หลังจากการที่ศาลปกครองให้บริษัทที่ผลิตไฟฟ้าพลังลมแห่งหนึ่งต้องยุติกิจการ
คิดว่าคนที่ติดตามทิศทางเรื่องพลังงานคงเดาถูกว่า ในอีกไม่กี่วันถัดมารัฐบาล
ก็มีท่าทีชัดเจนว่าไฟเขียวให้สร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่
แม้ว่าขณะนี้จะมีกระแสต่อต้านอยู่ แต่ก็เชื่อว่าอีกไม่นานคงเลิกไปเองเพราะเป็นไปได้ยาก
ที่ประชาชนจะมีกิจกรรมต่อเนื่องได้นานในสภาพที่รัฐกดดันต่อเนื่อง
หลังจากโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่สร้างเสร็จแล้วจะเป็นอย่างไร (มองแง่ดี)
-
จะผ่าน EHIA ไหม EHIA เป็นของที่ผ่านไม่ยาก คล้ายๆการทำวิทยานิพนธ์ ถ้าเขียนไม่ผ่านก็เขียนใหม่ได้
ผมไม่ทราบว่าบริษัทอะไรทำ EHIA ให้ กฟผ. แต่บริษัทเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นระดับปรมาจารย์ ทำมาหลายร้อยงาน
ดังนั้น ผ่านแน่นอนอยู่แล้ว
-
เน่าหรือไม่? โครงการต่างๆ ที่ผ่าน EHIA แบบไทยๆ เมื่อผ่านแล้วก็จบ เพราะคำพูดต่างๆในนั้นมันหลวม และตีความได้ต่างๆนานา
จะปฏิบัติอะไรอย่างไงก็ได้ (เหมือนที่มีปัญหามลพิษเกิดขึ้นในหลายๆที่ที่มีโรงงานใหญ่ๆ)
แต่ผมเชื่อว่าสิ่งแวดล้อมจะไม่เน่ามาก เชื่อว่าวิศวกรของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตเป็นคนรุ่นใหม่ ชนิด cream of the cream คงมีจิตสำนึกอยู่
และเชื่อว่ากฟผ.คงพยายามทำให้โครงการดูดี เพื่อเหตุผลทางเศรษฐกิจและการลงทุน ดังนั้นอากาศคงไม่เน่าหรือเหม็นคละคลุ้งไปด้วยไอกำมะถัน
เว้นแต่เวลาที่เครื่องกรองฝุ่นหรือกำมะถันเสีย หรือเป็นช่วง maintenance ซึ่งคงไม่นาน ชาวบ้านอาจไม่รู้ หรือถ้ารู้เมื่อโวยวายดังๆ ก็คงมีการแก้ไข
เป็นช่วงๆไป ส่วนเรื่องคาร์บอนเครดิต / โลกร้อน ก็เป็นเรื่องที่พิสูจน์ยาก อาจมีโวยวายนิดๆหน่อยๆตามสื่อ ซึ่งส่วนใหญ่ก็อยู่ฝ่ายรัฐฯ
-
อะไรที่จะเป็นปัญหา ระบบการขนส่งถ่านหินเป็นระบบท่อ ดังนั้นการตกหล่นตามทางคงไม่มาก เว้นตรงที่เปิดเรือดูดถ่านหินเข้าท่อ อาจมีตก
หล่นลงทะเลบ้างไรบ้าง ถ่านหินพวกนี้เป็นผงละเอียด ปะการังแถวนั้นคงตายบ้าง แต่จริงๆมันน่าจะสูญพันธุ์ไปตั้งแต่สร้างท่าเทียบเรือแล้ว
ปรอท จะเป็นปัญหาที่แก้ยากแต่โชคดีที่ประชาชนจะมองไม่เห็น ในขณะที่ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ได้กลิ่นง่าย แต่อยู่ครู่เดียวลมก็พัดไปแล้ว
โรงไฟฟ้ากระบี่ใช้ถ่านหินประมาณวันละ 7,260 ตัน
http://projects-pdp2010.egat.co.th/projects1/images/Article/001.pdf
(เฮ้ย! จริงเหรอ มันเยอะแบบไม่น่าเชื่อ แต่เป็นตัวเลขจากเวบ กฟผ.ดังกล่าว)
ถ่านหินนี้ไม่ทราบว่ามีปรอทเท่าไหร่ แต่อาจไม่เกิน 0.2 ppm (0.2 กิโลกรัมต่อล้านกิโล)
https://pubs.usgs.gov/fs/fs095-01/fs095-01.html
ดังนั้นแต่ละวันจะมีถ่านหินถูกเผา 7,260,000 กิโลกรัม ซึ่งจะมีปรอทปนอยู่
(7,260,000/1,000,000) x 0.2 = 1.452 กิโล หรือปีละ 516.912 กิโล (เทียบกับสหรัฐปล่อยออกมาปีละ 50 ตัน)
แต่ กฟผ.เชื่อว่าจะดักจับได้ และปล่อยออกมาเพียงปีละ 8.76 กิโล (คำนวณจากเวบแรก)
เรื่องปรอทคงแล้วแต่ประสิทธิภาพของ กฟผ. แต่ถ้าพลาดรัฐก็อาจประกาศให้ประชาชนอย่ากินปลาทะเลมากแบบในสหรัฐ
และห้ามเด็กและหญิงมีครรภ์กินปลาขนาดใหญ่ ที่อยู่บนๆของห่วงโซ่อาหาร
ที่เขียนมานี่เพื่อให้ทุกฝ่ายทำใจอยู่กับโรงไฟฟ้าถ่านหิน เพราะมันเกิดแน่นอน
หวังว่าคงมีประโยชน์กับทุกคนนะครับ
คาดการเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหิน กระบี่
คิดว่าคนที่ติดตามทิศทางเรื่องพลังงานคงเดาถูกว่า ในอีกไม่กี่วันถัดมารัฐบาล
ก็มีท่าทีชัดเจนว่าไฟเขียวให้สร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่
แม้ว่าขณะนี้จะมีกระแสต่อต้านอยู่ แต่ก็เชื่อว่าอีกไม่นานคงเลิกไปเองเพราะเป็นไปได้ยาก
ที่ประชาชนจะมีกิจกรรมต่อเนื่องได้นานในสภาพที่รัฐกดดันต่อเนื่อง
หลังจากโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่สร้างเสร็จแล้วจะเป็นอย่างไร (มองแง่ดี)
- จะผ่าน EHIA ไหม EHIA เป็นของที่ผ่านไม่ยาก คล้ายๆการทำวิทยานิพนธ์ ถ้าเขียนไม่ผ่านก็เขียนใหม่ได้
ผมไม่ทราบว่าบริษัทอะไรทำ EHIA ให้ กฟผ. แต่บริษัทเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นระดับปรมาจารย์ ทำมาหลายร้อยงาน
ดังนั้น ผ่านแน่นอนอยู่แล้ว
- เน่าหรือไม่? โครงการต่างๆ ที่ผ่าน EHIA แบบไทยๆ เมื่อผ่านแล้วก็จบ เพราะคำพูดต่างๆในนั้นมันหลวม และตีความได้ต่างๆนานา
จะปฏิบัติอะไรอย่างไงก็ได้ (เหมือนที่มีปัญหามลพิษเกิดขึ้นในหลายๆที่ที่มีโรงงานใหญ่ๆ)
แต่ผมเชื่อว่าสิ่งแวดล้อมจะไม่เน่ามาก เชื่อว่าวิศวกรของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตเป็นคนรุ่นใหม่ ชนิด cream of the cream คงมีจิตสำนึกอยู่
และเชื่อว่ากฟผ.คงพยายามทำให้โครงการดูดี เพื่อเหตุผลทางเศรษฐกิจและการลงทุน ดังนั้นอากาศคงไม่เน่าหรือเหม็นคละคลุ้งไปด้วยไอกำมะถัน
เว้นแต่เวลาที่เครื่องกรองฝุ่นหรือกำมะถันเสีย หรือเป็นช่วง maintenance ซึ่งคงไม่นาน ชาวบ้านอาจไม่รู้ หรือถ้ารู้เมื่อโวยวายดังๆ ก็คงมีการแก้ไข
เป็นช่วงๆไป ส่วนเรื่องคาร์บอนเครดิต / โลกร้อน ก็เป็นเรื่องที่พิสูจน์ยาก อาจมีโวยวายนิดๆหน่อยๆตามสื่อ ซึ่งส่วนใหญ่ก็อยู่ฝ่ายรัฐฯ
- อะไรที่จะเป็นปัญหา ระบบการขนส่งถ่านหินเป็นระบบท่อ ดังนั้นการตกหล่นตามทางคงไม่มาก เว้นตรงที่เปิดเรือดูดถ่านหินเข้าท่อ อาจมีตก
หล่นลงทะเลบ้างไรบ้าง ถ่านหินพวกนี้เป็นผงละเอียด ปะการังแถวนั้นคงตายบ้าง แต่จริงๆมันน่าจะสูญพันธุ์ไปตั้งแต่สร้างท่าเทียบเรือแล้ว
ปรอท จะเป็นปัญหาที่แก้ยากแต่โชคดีที่ประชาชนจะมองไม่เห็น ในขณะที่ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ได้กลิ่นง่าย แต่อยู่ครู่เดียวลมก็พัดไปแล้ว
โรงไฟฟ้ากระบี่ใช้ถ่านหินประมาณวันละ 7,260 ตัน http://projects-pdp2010.egat.co.th/projects1/images/Article/001.pdf
(เฮ้ย! จริงเหรอ มันเยอะแบบไม่น่าเชื่อ แต่เป็นตัวเลขจากเวบ กฟผ.ดังกล่าว)
ถ่านหินนี้ไม่ทราบว่ามีปรอทเท่าไหร่ แต่อาจไม่เกิน 0.2 ppm (0.2 กิโลกรัมต่อล้านกิโล)
https://pubs.usgs.gov/fs/fs095-01/fs095-01.html
ดังนั้นแต่ละวันจะมีถ่านหินถูกเผา 7,260,000 กิโลกรัม ซึ่งจะมีปรอทปนอยู่
(7,260,000/1,000,000) x 0.2 = 1.452 กิโล หรือปีละ 516.912 กิโล (เทียบกับสหรัฐปล่อยออกมาปีละ 50 ตัน)
แต่ กฟผ.เชื่อว่าจะดักจับได้ และปล่อยออกมาเพียงปีละ 8.76 กิโล (คำนวณจากเวบแรก)
เรื่องปรอทคงแล้วแต่ประสิทธิภาพของ กฟผ. แต่ถ้าพลาดรัฐก็อาจประกาศให้ประชาชนอย่ากินปลาทะเลมากแบบในสหรัฐ
และห้ามเด็กและหญิงมีครรภ์กินปลาขนาดใหญ่ ที่อยู่บนๆของห่วงโซ่อาหาร
ที่เขียนมานี่เพื่อให้ทุกฝ่ายทำใจอยู่กับโรงไฟฟ้าถ่านหิน เพราะมันเกิดแน่นอน
หวังว่าคงมีประโยชน์กับทุกคนนะครับ