เพชรกลางไฟ กับเรื่องวันวันของหญิงหลงกับอนลก็งี้ล่ะ พร้อมคำติชม

น่าจะผ่านมาแล้วครึ่งทางหวังว่าจะเป็นอย่างนั้น
เพราะถ้าไม่ถึงมันจะยาวเกินกับละครเรื่องหนึ่ง
กระแสกับความนิยมคนดูก็จะไม่พูดถึง
แต่จะขอพูดถึงละครเรื่องนี้ว่ากำลังจะทำอะไรให้คนดูอยู่

ในฐานะที่ไม่ได้อ่านนิยายเรื่องนี้จะขอพูดในแง่สิ่งที่ละครเสนอแล้วกัน
เพชรกลางไฟที่ถูกดัดแปลงบทโทรทัศน์ถือลิขสิทธิ์คือบริษัททีวีซีน
เรื่องราวความรักของชายหญิงที่จะต้องยืนหยัดได้ในทุกสถานการณ์
เปรียบเหมือนเพชรที่เป็นเพชรยังแข็งแกร่งและยังส่องประกายกลางกองไฟ
ละครนำเสนอผ่านตัวละครเอกหญิงและชาย คือ อุรวสี(หญิงหลง)กับอนล
ชีวิตของทั้งสองคนก็ไม่ต่างกันเลย นี่คงเป็นเหตุผลว่าทำไมต้องให้ทั้งสองคนมีเรื่องของตัวเองมากมายขนาดนี้
หญิงหลง ที่สูญเสียพ่อ แม่ก็เลือกทางเดินชีวิตใหม่ ต้องอยู่ตัวคนเดียว และต้องสู้กับความริษยาของญาติด้วยกัน
อนล ผู้ที่อยู่อย่างเจียมตน การหมายปองหญิงหลงอาจจะดูจะเกินคว้า แต่ไม่หนักหนา
เท่าสิ่งที่อนลต้องเจอ ทั้งการพยายามจับคู่กับคนที่ไม่รัก คู่แข่งความรักก็เป็นเจ้านายที่ไม่มีความด่างพร้อยรวมถึงภัยการเมืองจากพี่ตัวเอง
ละครเล่าน้ำหนักตัวละครรายล้อมตัวละครหลักอย่างชัดเจน เท่ากันและเกินความสำคัญในบางครั้ง
จากพลอตที่ดูจะไปได้ง่ายกับการทำละคร
ชายหนุ่มหมายปองดอกฟ้า และดอกฟ้าผู้งดงามต้องผจญภัยกับญาติเหมือนซินเดอเรลล่าไม่ปาน
แต่กลับนำเสนอด้วยการเดินเรื่องแบบ slice of life คือให้ตัวละครใช้ชีวิตให้ปกติแบบที่คนปกติจะทำ
การตัดสินใจของตัวละครแทบจะไม่มีอารมณ์แบบละครทั่วไปทั้งสิ้น ทั้งสองตัวละครถ่ายทอดเหมือนคนจริง ๆ
ตัวละครมีกิจกรรมและชีวิตประจำวันชัดเจน มีการปรับตัว มีแรงกดดันและรับมืออย่างคนทั่วไปตามขนบในสังคมยุคนั้น
ซึ่งก็เป็นที่มาที่ขัดกันของการนำมาสร้างละคร พลอตที่ดูละครจ๋ากลับถูกบรรยายแบบมนุษย์ปกติทั่วไปเป็น
เหมือนกับตามดูชีวิตตัวละครว่าวันวันหนึ่งเขาทำอะไรบ้าง ซึ่งบางครั้งมันดูเรียบเกินละครไป

สิ่งที่น่าชื่นชมจากนิยายและละครคือการให้ตัวละครดำเนินเรื่องอย่างชีวิตคนปกติจริง ๆ
ซึ่งเป็นสิ่งที่คนดูก็ยังหวังว่าจะมีละครที่ดำเนินเรื่องเหมือนมนุษย์ปกติบ้าง ซึ่งถ้าละครปัจจุบันเป็นก็ดี
แต่นี่ไปอยู่ในละครพีเรียด ความรู้สีกคนดูละครพีเรียดประเทศนี้ชอบเกร็ดที่แทรกจากละครไม่ใช่วิถีชีวิตตรง ๆ
และเรื่องนี้เป็นเรื่องของชนชั้นสูง เรื่องเจ้าซึ่งคนดูก็ถูกปลูกฝังการดูละครเจ้าในแบบหนึ่ง ซึ่งมีละค้อน ละครมาก
ก็คาดหวังอารมณ์ละครที่ชัดเจน แต่ตัวละครหลักก็เลือกจะแสดงออกแบบคนทั่วไปทำกันแต่พอมาในทำในพลอตแบบนี้
มันยิ่งดูขัดกัน ความอินของคนดูก็ยิ่งยากเข้าไปอีก แต่ละครก็ยังมีปรับตัวละครบางตัวให้มีความเป็นละครบ้าง เพื่อความเข้มข้นของเรื่อง
แต่กลายเป็นเมื่อเอาเข้าไปอยู่ในเรื่อง มันดันแปลกแยกกับการดำเนินเรื่อง จากดูเด่นกลับดูโดด
ตัวละครที่ควรจะเด่นเพื่อการปรับรสละครให้มันชัดขึ้นกลับยิ่งดูโดดไปเรื่อย ๆ และไม่มีความน่าสนใจ

มีหลายคนชอบใช้คำว่า ละเมียดละไม กลมกล่อมกับละครเรื่องนี้ราวกับว่าเป็นอาหาร
ไม่รู้ว่าความเห็นท่านอื่นคิดว่ามันคืออาหารอะไร โดยส่วนตัวเพชรกลางไฟ คือ หลน
หลนคืออาหารที่มีรสชาติหลากหลาย มีทั้งหวาน ทั้งเค็ม ทั้งมัน เจือความเปรี้ยวนิด ๆ
ซึ่งถ้าคนกินหลนคำนึง ทุกรสชาติที่กล่าวมาจะต้องเข้าไปรวมในคำเดียวกัน
แต่สำหรับเรื่องนี้ มันเป็นหลนเหมือนเดิมมีการปรับแต่งรสให้จัดจ้านและหลนถ้วยนี้ก็มีทุกรสชาติ แต่ไม่มีความเด่นซักรสเลย

เพชรกลางไฟโดยส่วนตัว
คืองานที่ผลิตมาด้วยความตั้งใจ นักแสดงทุกคนที่ได้รับการติดต่อมาแสดงทำได้สมบทบาททุกคน
ผู้ผลิตต้องการนำเสนอ เรื่องที่สภาพแตกต่างจากตลาดละครซี่งเป็นสิ่งที่ดี
ละครแบบนี้จะเข้ามาเป็นทางเลือกให้คนดู แต่เมื่อคนดูไม่สามารถเข้าถึงได้ โอกาสของละครแบบนี้จะเกิดขึ้นอีกไหมก็ไม่รู้
หรือจะเลือกรับว่าสิ่งที่ทำนั้นดีแล้ว มีคนรับทราบแล้ว แต่มันน่าจะทำให้มากกว่านี้ ถ้ามีวิธีการที่มากกว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้
ซึ่งก็ต้องให้ผู้ผลิตกลับไปพิจารณาการนำเสนอให้สามารถเข้าถึงคนดูให้ได้มากขึ้น ทำอย่างไม่เสียนิยายแต่ต้องทำความเข้าใจคนดูด้วย
หลายคนชอบพูดว่า ตัวละครเหมือนเดินออกมาจากนิยายเลย ละครเรื่องนี้ก็เหมือนกันทำให้ตัวละครมันเคลื่อนไหว
แต่ไม่สามารถสัมผัสชีวิตที่ตัวละครเป็นได้เลย ไม่สามารถให้ตัวละครมีชีวิตเพื่อจับใจคนดูได้
เหมือนมันถูกกำหนดไปตามทางที่เรื่องวางไว้ แต่ไม่ถึงใจคนดู
เรื่องที่ดูไม่ยาก แค่มีตัวละครลายล้อมมากซักหน่อย กลับไม่สามารถดีงดูดใจได้
ยังมีเวลาที่เพชรกลางไฟตอนนี้จะยังต้องพิสูจน์ เลยกลายเป็นละครที่สมชื่อจริง ๆ
จะสามารถพิสูจน์ตัวเองกับคนดูว่ามันจะเป็นเพชรที่ยังส่องประกายท่ามกลางความร้อนแรงจากหลายอย่าง
หรือสุดท้ายความส่องประกายจะค่อย ๆ หายไปแล้วจมไปกับกองเพลิงด้วยความล้มเหลว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่