ความรัก การเสียสละ และความสบายใจ

สวัสดีครับเพื่อนๆชาวพันทิปทุกท่าน วันนี้ผมอยากพูดถึง "ความรัก" "การเสียสละ" และ "ความสบายใจ"

ผมขอเกริ่นไว้ก่อนครับว่า ตอนนี้ผมเองก็เป็นคนนึงที่มีนิสัยเป็นเด็กน้อยเอาแต่ใจคนหนึ่งซึ่งก็มีความรักอยู่ และกำลังมีปัญหากับมันครับ
ผมกับแฟนคบกันมาได้ระยะหนึ่งแล้วครับ และมาวันนี้วันเหมือนจะเดินมาถึงจุดที่ยากจะก้าวเดินไปต่อด้วยกัน ไม่รู้ทำไมผมถึงอยากจะเขียน
ถ้าให้ผมเดาความรู้สึกตัวเองคงเพราะตัวเอง อยากระบาย อยากพูดคุย/แลกเปลี่ยน ทัศนะคติเกี่ยวกับความรักในมุมมองของคนอื่น กระมังครับ

เวลาผมเครียด มีเรื่องไม่สบายใจ คนอื่นก็อาจจะกินเหลล้า กินเบียร์ แต่ผมดันกินไม่เป็น เลยนอนดึกให้เมาแทน แล้วค่อยตื่นเอาบ่ายแล้วค่อย
เริ่มต้นอะไรๆใหม่ ไม่รู้มีใครเป็นเหมือนกันบ้างมั้ย ...

ตอนนี้ใกล้เช้าแล้ว ถ้าเปรียบกับคนที่กินเหล้า ก็คง เมาได้ที่แล้ว อารมณ์กำลังมาเลย ... หุหุ

1. ความรัก (แบบเสน่หา)
ถ้าเราเป็นแฟนกับใคร ช่วงแรก (ช่วงโปรโมชัน) ก็คงเรียกว่าความรักได้นะครับ แต่อาจจะเป็นความรักแบบเสน่หา คนที่มีแฟนอยู่ หรือเคยมีแฟน ลองนึกย้อนกลับไปตอนเริ่มกุ๊กกิ๊กกันใหม่ๆ นั่นแหละผมว่าใช่ คือมันธรรมดามากๆ ที่เราจะหันด้านดีๆ ให้กันเพราะเราต่างอยากแสดงความรักให้คู่ของเราเห็นว่าฉันรักเธอแค่ไหน วาดฝันกันสวยงามมาก สวยงามมากจริงๆ และมันดีจริงๆ คือพูดง่ายๆ มันคือความสุขมากๆช่วงหนึ่งเลยนะครับ เหมือนเราฟังสัมมนาของขายตรง ว่าเราจะรวยมีเงินเป็นร้อยล้านในอนาคต

2. การเสียสละ
หลังจากเราเริ่มคบกันผ่านช่วงโปรโมชันไปแล้ว เรามีความสุขที่ได้วาดฝันกันแล้ว ทีนี้ เราจำเป็นต้องลงมือทำฝันให้เป็นจริง แต่การลงมือทำนี้ มีผู้ร่วมงาน 2 คน คือ "ฉัน" และ "เธอ" การลงมือทำนั้นก็หมายถึงเราจับมือกันข้ามผ่านกาลเวลาไปข้างหน้าเพื่อให้สองคนเราได้ใกล้ภาพที่วาดไว้มากที่สุด คนเราไม่คอมพิวเตอร์ดังนั้น พิมพ์เขียวที่วาดไว้เป็นอย่างไร เครื่องพิมพ์สามมิติที่พิมพ์ภาพฝันนั่นออกมาจึงไม่เหมือนพิมพ์เขียว 100 เปอเซ็นต์ สิ่งที่เป็นอุปสรรคนั้นคือความคาดหวังในตัวของอีกฝ่าย เวลาที่เราคาดหวังอะไรแล้วแฟนเราทำไม่ได้ตามหวัง เราจะรู้สึกว่า สภาพของสิ่งที่สร้างถูกบิดออกไปจากความฝัน ทีละนิดบ้าง เยอะบ้าง จนมันห่างไกลจากภาพในฝันลงไปทุกที บางทีเราหวังดี เราบอกว่าไม่เป็นไร เรา "เสียสละ" ทำแทนในส่วนที่คู่เราทำไม่ได้ เพื่อดึงให้สิ่งที่สร้างเข้าใกล้ภาพที่เราวาดฝันมากที่สุด แต่มันก็มากับราคาที่เราต้องจ่ายนั่นคือ "ความอดทน" เราต้องอดทนมากขึ้น เราอาจจะเครียดมากขึ้น บางทีเราบอกกับตัวเองว่า "ไม่เป็นไร" "ไม่เป็นไร" .... กี่ "ไม่เป็นไร" แล้วก็ไม่รู้ เรายังไม่เป็นไรจริงๆใช่มั้ย?

3. ความสบายใจ
เชื่อเถอะครับ ผมว่าต้องมีคนที่เป็นแบบผม ที่วาดฝันเกินความสามารถตัวเอง หรือ วาดฝันไว้ในแบบที่ขัดธรรมชาตินิสัยจริงๆของตัวเอง ทีนี้ทำยังไงล่ะ ช่วงโปรโมชันก็ไม่ใช่แล้ว ธรรมชาติที่ซ่อนอยู่ในตัวเริ่มเผยออกมา เพราะคนเราจะ "สบายใจ" ที่สุดเมื่อเราเป็นธรรมชาติที่สุด ทีนี้ก็ต้องวัดแล้วว่า ความสบายใจของเราเห็นแก่ตัวมากแค่ไหน หรือ มันทำให้แฟนเรา "เสียสละ" ให้เรามากแค่ไหน แล้วเรา จะ "เสียสละ" เพื่อให้คู่หรือแฟนของเรา "สบายใจ" ได้มากแค่ไหน

สรุปคือ
ผมแค่คิดว่า ภาพที่เราวาดไว้ในช่วงแรกที่คบกันตอนมีความรักแบบเสน่หานั้นมันเหมือนคฤหาสน์หรูบนหอคอยงาช้างสำหรับบางคน เวลาที่เราเริ่มสร้างมันจริงๆ มันอาจจะเป็นอะไรที่ต่างออกไป .... เราสองคนในฐานะคนสร้างจะ "เสียสละ" ทำให้สิ่งที่ปลูกสร้างยังคงสภาพเป็นบ้านที่ยังอยู่อาศัยได้ หลับนอน ทำกับข้าว ได้มากน้อยแค่ไหน .... เราสองคนจะ "สบายใจ" กับสิ่งปลูกสร้างที่อาจจะแทบไม่เหมือนเดิมกับหอคอยงาช้างเลยอยู่มั้ย ผมว่าถ้าคำตอบคือ บ้านที่สร้างอยู่อาศัย กันแดด กันฝน หลับนอนได้ และเรา "พอใจ" หรือ "สบายใจ" แล้ว เรากับคู่ของเราคงอยู่กันอย่างมีความสุขและสงบสุขกันได้อีกนานเลยทีเดียว

ตอนนี้ปัญหาของผมก็คือ บางโอกาสผมเห็นแก่ตัว และแฟนผมก็อดทนกับผมมานานมากแล้ว เราได้บ้านที่สวยพอสมควรเลยครับ แต่เราไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่เลยที่ได้อยู่ในบ้านนี้ด้วยกัน

เพื่อนๆคิดว่า "การเสียสละ" ที่ไม่ต้องจ่ายด้วย "ความอดทน" มันคืออะไรครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่