บาท
ไส้กรอก 2000 วอนหรือ 60 บาท ไส้กรอกอร่อยมากเนื้อแน่นๆ
ก่อนออกจากนามิ ขอลิ้มลอง นมกล้วยกันสักนิด ที่นี่ขายขวดละ 1300 วอน ถ้าจะให้ถูกต้อง1000วอน
รสชาติคล้าย โฟร์โมตนมกล้วยบ้านเรา เราว่ามันใช้ได้นะ แต่ขวดใหญ่ไปหน่อยกินหมดแล้วมันเลี่ยนๆ
ออกจากนามิมุ่งสู่หมู่บ้านเจ้าชายน้อย หมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านเล็กๆที่คล้ายๆโปริโอ เขาใหญ่ แต่เล็กกว่า หน้าทางเข้าหมู่บ้านเจ้าชายน้อย
ภายในบริเวณหมู่บ้านเจ้าชายน้อย
หลังจากนั่น ก็ไปรับประทานอาหารเย็น เป็น หมูย่างเกาหลี เราไม่ทานอาหารเย็นเลยไม่ได้ลิ้มลองของอร่อยแต่ทุกคนบอกว่าอร่อยยยย อิจฉามากเลย หมูชิ้นใหญ่มากๆเลย น้ำลายจะไหล ไม่ได้กิน กลืนน้ำลายแปบคะ มีเครื่องเคียง ให้ปกติ กิมจิ ซุปสาหร่าย ผักดองหลายชนิดกินแก้เลี่ยน
ตบท้ายด้วย ส้ม เป็นของหวาน อันนี้ได้ชิม เปรี้ยวๆหวานใช้ได้เลย ในร้านอาหารข้างๆจะมีร้านขายของที่ระลึก ราคาไม่แพงมาก ใช้ได้เลยของมีแต่น่ารักๆ ถ้าใครมีโอกาสก็อย่าลืมไปอุดหนุนอาจุมม่านะคะ คุณป้าใจดีมากแถมของเยอะมาก แถมพูดไทยชัดอีกตั้งหาก 55555+ รับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อย (ไม่ได้กิน) หนังตาเริ่มจะปิด วันนี้พอแค่นี้
เข้าที่พักเอาแรงกันดีกว่า โรงแรมที่เราจะไปพักมีชือว่า BELL HOTEL ห้องพักสวยมาก ชอบห้องน้ำ อ่างใหญ่ดี หรูหรา มีครบทุกอย่าง ไฮเทคเว่อร์ รีโมตอันเดียวคุมมันทุกอย่าง ประเด็นคือเปิดไม่เป็นคะ 555+ ไปนอนพักเอาแรงก่อนน๊า เจอกันใหม่ วันพรุ่งนี้
วันที่ 3 ของการเดินทาง
ตื่นแต่เช้าเลย เก็บของใส่กระเป๋าวันนี้เราจะไปพักกันที่กลางกรุงโซล ย่านคนรวยในกังนัม หรือคังนัม
ข้อดีของทริปนี้คือทุกคนในทริปรู้จักเวลาไม่มีคนสายเลยคะ เป็นตัวอย่างหนึ่งที่ทุกคนควรเอาตัวอย่างมากๆเลย เอากระเป๋าลงมาข้างล่าง แล้วไปรับประทานอาหารกัน ห้องอาหารเล็กๆน่ารักดีคะ อาหารส่วนมากจะเป็นไส้กรอก ไข่รวน ข้าวพัด กิมจิ ขนมปัง เกียวซ่า มีกล้วยแล้วก็ชากาแฟ ที่ให้บริการ
หลังรับประทานอาหารเสร็จก็ออกมาสำรวจนอกโรงแรมมีอะไรบ้าง ย่านที่เราพักเป็นย่านที่มีบริษัทเยอะคะ ส่วนมากเขาจะขี่จักรยานมาทำงานกัน
เดินไปเรื่อยๆ เจอร้าน ตอกโปกกี ขอลองหน่อยจะเหมือนที่เห็นใน series หรือป่าว โหววว นิมันแป้งนิน๊า ไม่ใช่แนวเลย กินไปสองสามคำไม่ไหวเลย ทิ้ง!
ที่แรกของวันที่สามคือ วัดเราวูจองชา เป็นวันพุทธที่อยู่ในเกาหลี พี่ไกด์บอกว่าคนเกาหลี 80 เปอร์เซนเขาไม่นับถือศาสนากัน ทำให้ ไม่มีคนใส่บาตร เลยต้องมีการเตรียมอาหารภายในวัดเอง วัดนี้เป็นวัดที่มีเศียรที่ใหญ่มาก เขากำลังหาทุนจะสร้างบริเวณองค์ ทำบุญเพื่อเป็นศิริมงคลกับครอบครัว
ที่สักการะบูชา จะอยู่ด้านบนภูเขา ส่วนมากพี่ๆป้าๆ เขาจะไม่เดินขึ้นไปเนื่องจากฝนตก แต่เรากะน้องยังวัยรุ่นอยู่ เลยเดินขึ้นเขา ไปไหว้พระนิแค่ทางขึ้นเท่านั่น เห็นแล้วยังเหนื่อยเลยคะ
ไม่แน่ใจว่าทำไมเขานิยม ตั้งหินกัน ไม่รู้เหมือนกัน
ไหว้พระขอพรกันเสร็จ ไปต่อสวรรค์ของเด็กๆ และวัยรุ่น นั่นก็คือ LOTTE WORLD สวนสนุกในร่มที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี เขาแบ่งเป็นสองโซน คือโซน กลางแจ้ง กับในร่ม (ที่เลือกที่นี่เพราะเคยไป Everland มาแล้ว)
สาวๆ นักเรียน เขาชอบแต่งชุดนักเรียนเดินเที่ยวกัน
ส่วนในร่ม จะเป็นพวก โชว์ต่างๆ น่ารัก สำหรับเด็กๆ มีขบวนพาเลทด้วย