*****ขอความกรุณา ผมน้อมรับคำแนะนำเต็มที่ครับ ขอแบบสุภาพชนนะครับ*****
เรื่องมีอยู่ว่า ในช่วงนี้เป็นช่วงที่ชายไทยที่มีอายุครบ 20 ปี หรือ มากกว่าที่ทำการผ่อนผันและต้องการจะถอนสิทธิ์ผ่อนผัน ต้องทำการตรวจร่างกายตามโรงพยาบาลของทหารนะครับ
วันนี้ผมได้เดินทางเพื่อไปตรวจสายตาขอไม่ระบุชื่อโรงพยาบาลครับ แต่ไม่ได้ตรวจครับเนื่องจากคิวเต็มทั้งวัน ก็ไม่ได้โวยวายอะไร เพราะเราไปช้าจริงๆครับ เกือบ 8 โมง กว่าจะทำบัตรทำอะไรเสร็จ ผมจึงย้ายไปอีกโรงพยาบาลหนึ่งที่สามารถที่จะทำการตรวจให้ได้เหมือนกัน แต่เป็นโรงพยาบาลในค่ายทหารครับ ที่นั่นเราจะต้องนำใบรับรองที่แพทย์ออกให้มาเพื่อให้แพทย์ของทางโรงพยาบาลยืนยันให้ครับ ไม่สามารถที่จะตรวจได้จากที่โรงพยาบาลนี้ ซึ่งผมก็ไม่ได้นำมาครับ เพราะคิดว่าจะมาตรวจได้เลย ไม่เป็นไรครับ ก็ขอคำแนะนำพูดคุยกับพี่พยาบาลครับ (จากทั้ง 2 โรงพยาบาลนะครับ)
เนื่องด้วยจากผมเป็นคนที่ส่วนตัวมีสุขภาพที่ไม่แข็งแรง(มากๆ)ครับ แขนหัก 2 ครั้ง(เอาเหล็กออกแล้ว) และ ผ่าตัดลำไส้มา 1 ครั้ง แต่ตอนนี้ร่างกายปกติครับ และ....เป็นภูมิแพ้ครับ แพ้ฝุ่น ย้ำว่าแพ้ฝุ่นนะครับ ไม่ได้แพ้อากาศ ดูธรรมดาใช่ไหมครับ ใครๆก็เป็นภูมิแพ้ พยาบาลก็บอกครับว่าถ้าไม่ถึงขั้นเป็นหอบหืดก็จบครับ แต่ผมขออธิบายว่าในทุกวันนี้ในชีวิตประจำวัน อาจจะเพราะไลฟ์สไตล์ส่วนใหญ่ไม่ใช่คนที่เคยออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาครับ จึงมีอากาศแพ้ที่เป็นบ่อยมากๆ เรียกได้ว่าวันเว้นวัน ยาแก้แพ้ต้องพกตลอด ในวันที่มีอาการก็จะน้ำมูกไหล แน่นจมูก จาม(7-10 ทีติดกัน) ตาจะเพลียและบวมๆครับ ถ้าคนที่ใกล้ตัวหรือเพื่อนจะรู้ครับว่าเป็นหนักขนาดไหน บางวันไม่สามารถที่จะเรียนได้ ต้องนอนทั้งวันเลย สามารถทำกิจกรรมอื่นได้บ้าง แต่ไม่เต็ม 100 ครับ ไม่ถึง 50 เพราะจมูกจะแสบและแดง เป็นแบบนี้ตลอดทั้งวัน ทิชชู่หมด 3-4 ม้วนใน 1 วัน แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ครับ แค่อ้าปากพูดบอกไปว่าภูมิแพ้ครับ พี่พยาบาลก็จะพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มๆ (นุ่มจริงๆครับไม่ได้ประชด) ว่า "ภูมิแพ้ไม่นับนะคะ".... ครับ ก็ไม่ได้เถียงอะไรครับ
(เพิ่มเติมบางท่านอาจจะบอกว่าทำไมไม่ออกกำลังกาย ลองพยายามหลายรอบครับ แต่เวลาวิ่งไปแล้วจะหายใจไม่ทัน รู้สึกเย็นๆแห้งๆในคอ แล้วก็จะเจ็บๆปวดๆหน้าอกครับ ซึ่งผมคิดว่าไม่น่าจะใช่อาการของหอบหืดครับ เพราะไม่เคยเป็นหนักอะไร อาจจะวิ่งแล้วรู้สึกถูกบีบตรงหน้าอก ก็เลิกวิ่ง พัก แล้วก็จะหายครับ แต่ทุกครั้งก็เป็นแบบนี้ จึงไม่สามารถออกกำลังกายอะไรได้ครับ)
ถัดมาที่สายตาครับ เมื่อภูมิแพ้ไม่ได้ แขนก็ใช้ได้ปกติ ท้องก็ไม่มีปัญหา ไส้ติ่งตัดแล้ว ก็เหลือแต่สายตาครับ ก่อนที่จะไปตรวจผมหาข้อมูลมาแล้วครับ ว่าถ้าได้รับการยกเว้นสายตาทั้งสองข้างต้องสั้นมากกว่า 800 ครับ ผมได้หยุดคุยเรื่องสายตาอธิบายอยู่กับพี่พยาบาลอยู่พักนึง เพื่อหาข้อมูลครับ แต่สายตาผมมันดันไม่ถึงเกณฑ์ครับ ผมมีค่าสายตาอยู่ที่ R-1.50 -1.25 10 L -3.25 -1.25 175 มันไม่ถึงเกณฑ์แน่ๆครับ แต่เนื่องจากสายตาผมมีความห่างของสายตา และความเอียงที่ต่างกันอยู่มากครับ บอกตามตรงว่า ผมมองสิ่งใดไม่เห็นเลยครับ ผมไม่เคยทราบว่าคนสายตาสั้น 800 นั้นเป็นยังไงครับ แต่เท่าที่สายตาผมเป็นอยู่ตอนนี้คือ ผมชูมือสุดแขนผมมองข้อพับตัวเองเป็นภาพเบลอและซ้อนแล้วครับ ก้มหน้ามองเป้าหรือหัวเข็มขัด ยังดูไม่รู้ว่าเป็นภาพอะไร ผมก็พยายามที่จะอธิบายและคุยให้กับพี่พยาบาลฟังครับ พี่พยาบาลพูดจาดีมากๆครับ เค้าได้อธิบายว่าเราต้องมีผลตรวจค่าสายตาจากโรงพยาบาลรัฐมาแล้วจึงมาให้คุณหมอของโรงพยาบาลรับรองว่าสายตามากกว่าเกณฑ์ ในกรณีนี้สายตาไม่ถึง คุณหมอจะไม่ดูว่าถอดแว่นแล้วมองเห็นขนาดไหนหรือมองไม่เห็น คุณหมอจะพิจารณาจากแค่ตัวเลข ถ้าไม่ถึงก็สามารถเข้ารับการฝึกได้นะคะ ในจุดๆนี้ต้องบอกเลยว่าผมแอบสงสัยและขุดขิด(ศัพท์ที่ไหนเนี่ย)ในใจว่า อ้าว ทุกวันนี้หากขาดแว่นไปผมไม่สามารถใช้ชีวิตได้เลยครับ แค่เดินเข้าห้องน้ำ ทานข้าวอยู่ในห้องส่วนตัวยังทำลำบาก ทำไมคุณหมอจึงไม่พิจารณาในกรณีแบบนี้ให้
ผมไม่ทราบจริงๆครับว่าชีวิตการเป็นทหารเป็นอย่างไร เข้าไปข้างในใส่แว่นได้ไหม ในระหว่างฝึกใส่แว่นไหม แล้วอาการแพ้ฝุ่นที่ผมเป็นอยู่นี้มันเป็นอุปสรรคแน่ๆครับ ผมเห็นคนอื่นที่เป็นภูมิแพ้กันเยอะแยะเค้าสามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ แต่ผมไม่ครับ แทบจะน้อยใจซะด้วยทำไมถึงเกิดมาเป็นแบบนี้
ว่าด้วยเรื่องการตรวจสุขภาพในการเกณฑ์ทหาร
เรื่องมีอยู่ว่า ในช่วงนี้เป็นช่วงที่ชายไทยที่มีอายุครบ 20 ปี หรือ มากกว่าที่ทำการผ่อนผันและต้องการจะถอนสิทธิ์ผ่อนผัน ต้องทำการตรวจร่างกายตามโรงพยาบาลของทหารนะครับ
วันนี้ผมได้เดินทางเพื่อไปตรวจสายตาขอไม่ระบุชื่อโรงพยาบาลครับ แต่ไม่ได้ตรวจครับเนื่องจากคิวเต็มทั้งวัน ก็ไม่ได้โวยวายอะไร เพราะเราไปช้าจริงๆครับ เกือบ 8 โมง กว่าจะทำบัตรทำอะไรเสร็จ ผมจึงย้ายไปอีกโรงพยาบาลหนึ่งที่สามารถที่จะทำการตรวจให้ได้เหมือนกัน แต่เป็นโรงพยาบาลในค่ายทหารครับ ที่นั่นเราจะต้องนำใบรับรองที่แพทย์ออกให้มาเพื่อให้แพทย์ของทางโรงพยาบาลยืนยันให้ครับ ไม่สามารถที่จะตรวจได้จากที่โรงพยาบาลนี้ ซึ่งผมก็ไม่ได้นำมาครับ เพราะคิดว่าจะมาตรวจได้เลย ไม่เป็นไรครับ ก็ขอคำแนะนำพูดคุยกับพี่พยาบาลครับ (จากทั้ง 2 โรงพยาบาลนะครับ)
เนื่องด้วยจากผมเป็นคนที่ส่วนตัวมีสุขภาพที่ไม่แข็งแรง(มากๆ)ครับ แขนหัก 2 ครั้ง(เอาเหล็กออกแล้ว) และ ผ่าตัดลำไส้มา 1 ครั้ง แต่ตอนนี้ร่างกายปกติครับ และ....เป็นภูมิแพ้ครับ แพ้ฝุ่น ย้ำว่าแพ้ฝุ่นนะครับ ไม่ได้แพ้อากาศ ดูธรรมดาใช่ไหมครับ ใครๆก็เป็นภูมิแพ้ พยาบาลก็บอกครับว่าถ้าไม่ถึงขั้นเป็นหอบหืดก็จบครับ แต่ผมขออธิบายว่าในทุกวันนี้ในชีวิตประจำวัน อาจจะเพราะไลฟ์สไตล์ส่วนใหญ่ไม่ใช่คนที่เคยออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาครับ จึงมีอากาศแพ้ที่เป็นบ่อยมากๆ เรียกได้ว่าวันเว้นวัน ยาแก้แพ้ต้องพกตลอด ในวันที่มีอาการก็จะน้ำมูกไหล แน่นจมูก จาม(7-10 ทีติดกัน) ตาจะเพลียและบวมๆครับ ถ้าคนที่ใกล้ตัวหรือเพื่อนจะรู้ครับว่าเป็นหนักขนาดไหน บางวันไม่สามารถที่จะเรียนได้ ต้องนอนทั้งวันเลย สามารถทำกิจกรรมอื่นได้บ้าง แต่ไม่เต็ม 100 ครับ ไม่ถึง 50 เพราะจมูกจะแสบและแดง เป็นแบบนี้ตลอดทั้งวัน ทิชชู่หมด 3-4 ม้วนใน 1 วัน แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ครับ แค่อ้าปากพูดบอกไปว่าภูมิแพ้ครับ พี่พยาบาลก็จะพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มๆ (นุ่มจริงๆครับไม่ได้ประชด) ว่า "ภูมิแพ้ไม่นับนะคะ".... ครับ ก็ไม่ได้เถียงอะไรครับ
(เพิ่มเติมบางท่านอาจจะบอกว่าทำไมไม่ออกกำลังกาย ลองพยายามหลายรอบครับ แต่เวลาวิ่งไปแล้วจะหายใจไม่ทัน รู้สึกเย็นๆแห้งๆในคอ แล้วก็จะเจ็บๆปวดๆหน้าอกครับ ซึ่งผมคิดว่าไม่น่าจะใช่อาการของหอบหืดครับ เพราะไม่เคยเป็นหนักอะไร อาจจะวิ่งแล้วรู้สึกถูกบีบตรงหน้าอก ก็เลิกวิ่ง พัก แล้วก็จะหายครับ แต่ทุกครั้งก็เป็นแบบนี้ จึงไม่สามารถออกกำลังกายอะไรได้ครับ)
ถัดมาที่สายตาครับ เมื่อภูมิแพ้ไม่ได้ แขนก็ใช้ได้ปกติ ท้องก็ไม่มีปัญหา ไส้ติ่งตัดแล้ว ก็เหลือแต่สายตาครับ ก่อนที่จะไปตรวจผมหาข้อมูลมาแล้วครับ ว่าถ้าได้รับการยกเว้นสายตาทั้งสองข้างต้องสั้นมากกว่า 800 ครับ ผมได้หยุดคุยเรื่องสายตาอธิบายอยู่กับพี่พยาบาลอยู่พักนึง เพื่อหาข้อมูลครับ แต่สายตาผมมันดันไม่ถึงเกณฑ์ครับ ผมมีค่าสายตาอยู่ที่ R-1.50 -1.25 10 L -3.25 -1.25 175 มันไม่ถึงเกณฑ์แน่ๆครับ แต่เนื่องจากสายตาผมมีความห่างของสายตา และความเอียงที่ต่างกันอยู่มากครับ บอกตามตรงว่า ผมมองสิ่งใดไม่เห็นเลยครับ ผมไม่เคยทราบว่าคนสายตาสั้น 800 นั้นเป็นยังไงครับ แต่เท่าที่สายตาผมเป็นอยู่ตอนนี้คือ ผมชูมือสุดแขนผมมองข้อพับตัวเองเป็นภาพเบลอและซ้อนแล้วครับ ก้มหน้ามองเป้าหรือหัวเข็มขัด ยังดูไม่รู้ว่าเป็นภาพอะไร ผมก็พยายามที่จะอธิบายและคุยให้กับพี่พยาบาลฟังครับ พี่พยาบาลพูดจาดีมากๆครับ เค้าได้อธิบายว่าเราต้องมีผลตรวจค่าสายตาจากโรงพยาบาลรัฐมาแล้วจึงมาให้คุณหมอของโรงพยาบาลรับรองว่าสายตามากกว่าเกณฑ์ ในกรณีนี้สายตาไม่ถึง คุณหมอจะไม่ดูว่าถอดแว่นแล้วมองเห็นขนาดไหนหรือมองไม่เห็น คุณหมอจะพิจารณาจากแค่ตัวเลข ถ้าไม่ถึงก็สามารถเข้ารับการฝึกได้นะคะ ในจุดๆนี้ต้องบอกเลยว่าผมแอบสงสัยและขุดขิด(ศัพท์ที่ไหนเนี่ย)ในใจว่า อ้าว ทุกวันนี้หากขาดแว่นไปผมไม่สามารถใช้ชีวิตได้เลยครับ แค่เดินเข้าห้องน้ำ ทานข้าวอยู่ในห้องส่วนตัวยังทำลำบาก ทำไมคุณหมอจึงไม่พิจารณาในกรณีแบบนี้ให้
ผมไม่ทราบจริงๆครับว่าชีวิตการเป็นทหารเป็นอย่างไร เข้าไปข้างในใส่แว่นได้ไหม ในระหว่างฝึกใส่แว่นไหม แล้วอาการแพ้ฝุ่นที่ผมเป็นอยู่นี้มันเป็นอุปสรรคแน่ๆครับ ผมเห็นคนอื่นที่เป็นภูมิแพ้กันเยอะแยะเค้าสามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ แต่ผมไม่ครับ แทบจะน้อยใจซะด้วยทำไมถึงเกิดมาเป็นแบบนี้