เวลาอกหัก ให้กับคนที่เราทุ่มไปหมดทั้งใจ เพื่อนๆทำไงครับ และอยากจะระบายครับ

สวัสดีครับ ผมอยากจะถามความเห็นเพื่อนๆ เวลาอกหักหาทางออกอย่างไงครับ ช-ช

            ผมขอเล่าเรื่องก่อนนะครับ วันที่ 27/11/59 ผมได้ไปดูหนังเรื่อง fantastic beasts รอบค่ำๆหน่อย ปกติผมจะไปดูกับน้องชายครับแต่วันนั้น น้องไม่ไปด้วยผมเลยไปดูหนังคนเดียว ส่วนตัวเป็นคนมีแฟนเหมือนไม่มีในช่วงนั้น ความรักก็กำลังจะพัง ไปไหนไปคนเดียวไม่เคยพาได้ไปกับแฟนเลย พอไปถึงผมก็นั่งรอที่หน้าโรงหนังเล่นเฟชบุ๊ครอไปเลื่อนๆมาเจอ รุ่นน้องคนนึง ที่ถ่ายรูปตั๋วหนัง เรื่องเดียวกับผม ผมมีเฟชน้องคนนี้มานานสักปีละรู้จักกันผ่านเกมก็ไม่เคยคุยกันเลยผมเลยไปคอมเม้นต์ว่า "มาดูรอบเดียวกันเลย" ละก็คุยอะไรไปตามประสา หลังจากนั้นผมก็เข้าไปดูหนังพอเดินออกมาก็เจอพอดี วันที่ไปผมนี่ก็เป็นคนสายตาสั้นครับ และบังเอินไม่กี่วันก่อนหน้านั้นแว่นตาผมหัก ผมก็มองน้องเขาไม่ค่อยชัด เลยแค่ยกมือให้ยิ้มให้เล่น กลับบ้านไป แต่ผมก็จำได้นะว่าน้องเขาแต่งตัวอย่างไงถืออะไรอยู่ในมือตอนยกมือให้กัน หลักจากนั้นก็ไม่ได้คุยกันอีกเลย เอาจริงๆผมก็อยากไปจีบน้องเขานะ แต่ยังเครียเรื่องของแฟนที่จะเลิกกันไม่เสร็จ หลังจากนั้นเดือนทันวาช่วงปีใหม่ผมก็กลับบ้านไปเจอเพื่อนๆ เค้าดาวกันตามประสากับเพื่อน ช่วงนั้นก็จัดได้ว่าเป็นคนโสดคนนึง เพื่อนๆก็มาถามเรื่องแฟนคบใครอยู่บ้าน เพราะไม่ได้เจอกันเลย ปีนึงก็จะมาอับเดทชีวิตของกันและกันก็ช่วงปีใหม่กับ สงกรานต์กัน ผมก็บอกเพื่อนว่าผมเจอน้องคนนึง ผมคิดว่าผมชอบเขานะ นะจะลองทักไป พอเที่ยงคืนของคืนปีใหม่ผมก็ทักไป "HNY ครับ" น้องเขาก็ตอบกลับมาว่า "เช่นกาน มีความสุขเน้อ" จากนั้นก็ชวนคุยกันไปเรือยๆ พอเริ่มดึกๆ ก็นอน ก็คุยกันมาเรื่อยๆประมานเกือบเดือน ผมก็เลยบอกไปว่าผมชอบ น้องเขาบอกว่าตอนนี้มีแฟนแล้ว ผมก็โอเค ผมก็ไม่จีบก็คุยกันปกติ คุยเรื่องเกมมั้งเรื่องชีวิตมั้ง หลังจากนั้นไม่นานน้องเขาก็มีปัญหากับแฟน ก็มาขอความแนะนำว่าทำไงดี ผมก็ให้คำแนะนำไป สุดท้ายน้องเขาก็เลิกกับแฟน แต่ผมติดอยู่ในสถานะพี่ชาย ตอนนี้ผมก็รู้สึกว่ามันคงเป็นโอกาศที่ผมจะจีบน้องเขาอีก ผมก็ไปดูหนังบ่อยมากช่วงนั้นเผื่อจะเจอน้องอีกจนวันนึงผมไปดูหนังเรื่อง the red turtle ผมก็ไปดูคนเดียวเผื่อว่าจะได้เจอและบังเอินหลังดูจบผมได้ตั๋วหนังฟรีสองใบซึ่งตอนแรกคิดว่าคงจะดูหนังอีกคงนานเลยถามน้องเขาในเฟชบุ๊คว่าวันนี้มาที่ห้างไหมผมจะเอาตั๋วหนังให้ น้องเขาบอกว่ามาผมเลยรอเอาตัวหนังให้แล้วผมก็กลับบ้านไปละก็คุยกันตามปกติผมก็เคยถามนะว่าที่ผมทำมันทำให้รู้สึกชอบผมบ้างหรือเปล่าก็ได้คำตอบแบบยังพอให้ผมพยามที่จะคุยต่อไป ละน้องเขาส่งรูปโปรไฟล์มาบอกว่าช่วนเลือกให้หน่อยไม่รู้จะใช้รูปไหนดี ผมเลยถามไปว่าอยากได้รูปโปรไฟล์สวยๆป่ะ ? น้องเขาก็บอกอยากได้  ส่วนตัวแล้วผมเลิกถ่ายรูปไปสักพักประมาน 2 ปีผมเล่าเหตุผลที่เลิกุถ่ายรูปให้น้องฟัง ผมเลยถามว่าอยากได้รูปไหม ผมจะถ่ายให้ หลังจากนั้นไม่นานผมก็ได้ไปถ่ายให้โดยเอาเรื่องไปดูหนังเป็นข้ออ้างไปดูหนังเรื่อง Split รอบทุ่มนึง โดยบอกน้องว่า "พี่จะไปดูหนังนะจะเอากล้องไปด้วยจะไปถ่ายไหม" ตอนแรกๆน้องเข้าบอกว่าไม่ได้ไป ผมเลยบอกไปว่าไม่เป็นไร งั้นพี่ไม่เอากล้องไปละ แต่สุดท้ายน้องเขาก็บอกว่ามาได้ ผมเลยเอากล้องไปถ่าย ก็ถ่ายได้สักพัก ก็คุยกันปกติ ผมชอบน้องเขามากขึ้นก็เป็นครั้งแรกที่เจอกันแบบจริงจัง และได้คุยกันผมก็ถ่ายรุปไปด้วยคุยไปด้วย "ผมแมร่งโคตรชอบน้องเขาเลยว่ะ" ผมถามกับตัวเองแต่ไม่ได้พูดกับน้องเขาไปตรงๆ น้องเขาขอดูรูปผมเลยเอากล้องไปให้ ระหว่างที่รอดูน้องเขาดูรูปผมก็เอาโทรศัพท์ผมเอามาถ่ายรูป เอาไว้รูปผมเอง ละน้องที่กำลังถือกล้องอยู่ก็ถ่ายรูปผม 1 รูป ข้างหลังละมันเป็นรูปที่ผมชอบที่สุด มันทำให้ผมอยากถ่ายรูปให้น้องเขาอีก ทั้งที่ผมเลิกถ่ายรูปไปแล้วผมได้ความรู้สึกของการถ่านรุปวันแรกกับกล้องตัวนี้ ความรู้สึกแบบนี้ หลังจากนั้นเกือบหนึ่งทุ่มแสงหมดก็ ไปดูหนังตามที่ได้จองไว้น้องเขาไปส่งผมที่หน้าโรงหนัง พอดูหนังจบก็มาทำรูปให้น้องเขา ผมก็ถามน้องเขาชอบรูปที่ผมทำให้น้องบอกชอบ ละเอารูปนั้นไปทำรูปโปรไฟล์ เอาลงทุกอย่างที่น้องจะใช้ ผมแมร่งโคตรมีความสุขเลย ที่มีคนชอบรูปที่ผมถ่ายให้ ก่อนหน้านั้นผมก็วาดรูปให้น้องเขา ละส่งไปให้ผมอยากจะทำอะไรแบบนี้ให้เยอะๆ


          จากนั้นเรื่องมันก็เปลี่ยนไปน้องเขาทดสอบผมโดยการที่ไม่ตอบแชทผม มันทำให้ผมรู้เลยว่ามีบางอย่างแปลกไป แต่ไม่รู้ว่ามีแปลกไปในทางที่ดีหรือไม่ได้
น้องเขาบอกผมว่า "ที่ไม่ตอบแชทพี่เพราะอยากรู้เฉยๆ ว่าพี่จะรอผมป่ะ"  
ผมก็ตอบไป "รอดิทำไมจะไม่รอ"
ผมเลยถามเล่นๆไป "เอ้าแล้วสอบผ่านป่ะ?"
น้องเขาตอบ "ไม่ผ่าน"
ผมเลยบอกไปว่า "งั้นสอบแก้ที่ไหนครับ"
น้องเขาตอบผม "ห้องน้อง"
ผมเลยตอบไป "เด็กนี้มันร้าย"

จากนั้นก็คุยกันไปตามประสา  

แต่หลังจากนั้นน้องเขาบอกผมว่า "ถ้าพี่รอผมผมจะหายไปจริงๆนะ"
ผมก็ว่า "ทำไมละ"
น้องเขาบอกว่า "กลัวพี่ไม่โอเค"
เลยถามต่อ "ไม่โคอเคเรื่อง ?"
หลังจากนั้นน้องก็ตัดบทบอกว่า "ช่างมันเถอะ  ผมอยากให่พี่ยอมรับให้เป็นพี่น้องกัน"  
ผมก็บอกไปว่า "ตอนนี้คงเป็นเรื่องยากแต่จะพยาม ถึงยังไงพี่ก็ชอบวิทอยู่ดี"
น้องเขาบอก "รู้ไหม ทำไมผมไม่ตอบแชทพี่"
ผมตอบ "ก็คงเป็นเพราะไม่อยากให้พี่ยุ่งไงละ อันนี้พี่รู้ น้องบอกพี่เอง"
น้องเขาบอก "บอกก็ได้ จริงๆแล้ว 10%"
ผมเลยถาม "เกลียดพี่อะนะ"
น้องเขาตอบ "ไม่ใช่ ตรงข้าม"
ผมตอบ "ละน้องกลัวอะไรละ"
น้องเขาตอบ "ผมยังมีแฟนอยู่ผมยังไม่ได้เลิก"
ผมตอบ "ไม่เป็นไร พี่รอได้พี่เก่งเรื่องนี้อยู่แล้ว"  พอนึงถึงตอนนี้ ทำไมผมโง่จังวะ ทำไมความพยามล้นเหลือจังเลย ทำไมยังจะทำต่อไป

         จากนั้นก็คุยกันไปตามประสา เหมือนไม่ได้เกิดอะไรขึ้น จนมีคนอีกคนมาจีบ ผมนี่แพ้ไปเลยน้องเขาบอกว่าชอบคนนี้ที่มาจีบ ผมก็บอกน้องไปว่า

"ถ้าเขาทักมาก็แสดงว่าเขาอยากคบแหละ ก็คุยไปเลย จะได้ไม่เสียเวลา"


       หลังจากนั้นน้องเขาไม่ตอบผมอีกเลย ผมก็ไปอธิบายว่าไม่ได้ประชดนะละอีกหลายร้อยข้อความน้องเขาก็อ่านอย่างเดียว

มาถึงตอนนี้ผมรู้ว่าผมนี่โง่ไปเลย พูดอะไรไปนี่ไม่ระวัง น่าจะคิดให้ดีๆ ไม่น่าจะใจร้อนทำให้ความรู้สึกมันเปลี่ยน ไม่น่ารีบจนทำทุกอย่างมันพังหมด ความโง่ของผมไม่จบเพียงแค่นั้น ผมไปฟลัดไลน์ จนโดนน้องเขาบล๊อกอีก ช่างเป็นอะไรที่โง่สิ้นดี  ถึงผมจะรู้สึกผิด รู้สึกพลาดกับสิ่งที่ผมทำไปแล้ว ผมก็คงต้องยอมรับมันจริงๆ ละผมก็เสียใจกับสิ่งที่ผมทำไป ผมไม่ได้คิดให้ดีก่อน ไม่น่าจะให้ความรู้สึกมันล้นออกมาขนาดนี้ ผมแค่รู้สึกว่าน้องคนนี้ คงเป็นคนพี่ผมชอบจริงๆ คนที่ผมจะทุ่มเท่ให้ได้โดยที่ผมจะไม่เสียใจ ก่อนหน้านี้ผมเป็นคนที่ใจเย็นกว่านี้ คิดรอบคอบกว่านี้ รู้ว่าสิ่งไหนควรพูดไม่ควรพูด ทั้งที่ตัวเองเป็นคนแบบนั้น เพราะความรักทำให้คนตาบอดจริงๆ วันนี้ผมพึ่งเข้าใจ ผมก็ยังรออยู่นะถึงแม้จะไม่ได้คุยแล้ว หมดโอกาศและสมน้ำหน้าตัวเอง กลับการที่น้องเขาไม่ตอบแค่อ่านอย่างเดียวมันทำให้ผมแทบเป็นบ้า มันทำให้ผมคลั่ง ละสุดท้ายหาทางออกไม่ได้ และทำเรื่องโง่ๆออกไป


ผมยังเก็บเอาไว้อยู่นะ ถ้าน้องเขาเข้ามาอ่าน




ปล.ผมเขียนกระทู้ยาวๆครั้งแรก ผิดพลาดประการใดขออภัยครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่