ค้าไทย - สหภาพยุโรปส่อวูบหลังไทยถูกตัดจีเอสพี - 3 คู่แข่งทั้งเวียดนาม สิงคโปร์ เกาหลีชิงได้เปรียบทำเอฟทีเอ จับตาทรัมป์ส่อยกเลิกเจรจาเอฟทีเอสหรัฐฯ - อียูทำเศรษฐกิจยุโรปขาดแรงกระตุ้น การเมืองทุบซํ้า เอกชนฟันธงส่งออกไทยไปอียูปีนี้โตไม่เกิน 1%
ตลาดสหภาพยุโรป(อียู) สมาชิก 27 ประเทศ เป็นตลาดส่งออกสินค้าไทยในปี 2559 สัดส่วน 10.2%โดยในปีที่ผ่านมาการส่งออกของไทยไปอียูมีมูลค่า 2.20 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัว 0.4% ขณะที่ในปี 2560 สถานการณ์ส่งออกของไทยไปตลาดนี้ยังน่าห่วง
นายชิงชัย หาญเจนลักษณ์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย อดีตประธานสภาธุรกิจไทย-สหภาพยุโรป เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ในปี 2560 คาดการส่งออกของไทยไปตลาดอียูจะขยายตัวได้ไม่เกิน 1% มีปัจจัยสำคัญคือ
1.ผลจากตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา สินค้าไทยทุกรายการถูกอียูตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร(จีเอสพี) ทำให้ความสามารถในการแข่งขันลดลง
2.ผลจากไทยไม่มีความตกลงเขตการค้าเสรี(เอฟทีเอ)กับอียู ขณะที่เวลานี้อียูได้บรรลุความตกลงเอฟทีเอกับ 3 ชาติที่เป็นคู่แข่งขันส่งออกไทยไปตลาดอียูแล้วได้แก่ เวียดนาม สิงคโปร์ และเกาหลีใต้ ซึ่งมีทั้งมีผลบังคับใช้แล้ว และกำลังจะมีผลบังคับใช้ ทั้งนี้ในกลุ่มสินค้าไทยที่มีเวียดนามเป็นคู่แข่งในตลาดอียู เช่นเครื่องนุ่งห่ม และสินค้าที่สิงคโปร์ และเกาหลีใต้ เป็นคู่แข่ง เช่นเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ จะได้รับผลกระทบการส่งออกที่ลดลง
3.จากที่สหรัฐอเมริกาและอียูได้เริ่มเปิดเจรจาความเป็นหุ้นส่วนทางการค้าและการลงทุนระหว่างแอตแลนติกกับสหภาพยุโรป(TTIP) หรือเอฟทีเอสหรัฐฯ-อียูมาตั้งแต่ปี 2556 คาดการเจรจาหลังจากที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ขึ้นเป็นผู้นำคนใหม่ของสหรัฐฯ มีความเป็นไปได้สูงที่การเจรจาจะหยุดชะงักหรือสหรัฐฯ จะขอถอนตัวในลักษณะคล้ายกับที่นายทรัมป์ได้ถอนสหรัฐฯ ออกจากความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก(TPP) จากที่นายทรัมป์จะหันมามุ่งการเจรจาแบบทวิภาคีหรือระหว่าง 2 ประเทศแทน ซึ่งจะมีผลทางอ้อมทำให้เศรษฐกิจอียูชะลอตัวลง และนำเข้าลดลง
“นอกจากนี้ในประการที่ 4 หลายประเทศของสมาชิกของอียูจะมีการเลือกตั้งทั้งในฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์และในเยอรมัน โดยในส่วนของฝรั่งเศสหากนางมาครีน เลอ แปน หัวหน้าพรรคฟรอนต์เนชั่นแนล ซึ่งเป็นฝ่ายขวาจัดได้ประกาศหากได้รับชัยชนะ จะนำฝรั่งเศสออกจากการเป็นสมาชิกอียู จะทำให้เศรษฐกิจ การเมือง และนโยบายการค้าของหลายประเทศในอียูมีความผันผวน เพราะเขาต้องปรับโครงสร้างภายใน ขณะที่วิกฤติหนี้ในกรีซก็ยังไม่น่าไว้ใจ อิตาลีก็อยากจะออกจากอียู ภาพรวมจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกไทยไปอียูแน่นอน”
นายชิงชัย กล่าวอีกว่า จากแนวโน้มดังกล่าวและเพื่อลดความเสี่ยง ผู้ส่งออกของไทยควรขยายตลาดการส่งออกมายังตลาดอาเซียนบวก 6 หรือ RCEP (อาเซียน 10 ประเทศ บวก จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์)ให้มากขึ้น เพราะมีขนาดตลาดที่ใหญ่ สามารถชดเชยตลาดอียูที่มีแนวโน้มชะลอตัวได้
JJNY : เศรษฐกิจดี๊ดี...ซี้จุกสูญ ส่งออกไทยไปอียู ‘กู่ไม่กลับ’ 4 ปัจจัยเสี่ยง ทุบออร์เดอร์ - ฟันธงโตไม่เกิน1%
ตลาดสหภาพยุโรป(อียู) สมาชิก 27 ประเทศ เป็นตลาดส่งออกสินค้าไทยในปี 2559 สัดส่วน 10.2%โดยในปีที่ผ่านมาการส่งออกของไทยไปอียูมีมูลค่า 2.20 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัว 0.4% ขณะที่ในปี 2560 สถานการณ์ส่งออกของไทยไปตลาดนี้ยังน่าห่วง
นายชิงชัย หาญเจนลักษณ์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย อดีตประธานสภาธุรกิจไทย-สหภาพยุโรป เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ในปี 2560 คาดการส่งออกของไทยไปตลาดอียูจะขยายตัวได้ไม่เกิน 1% มีปัจจัยสำคัญคือ
1.ผลจากตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา สินค้าไทยทุกรายการถูกอียูตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร(จีเอสพี) ทำให้ความสามารถในการแข่งขันลดลง
2.ผลจากไทยไม่มีความตกลงเขตการค้าเสรี(เอฟทีเอ)กับอียู ขณะที่เวลานี้อียูได้บรรลุความตกลงเอฟทีเอกับ 3 ชาติที่เป็นคู่แข่งขันส่งออกไทยไปตลาดอียูแล้วได้แก่ เวียดนาม สิงคโปร์ และเกาหลีใต้ ซึ่งมีทั้งมีผลบังคับใช้แล้ว และกำลังจะมีผลบังคับใช้ ทั้งนี้ในกลุ่มสินค้าไทยที่มีเวียดนามเป็นคู่แข่งในตลาดอียู เช่นเครื่องนุ่งห่ม และสินค้าที่สิงคโปร์ และเกาหลีใต้ เป็นคู่แข่ง เช่นเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ จะได้รับผลกระทบการส่งออกที่ลดลง
3.จากที่สหรัฐอเมริกาและอียูได้เริ่มเปิดเจรจาความเป็นหุ้นส่วนทางการค้าและการลงทุนระหว่างแอตแลนติกกับสหภาพยุโรป(TTIP) หรือเอฟทีเอสหรัฐฯ-อียูมาตั้งแต่ปี 2556 คาดการเจรจาหลังจากที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ขึ้นเป็นผู้นำคนใหม่ของสหรัฐฯ มีความเป็นไปได้สูงที่การเจรจาจะหยุดชะงักหรือสหรัฐฯ จะขอถอนตัวในลักษณะคล้ายกับที่นายทรัมป์ได้ถอนสหรัฐฯ ออกจากความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก(TPP) จากที่นายทรัมป์จะหันมามุ่งการเจรจาแบบทวิภาคีหรือระหว่าง 2 ประเทศแทน ซึ่งจะมีผลทางอ้อมทำให้เศรษฐกิจอียูชะลอตัวลง และนำเข้าลดลง
“นอกจากนี้ในประการที่ 4 หลายประเทศของสมาชิกของอียูจะมีการเลือกตั้งทั้งในฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์และในเยอรมัน โดยในส่วนของฝรั่งเศสหากนางมาครีน เลอ แปน หัวหน้าพรรคฟรอนต์เนชั่นแนล ซึ่งเป็นฝ่ายขวาจัดได้ประกาศหากได้รับชัยชนะ จะนำฝรั่งเศสออกจากการเป็นสมาชิกอียู จะทำให้เศรษฐกิจ การเมือง และนโยบายการค้าของหลายประเทศในอียูมีความผันผวน เพราะเขาต้องปรับโครงสร้างภายใน ขณะที่วิกฤติหนี้ในกรีซก็ยังไม่น่าไว้ใจ อิตาลีก็อยากจะออกจากอียู ภาพรวมจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกไทยไปอียูแน่นอน”
นายชิงชัย กล่าวอีกว่า จากแนวโน้มดังกล่าวและเพื่อลดความเสี่ยง ผู้ส่งออกของไทยควรขยายตลาดการส่งออกมายังตลาดอาเซียนบวก 6 หรือ RCEP (อาเซียน 10 ประเทศ บวก จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์)ให้มากขึ้น เพราะมีขนาดตลาดที่ใหญ่ สามารถชดเชยตลาดอียูที่มีแนวโน้มชะลอตัวได้