▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
รถไฟ
จังหวัดลพบุรี
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศ
บันทึกนักเดินทาง
[CR] ท่อง เที่ยว บน ราง เขื่อน ของ พ่อ
เคยไหมครับ ที่วันหยุดแล้วอยากจะไปเที่ยวที่ไหนสักที่สบายๆชิลๆแบบไม่ต้องเสียตังเยอะ ไปแบบประหยัดๆสบายกระเป๋า และที่ๆจะไปมันดูลำบากลุยๆเกินไปหรือไมหรือคุ้มค่าสนุกที่จะไปหรือเปล่า ในหัวผมคิดเยอะมากว่าจะไปที่ไหนดี ในที่สุดผมก็เลือกเขื่อนป่าสัก ไปเยี่ยมชมเขื่อนของพ่อ ถึงแม้การตัดสินใจที่จะไปแบบไม่จองตั๋วทริปรถไฟเที่ยวไปเองแบบลุยๆแต่ผมก็ตัดสินใจที่จะไป เพราะมันน่าจะมีอะไรใหม่ๆให้เราได้สัมผัสแน่นอน
และทริปเที่ยวเขื่อนของพ่อครั้งนี้ ผมมีความสุขมากมายที่ได้ออกเดินทางไปเจออะไรใหม่ๆ มันคุ้มค่ามากมายที่ได้ออกเดินทางไปเอง ได้เจอผู้คนใหม่ๆ สัมผัสอากาศที่หนาวมากแบบว่าไม่มีเสื้อกันหนาว ที่ต้องมานั่งสั่น อดหลับอดนอนเพื่อรอรถไฟไปเที่ยวเขื่อนตอนเช้า ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นพร้อมอากาศหนาวๆที่สุดฟินที่ริมเขื่อน มันเป็นภาพที่ประทับใจมากๆ อากาศดีมากๆ จนอยากจะหยุดเวลาไว้ตรงนั้นจริงๆ
อยากจะรู้แล้วใช่ไหมครับว่าบรรยากาศจะเป็นอย่างไร เราไปดูกันเลยครับ
ขอบคุณครับที่เข้ามาอ่าน หวังว่าเพื่อนจะสนุกเหมือนผมนะครับ
ก่อนที่จะเข้าเรื่องขอเกริ่นนำยาวหน่อย
ผมตัดสินใจเดินทางก่อนวันเที่ยว คือคืนวันเสาร์ที่11 รถไฟฟรีขบวน 133 กรุงเทพ-หนองคาย เวลา 20.45 น. ไปลงที่สถานีลำนารายณ์ตอน 00.40 น. ตามกำหนดเวลา พอถึงวันจริงเป้นรถไฟฟรีต้องใช้บัตรประชาชนรับ ผมให้เพื่อนไปรับตัวก่อนตอนห้าโมงเย็น ตอนนั้นเหลือที่ว่างประมาณ 250 ที่นั่ง ผมให้เพื่อนไปรับตั๋วที่สถานีรถไฟหัวหมาก เพราะอยู่ใกล้บ้านเพื่อนตอน5โมงเย็น แต่เพื่อนรับให้ผมไม่ได้ ถึงแม้ว่าจะแจ้งเลขบัตรประชาชน ต้องใช้บัตรประชาชนเท่านั้น ในใจตอนนั้นคิดอยุ่ว่าจะได้นั่งใกล้กันไหม เห้ออออ..กลุ้มใจจัง นัดเจอเพื่อนที่หัวลำโพง ตอน20.00 น. เพื่อที่จะไปจองตั๋วใหม่ใกล้กัน ปรากฎว่าเต็ม ตั๋วของผมจึงเป็นตั๋วยืน
ตอนนั้นเศร้ามากกกก แต่ก็เอาหว่ะงานนี้ลุยๆหนุกแน่ เพื่อนบอกว่าเดี๋ยวผลัดกันนั่งยืนบ้างก็ได้ รีบมาถึงชานชาลาที่10 รถไฟออกพอดีตรงเวลาเป๊ะ ก็รีบหาที่นั่งคนก็เยอะ นั่งตามที่ ผมก็ยืนข้างๆเพื่อน ตอนนั้นรู้สึกตื่นเต้นมากๆ คนก็เริ่มขึ้นเยอะขึ้นเรื่อยๆ ผมก็ดู The face Thailand season 3 EP2.(เชียร์ทีมบีเหมือนเดิม เพราะชอบพี่บีน้ำทิพย์)
พอลงไปแล้ว รู้สึกว่าสถานีรถไฟลำนารายณ์ไม่น่ากลัวเลย เป็นสถานีที่น่ารัก คนก็ลงเยอะพอสมควร ส่วนมากก็จะกลับบ้านกัน แต่ก็มีเพื่อนที่เขามาเที่ยวแบบพวกผมด้วย ตอนแรกก็ไม่รู้หรอก เขาเดินมาคุยด้วย จึงรู้ว่าเราจะไปเที่ยวทริปเดียวกัน ทีนี้คุยกันยาวเบย อากาสก็กำลังหนาว ประมาณ 18 องศา มีหมอกลงด้วย เริ่มจะสั่นๆแล้ว เพราะไม่ได้เอาเสื้อกันหนาวมา เสื้อที่ใส่กันกับเพื่อน เป็นเสื้อกันแดดบางๆเฉยๆ ไม่ได้กันหนาวอะไรเบย ไม่คิดว่าจะหนาวขนาดนี้ ตอนนี้ต้องนั่งรอตั้งแต่ตี1 จนถึง6โมงเช้า หึหึ งานนี้ทรมานแน่ๆเบย เลยพากันถ่ายรูปเล่นสักหน่อย อิอิ
ยิ่งใกล้จะเช้ายิ่งหนาว ยิ่งลมพัดยิ่งหนาว นั่งท่าไหนท่านั้นขยับไม่ได้เลย นั่งสั่นยิกๆจนถึงตีสี่ครึ่ง ไม่ไหวแล้ว เลยพาเพื่อนไปเล่นที่ออกกำลังกายคลายหนาว แล้วเดินไปหาอะไรร้อนๆทานที่บิ๊กซี จะอยู่ห่างจากสถานีประมาณเกือบสองโล เดินไปหมาก็เห่าไป กลัวก็กลัว แต่มีกัน2คนเลยกล้าเดิน ส่วนเพื่อนที่มาเที่ยวก็แอบไปนอนหลับในห้องน้ำ จัดไปมาม่าร้อนๆ ไส้กรอก ขนม โอวัลติน กินเหมือนไม่เคยได้กิน จากนั้นก็ล้างหน้าแปรงฟัน แล้วมาถึงสถานีรถไฟประมาณ 05.50 น. เลยไปรับตั๋วว่า เขื่อนป่าสัก 2 คนครับ ส่วนเพื่อนที่มาวิ่งขึ้นรถไฟรอแล้ว ไม่ค่อยมีคนเพราะเป็นขบวนรถไฟท้องถิ่น ว่างเยอะมาก จะนั่งตรงไหนก็ได้ รถไฟออกตรงเวลา ไปเล้ยบยยย 06.05 น. รถไฟก็ออกขับไปเรื่อยๆครับ เจอภูเขาสูงๆเยอะมากมาย มองเห็นเงาสลัวๆตัดกับแสงสีทองของพระอาทิตย์ที่กำลังจะขึ้น ผมว่ามันสวยดีนะครับ ตอนนั้นยังมืดอยูเลยครับ มันรู้สึกหนาวววว ฟินนนน และตื่นเต้นมากครับ บรรยากาศชนบทมันดีบริสุทธิ์แบบนี้นี่เองดีกว่า กทม.เยอะ สูดเข้าไปให้เต็มปอด
พอมาถึงสถานีสุรนารายณ์ ก็จอดรอขบวนท้องถิ่น สวนทางกันก่อน คนก็ขึ้นมาเรื่อยๆ ไปทำงานกัน คนที่นั่นน่ารักเป็นมิตร ยิ้มง่ายมาก ผมชอบถึงแม้ว่าไม่ได้คุยกันแต่ยิ้มให้กันก็มีความสุขแล้วครับ จากนั้นก็มุ่งหน้าต่อไป พระอาทิตย์ก็เริ่มขึ้น
จากนั้นรถไฟก็มุ่งหน้าสู่เขื่อนป่าสักต่อไป บรรยากาศข้างทางเริ่มสดใสด้วยแสงสีทองของพระอาทิตย์ และจอดรับผู้คนตามสถานีต่างๆ และบางคนก็พากันนั่งรถไฟไปทำงาน ยิ้มแย้มแจ่มใส มีความสุข ผมแล้วแล้วก็นั่งอมยิ้ม บอกตัวเองในใจว่า มีความสุขจังเลยเนาะ ยิ่งเข้าสู่ใกล้เขื่อน ยิ่งหนาว ยิ่งฟิน ยิ่งตื่นเต้น
พอมาถึงเขื่อนป่าสักก็ซื้อตั๋วไว้เลย เพราะคนไม่เยอะ เจ้าหน้าที่บอกว่าขบวนเที่ยวจะมาถึงตอน 10 โมง เป็นตั๋วยืน คนละ 60 บาท
จากนั้นผมและเพื่อนก็ไแเดินเล่นริมเขื่อน บรรยากาศดีมาก ลมพัดแรงเหมือนอยู่ทะเลเลย อย่าเช่าจักรยานปั่นเล่นรอบเขื่อน แต่เจ้าของที่ดูแลไม่มาสักที โทรไปหลายทีก็ไม่รับสาย งั้นเดินเที่ยวก็แล้วกัน ชิลดี ได้ทั้งวิว ได้ทั้งอากาศบริสุทธิ์ ได้ไปดูประตูเขื่อนที่ปล่อยน้ำ ตอนที่ยืนดู ละอองน้ำก็จะปลิวมากระทบที่ใบหน้า เห้อออ..สดชื่นที่สุดเลยครับ แต่ดูไปนานๆผมเวียนหัว เลยไปเดินเล่นต่อไป ถ่ายรูปไป เดินไกลพอสมควร และก็มีรถขบวนนำเที่ยว ขับพานักท่องเที่ยวชมวิวสันเขื่อนเรื่อยๆ น่าสนุกแหะ ตอนนั้นก็9โมงกว่าๆ แต่เชื่อไหมครับว่าอากาศไม่ร้อนเบย ลมเย็นสบายๆ ไม่หนาวมาก ถ้าอยู่ กทม. คงเหงื่อแตกซ๊กแน่ เห็นพยากรณ์อากาศบอกว่า อากาศจะเย็นลง ทำให้อากาศดี และดีใจมากที่มาเที่ยวถูกจังหวะที่ไม่ร้อน ถึงแม้ว่าเมื่อคืนจะไม่ได้นอน พากันนั่งสั่น แต่ผมว่ามันคุ้มมากที่มาครับ
จากนั้นก็กลับมาหาอะไรทาน เพราะใกล้จะสิบโมงแล้ว และก็ไปรอขบวนรถไฟเที่ยวครับ ผมแนะนำว่า ให้ยืนรอตรงต้นขบวน และขึ้นให้ได้ขบวนแรกเพราะเวลาลงเราจะได้เดินมาข้างหน้ารถไฟ ทำให้ถ่ายรูปสวยและไม่ติดใครมาก ถ้าเราขึ้นหน้าขบวนไม่ได้เราก็จะเดินมาลำบากเพราะคนเยอะมากๆครับ พอรถไฟมาก็วิ่งขึ้นเลย นั่งไปประมาณ 10 นาที ก็จะถึงเขื่อนแล้ว คนบนรถก็เริ่มตื่นเต้น แบบนั่งไม่ติด เพราะเขายังไม่เห็น แต่สำหรับผมก็ไม่เท่าไหร่ เพราะผ่านเขื่อน2รอบแล้ว อิอิ