[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้***ขออนุญาตใช้พื้นที่ตรงนี้ระบายความรู้สึกของคนคนนึง...คงไม่ว่ากันนะ***
(จริงๆแล้วกระทู้นี้ต้องเป็นกระทู้สนทนาใช่มั้ย..ขอมาเขียนในกระทู้คำถามละกัน)
เราเชื่อว่ามีหลายคนที่เคยเป็น หรืออาจจะเป็นแบบเราอยู่
คือ "การ(แอบ)รักเพื่อนสนิท"
มันยากมากๆเลยนะ...ที่จะลบความรู้สึกแบบนี้ออกไปจากชีวิต
แต่ในเมื่อมันรู้สึกไปแล้ว ก็ห้ามไม่เคยได้
เรากับเพื่อนคนนี้รู้จักกันมาหลายปี เราสนิทกับมันมาก ไว้ใจมันมาก และสามารถพูดหยาบคายกับมันได้คนเดียว
มันก็ดีกับเราเหลือเกิน และเราก็ทำดีกับมันเสมอ จนกระทั่งเราไปตกหลุมรักมัน
เราคิดกับมันเป็นความรู้สึกพิเศษ มันพิเศษมากกว่าเพื่อน แต่ไม่ใช่แฟน
เราคิดกับตัวเองว่าจะบอกมันดีมั้ย เพราะถ้าบอกมันก็เสี่ยงที่จะเสียเพื่อน อาจจะมองหน้าไม่ติดเลยก็ได้
ถ้าไม่บอก เราก็รู้สึกอึดอัด ...ก็คิดอยู่นานหลายเดือน สุดท้ายเราเลือกที่จะบอก
มีอยู่วันนึง เราก็เลยถือโอกาสบอกไปแบบตรงๆ
คือใจเราอยากบอกออกไป เลยขอทำตามใจตัวเอง อย่างน้อยก็ได้บอก
เราบอกไปว่า "ขอโทษนะ เรารู้สึกดีกับแกมากเลยว่ะ เรารู้ว่าความรู้สึกแบบนี้มันคงไม่ถูกต้องของคำว่าเพื่อน
เรารู้สึกกับแกแบบพิเศษมาก มันพิเศษมากกว่าเพื่อน เราคิดว่าเราชอบแก"
ตอนนั้นมันรู้สึกว่าอยากร้องไห้ เพราะคิดว่าต้องเสียเพื่อนไปแน่ๆ แต่ใจก็อยากบอกออกไป
สุดท้ายมันตอบกลับมาว่า "เหมือนกัน" ....
ตอนนั้นเราคิดว่ามันคงถนอมน้ำใจเรา หรือไม่ก็โกหกเรา
เราเลยเปิดใจคุยกัน สรุปคือ "เราทั้งสองรู้สึกแบบเดียวกัน"
เหตุการณ์ครั้งนี้มันจำฝังใจเรามาก มันคือพิเศษสำหรับเรามากๆ เรากลับคิดด้วยซ้ำว่า ต้องเสียเพื่อน
แต่ไม่เลย หลังจากนั้นเราก็คุยกันแบบปกติ ความรู้สึกมันพิเศษมากกว่าเพื่อน
คือเป็นห่วง คุยกัน โทรหากันบ้าง แต่ก็อยู่ในขอบเขตของคำว่าเพื่อน ถึงแม้ความรู้สึกจะพิเศษกว่าก็ตาม
หลายคนอาจจะงง แต่เราเชื่อว่ายังมีหลายคนที่เข้าใจสถานะแบบนี้ดี
ระยะเวลาผ่านไป ทุกอย่างปกติหมดในขอบเขตของการเป็นเพื่อนพิเศษที่ดีต่อกัน
จนกระทั่งวันนึง เรามารู้ว่ามันมีแฟนแล้วคบกันมาหลายปี คบกันก่อนที่จะเราจะมาเป็นเพื่อนกับมันอีก
เราเพิ่งมารู้ตอนรู้จักกับมันได้สองปี ตอนนั้นเรารู้สึกแย่มาก ถ้าเรากล้าถามมันเรื่องนี้ตั้งแต่แรก เราก็คงไม่คิดแบบนี้
เราโคตรเกลียดตัวเองที่ไปรู้สึกกับเพื่อนตัวเองที่มีแฟนแล้ว มันแย่ที่สุดเว้ย แต่ที่แน่นอนไอ้การที่เรารู้สึกกับมันแบบนั้น
เราไม่คิดเป็นเจ้าของอยู่แล้ว แค่อยากให้มันรู้แค่ว่ามันคือคนสำคัญ และพิเศษที่สุด
พอเรารู้ว่ามันมีแฟนแล้ว เราเลยออกห่างจากมันทันที เราไม่อยากให้แฟนของมันต้องมาเข้าใจผิด เราไม่อยากทำลายความรักของเขา
จากที่เคยทักไป เราก็ค่อยๆเลิกทักไป จนกระทั่งไม่ได้ติดต่อมันอีกเลย
แต่การที่เราตีตัวออกห่างมานี้ เรายังคงความรู้สึกดีกับมันเสมอ ยังคงคิดถึงอยู่ตลอดเวลา มันตัดความรู้สึกแบบนี้ออกไปไม่ได้จริงๆ
แต่มันก็เป็นเพียงความรู้สึกที่มองไม่เห็น และไม่ได้แสดงออกมาแล้วก็ตาม
ผ่านไปครึ่งปี เราเห็นความเคลื่อนไหวของมันจากโพสแต่ละโพสใน facebook โพสของคนอกหัก
มันเลยทักเรามาคุยกับเรา ระบายกับเรา เพราะมันเลิกกับแฟน จับได้ว่าแฟนคบซ้อน
เราเห็นใจมันมาก และเป็นห่วงมันมาก มันก็เศร้าอยู่นานหลายเดือน
ช่วงที่มันอกหักนี้ เรากลับรู้สึกว่ามันเป็นแค่เพื่อนจริงๆ ทำได้แค่คอยปลอบมัน ให้กำลังใจมัน
พอมันทำใจได้ (รึเปล่า) มันก็ทักมาหาบ่อยๆ คุยด้วยบ่อยๆ จนความรู้สึกพิเศษมันเริ่มกลับมา
มันก็ดูเหมือนว่าจะทำใจได้แล้ว เราก็ดีใจที่เห็นมันยิ้มได้ หัวเราะได้
แล้วมันก็บอกรักเรา สิ่งที่เราทำได้คือเราบอกตามความรู้สึกของเราไปคือ เรารู้สึกดี พิเศษ และมันสำคัญกับเรา
ใช่!!เรารักมัน แต่รักได้แค่นี้ แล้วเราเชื่อว่าการที่มันมาบอกรักเราได้ อาจเป็นเพราะต้องการลืมใครสักคนที่เคยรักมากที่สุด
แต่มันก็บอกกับเราว่า มันตัดใจได้แล้ว ไม่มีทางคิดถึงแฟนเก่า และไม่มีทางกลับไปแน่นอน
มันขอแค่คุยกับเราทุกวัน คุยเป็นเพื่อนกัน คิดถึงกัน เป็นห่วงกัน มีอะไรก็บอกกัน
หลังจากนั้นเราก็ได้ใช้ความรู้สึกดีๆแบบพิเศษนี้คุ้มจริงๆ คือเราโอเคมากับตอนนั้นถึงสถานะจะไม่มีก็ตาม
จนมาวันนึง เราสองคนถามว่า ที่เราคุยกันแบบนี้มันคือสถานะอะไร เราทั้งสองก็ให้นิยามกับมันไม่ได้
มันเป็นความรักที่มากกว่าเพื่อน แต่ไม่ใช่แฟน (หลายคนคงคุ้นหูกับประโยคนี้ดี)
ไอ้การไม่มีสถานะแบบนี้มันก็น่ากลัวนะ เพราะเพื่อนก็ไม่เชิง แฟนก็ไม่ใช่ แต่แน่นอนคือเราคือคนสำคัญของกันและกัน
เราเริ่มบอกคิดถึงกันมากขึ้น เป็นห่วงกันมากขึ้นกว่าเดิม แคร์กันมากขึ้นกว่าเดิม จนบางทีเราก็เริ่มคิดไปเอง
แต่ใครจะรู้ล่ะว่าสุดท้ายมันเป็นแค่คำพูด และตัวหนังสือ ที่ใครๆก็สามารถพูดได้ และพิมพ์ได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องรู้สึก
เพราะเพื่อนเราคนนี้ยังไม่สามารถตัดขาด ตัดใจจากแฟนเก่าได้จริงๆ
เราเสียใจมาก เพราะถ้าเป็นแบบนี้ ทำไมไม่บอกตั้งแต่แรก จะมาพูดถนอมน้ำใจเราไปเพื่ออะไร เพราะเราก็เกือบจะตัดจากความรู้สึกแบบนั้นได้แล้ว
แต่ในความเป็นเพื่อนเราสงสารมัน เราเข้าใจมันดี เราเข้าใจความรู้สึกของคนอกหักดี เพราะบางทีมันอาจจะสับสน แต่ลึกๆเราเจ็บ
สรุปคือ มันยังรัก และคิดถึงแฟนเก่าอยู่เสมอ ... เราไม่เกลียด เราไม่โกรธ เพราะมันไม่ได้ทำอะไรผิด
เป็นเราเองต่างหาก ที่รู้สึกไปเอง และคิดไปเอง ทั้งๆที่เกือบจะตัดจากความรู้สึกแบบนั้นได้แล้ว
มันก็ยังติดต่อกับเพื่อนของแฟนเก่า เพื่อถามข่าวคราวความเคลื่อนไหวของแฟนเก่าอยู่เรื่อยๆ บางทีก็ติดต่อกับแฟนเก่าอยู่บ้าง
เราได้แต่เป็นห่วงมันอยู่ห่างๆ เราจะไม่ทักมันไปก่อน เพราะถ้ามันมีปัญหาอะไรให้มันทักมาก่อนดีกว่า เราก็ยินดีช่วยเหลือมัน รับฟังมัน
ตอนนี้มันก็กลับไปคบกับแฟนเก่ามันแล้ว เราก็โอเค เพราะถ้ามันมีความสุข เราก็จะไม่ทุกข์
ส่วนเรา เราคิดว่า ระยะเวลา จะช่วยลบความรู้สึกดีๆที่เราเคยมีให้มันได้ เราคงไม่ได้รู้สึกแบบเดียวกันทั้งสองฝ่ายแล้ว
แต่เป็นแค่เราคนเดียว และเก็บไว้ในใจคนเดียว หลังจากนั้นเราก็ไม่ได้คุยกับมันอีกเลย
เราโอเคเว้ย
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ขอบคุณที่อ่าน...ทุกๆอย่างที่เราระบายออกไป มันคือเรื่องจริงที่ถ่ายทอดออกมาจากความรู้สึกจริงๆทั้งหมด
ใครที่เป็นแบบเรา เราขอเป็นกำลังใจให้นะ..สู้ๆ เราจะผ่านไปด้วยกัน ^^
ความรู้สึกของเพื่อนรัก ที่เปลี่ยนเป็นรักเพื่อน