ธรรมทั้งปวงอันมีมาแต่เหตุ
ผัสสะ เวทนาในปัจจุบันขณะ ล้วนมีมาแต่เหตุในอดีต
ผัสสะอันมีเวทนาเป็น ทุกข์ ในปัจจุบันขณะ = วิบาก อันมีเหตุมาจาก อกุศลกรรมในอดีต
ผัสสะอันมีเวทนาเป็น สุข ในปัจจุบันขณะ = วิบาก อันมีเหตุมาจาก กุศลกรรมในอดีต
ผัสสะอันมีเวทนาเป็น ไม่ทุกข์ไม่สุข ในปัจจุบันขณะ = วิบาก อันมีเหตุมาจาก อัพยากฤตในอดีต
สร้างเหตุใดไว้ ย่อมไดัรับผลอันเกิดแก่เหตุนั้น = บังคับบัญชาไม่ได้
ปรารถนาผลเช่นไร ก้อสร้างเหตุให้ถึงผลนั้นได้ด้วยตนเอง ด้วยการกระทำ = สร้างเหตุให้ถึงผลนั้นได้
การกระทำ = เจตนา
เจตนา = กรรม ๓ กาย วาจา ใจ
กรรม ๓ สุจริต กุศล = ผลคือสุข
กรรม ๓ ทุจริต อกุศล = ผลคือทุกข์
อโลภะ อโทสะ อโมหะ = ผลคือเหนือทุกข์ เหนือสุข
อริยมรรค ๘ ประการ = เจตนาสุจริต , กาย วาจา ใจ สุจริต > กุศลกรรม อันเป็นไปเพื่อการสิ้นกรรม
ธรรมทั้งปวงอันมีมาแต่เหตุ
ผัสสะ เวทนาในปัจจุบันขณะ ล้วนมีมาแต่เหตุในอดีต
ผัสสะอันมีเวทนาเป็น ทุกข์ ในปัจจุบันขณะ = วิบาก อันมีเหตุมาจาก อกุศลกรรมในอดีต
ผัสสะอันมีเวทนาเป็น สุข ในปัจจุบันขณะ = วิบาก อันมีเหตุมาจาก กุศลกรรมในอดีต
ผัสสะอันมีเวทนาเป็น ไม่ทุกข์ไม่สุข ในปัจจุบันขณะ = วิบาก อันมีเหตุมาจาก อัพยากฤตในอดีต
สร้างเหตุใดไว้ ย่อมไดัรับผลอันเกิดแก่เหตุนั้น = บังคับบัญชาไม่ได้
ปรารถนาผลเช่นไร ก้อสร้างเหตุให้ถึงผลนั้นได้ด้วยตนเอง ด้วยการกระทำ = สร้างเหตุให้ถึงผลนั้นได้
การกระทำ = เจตนา
เจตนา = กรรม ๓ กาย วาจา ใจ
กรรม ๓ สุจริต กุศล = ผลคือสุข
กรรม ๓ ทุจริต อกุศล = ผลคือทุกข์
อโลภะ อโทสะ อโมหะ = ผลคือเหนือทุกข์ เหนือสุข
อริยมรรค ๘ ประการ = เจตนาสุจริต , กาย วาจา ใจ สุจริต > กุศลกรรม อันเป็นไปเพื่อการสิ้นกรรม