ทางร้านเตรียมไวน์ไว้เสริฟคู่กับเมนูต่างๆให้เราด้วย ไวน์แก้วแรกสำหรับเสริฟคู่กับเมนู starter คือ ไวน์ขาว Muscat Beaumes de Venise ไวน์รสหวาน ที่หอมอบอวลไปด้วยกลิ่นผลไม้ เพื่อเข้ากับเมนูต่างๆที่มีแอปเปิลและแพร์เป็นสวนประกอบ
เมนูแรกด้วยเปิดด้วย Carpaccio Seabream with Royal Gala Apple Jelly and Tartar (550 บาท) เนื้อปลา Seabream สดๆ แล่บางๆ มาพร้อมกับผัดสดและแอปเปิ้ลชิ้นบางๆ ทีเด็ดอยู่ที่เยลลี่แอปเปิ้ล Roya Gala เยลลี่เนื้อเบามาก มีกลิ่นหอมของแอปเปิ้ล รสออกหวานอมเปรี้ยว กินคู่กับเนื้อปลาดิบสดๆหวานๆ
ต่อด้วย Poached Lobster with Granny Smith Apple and Celeriac Rémoulade (690 บาท) ล็อบสเตอร์สดๆหวานๆ เนื้อเด้งๆ เสริฟคู่กับสลัดแอปเปิ้ล Granny Smith รสเปรี้ยวนิดๆ อร่อยลงตัวดีทีเดียว
Starter เมนูสุดท้าย Pan-Seared Foie Gras with Poached Passe Crassane Pear in Red Wine (810 บาท) ตับห่านที่ย่างบนกะทะมาได้ความสุกแบบพอดีๆ ผิวด้านนอกกรอบนิดๆ เค็มหน่อยๆ เนื้อด้านในชุ่มฉ่ำ รสชาติเข้มข้น หอมมันมากๆ เสริฟคู่กับลูกแพรร์ Passe Crassane ที่ฉ่ำไปด้วยซอสไวน์แดง
ก่อนจะต่อด้วยเมนูหลัก ก็ต้องมีการเปลี่ยนไวน์สักหน่อย Château Cap de Faugères 2012 ไวน์แดงกลิ่น blackberry และ black cherry ที่มี body ระดับกลางๆ เหมาะกับเมนู เนื้อหมูและเนื้อเป็ด
เริ่มจากเมนูเป็ดก่อน Duck Breast Pan-Seared Conference Pear with Honey and Szechuan Pepper (720 บาท) อกเป็ดชิ้นใหญ่ ย่างมาในความสุกระดับ medium rare แค่กัดคำแรก กลิ่นหอมก็ฟุ้งกระจายเต็มปาก เนื้อเป็ดฉ่ำๆ ผิวกรอบ เหนียวนิดหน่อยพอให้ได้เคี้ยว ยิ่งเคี้ยวยิ่งรสชาติเข้มข้น เสริฟคู่กับลูกแพร์ Conference ที่ย่างบนกะทะมาจนสุกเนื้อนิ่ม หอมหวาน พร้อมด้วยซอสน้ำผึ้งกับพริกไทเสฉวน
ต่อด้วย Pork Tenderloin Caramelized Belchard Apple with Calvados and Almond Crumble (860 บาท) หมูสันใน เนื้อนุ่มๆ มาคู่กับแอปเปิ้ล Belchard ที่ตุ๋นกับซอสที่ทำจาก Calvados (แอปเปิ้ล บรั่นดี) ก่อนโรยหน้าด้วย almond crumble กรุบๆ
เมนูหลักจานสุดท้าย Snow Fish with Comice Pear Scales and a Salted Butter Purée (950 บาท) ปลาหิมะสดดี เนื้อนุ่ม ปรุงรสด้วยเกลือนิด พริกไทยหน่อย อบกับลูกแพร์ Comice ช่วยดึงรสหวานของปลาออกมาได้เป็นอย่างดี ราดด้วยซอสผักชีลาวหอมๆ อร่อยจริงๆเมนูนี้
[SR] [Sheep's Butler] ดินเนอร์หรู พร้อมชมพระอาทิตย์ยามเย็น กับเมนูพิเศษ Apple&Pear ที่ Scarlett Wine Bar & Restaurant
วันนี้เรากลับมาที่ ห้องอาหาร Scarlett Wine Bar & Restaurant ที่ตั้งอยู่บนชั้น 37 ของโรงแรม Pullman Bangkok Hotel G บนถนนสีลมอีกครั้ง โดยที่นี่นอกจากการตกแต่งร้านที่โด่ดเด่นมีสไตล์แล้ว ยังมีวิวตึกสูงที่สวยงามซึ่งอยู่ใจกลางสีลม ถ้ามาเร็วหน่อยจะทันได้ชมพระอาทิตย์ตกยามเย็นด้วยนะ
ในส่วนของอาหารจะเน้นเสริฟอาหารฝรั่งเศษเป็นหลัก และจะมีเมนูพิเศษเปลี่ยนไปเรื่อยๆในแต่ละช่วง โดยเมนูพิเศษสำหรับช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนมีนาคมนี้ เป็นเมนูพิเศษที่ใช้วัตถุดิบพิเศษๆ อย่างแอปเปิ้ลและลูกแพร์ หลากหลายชนิด ที่ส่งตรงจากประเทศฝรั่งเศส แค่เห็นความหลากหลายของแอปเปิ้ลกับลูกแพร์ที่วางโชว์เอาไว้ ก็อยากจะลิ้มรสชาติอาหารเร็วๆแล้วสิ
รองท้องด้วยขนมปังเบาๆกันก่อน
ทางร้านเตรียมไวน์ไว้เสริฟคู่กับเมนูต่างๆให้เราด้วย ไวน์แก้วแรกสำหรับเสริฟคู่กับเมนู starter คือ ไวน์ขาว Muscat Beaumes de Venise ไวน์รสหวาน ที่หอมอบอวลไปด้วยกลิ่นผลไม้ เพื่อเข้ากับเมนูต่างๆที่มีแอปเปิลและแพร์เป็นสวนประกอบ
เมนูแรกด้วยเปิดด้วย Carpaccio Seabream with Royal Gala Apple Jelly and Tartar (550 บาท) เนื้อปลา Seabream สดๆ แล่บางๆ มาพร้อมกับผัดสดและแอปเปิ้ลชิ้นบางๆ ทีเด็ดอยู่ที่เยลลี่แอปเปิ้ล Roya Gala เยลลี่เนื้อเบามาก มีกลิ่นหอมของแอปเปิ้ล รสออกหวานอมเปรี้ยว กินคู่กับเนื้อปลาดิบสดๆหวานๆ
ต่อด้วย Poached Lobster with Granny Smith Apple and Celeriac Rémoulade (690 บาท) ล็อบสเตอร์สดๆหวานๆ เนื้อเด้งๆ เสริฟคู่กับสลัดแอปเปิ้ล Granny Smith รสเปรี้ยวนิดๆ อร่อยลงตัวดีทีเดียว
Starter เมนูสุดท้าย Pan-Seared Foie Gras with Poached Passe Crassane Pear in Red Wine (810 บาท) ตับห่านที่ย่างบนกะทะมาได้ความสุกแบบพอดีๆ ผิวด้านนอกกรอบนิดๆ เค็มหน่อยๆ เนื้อด้านในชุ่มฉ่ำ รสชาติเข้มข้น หอมมันมากๆ เสริฟคู่กับลูกแพรร์ Passe Crassane ที่ฉ่ำไปด้วยซอสไวน์แดง
ก่อนจะต่อด้วยเมนูหลัก ก็ต้องมีการเปลี่ยนไวน์สักหน่อย Château Cap de Faugères 2012 ไวน์แดงกลิ่น blackberry และ black cherry ที่มี body ระดับกลางๆ เหมาะกับเมนู เนื้อหมูและเนื้อเป็ด
เริ่มจากเมนูเป็ดก่อน Duck Breast Pan-Seared Conference Pear with Honey and Szechuan Pepper (720 บาท) อกเป็ดชิ้นใหญ่ ย่างมาในความสุกระดับ medium rare แค่กัดคำแรก กลิ่นหอมก็ฟุ้งกระจายเต็มปาก เนื้อเป็ดฉ่ำๆ ผิวกรอบ เหนียวนิดหน่อยพอให้ได้เคี้ยว ยิ่งเคี้ยวยิ่งรสชาติเข้มข้น เสริฟคู่กับลูกแพร์ Conference ที่ย่างบนกะทะมาจนสุกเนื้อนิ่ม หอมหวาน พร้อมด้วยซอสน้ำผึ้งกับพริกไทเสฉวน
ต่อด้วย Pork Tenderloin Caramelized Belchard Apple with Calvados and Almond Crumble (860 บาท) หมูสันใน เนื้อนุ่มๆ มาคู่กับแอปเปิ้ล Belchard ที่ตุ๋นกับซอสที่ทำจาก Calvados (แอปเปิ้ล บรั่นดี) ก่อนโรยหน้าด้วย almond crumble กรุบๆ
เมนูหลักจานสุดท้าย Snow Fish with Comice Pear Scales and a Salted Butter Purée (950 บาท) ปลาหิมะสดดี เนื้อนุ่ม ปรุงรสด้วยเกลือนิด พริกไทยหน่อย อบกับลูกแพร์ Comice ช่วยดึงรสหวานของปลาออกมาได้เป็นอย่างดี ราดด้วยซอสผักชีลาวหอมๆ อร่อยจริงๆเมนูนี้
ต่อด้วยของหวานรัวๆ จานแรกคือ Belle Hélène Conference Pear (250 บาท) ลูกแพร์ Conference ที่ถูกนำไปตุ๋นจนนุ่มนิ่ม ด้านบนเป็น moonscape cream เย็นๆ รสหวานกำลังดี กินรวมกันเข้ากันมาก
Scarlett Clochard Apple Lover (250 บาท) ลูกบอลทรงกลมสีแดง ทำจาก chocolate ที่เชฟตั้งใจทำออกมาเหมือนแอปเปิ้ล ด้านในเป็น แอปเปิ้ล Clochard ครึ่งนึงกับอีกส่วนเป็นไอศครีมวานิลลา ก่อนกินต้องราดด้วยซอส chocolate ร้อนๆ
Pain Perdu Roast Chantecler Apple and Beer sherbet (250 บาท) จานนี้อาจจะดูหน้าตาธรรมดาๆ แต่ขอบอกว่ารสชาติสุดยอดมาก ตัวขนมปัง french toast นุ่ม ชุ่มฉ่ำมากๆ เคลือบด้วยน้ำตาลกรอบๆ เสริฟคู่กับแอปเปิ้ล Chantecler ที่อบมาจนสุกเนื้อนิ่มๆ และยังมีไอศครีม beer sorbet รสเข้มข้น กลิ่นเบียร์ชัดดีมากเลย อร่อยทุกองค์ประกอบเลยจานนี้
มาที่ Scarlett เป็นครั้งที่ 2 แล้วแต่ความฟินยังเหมือนเดิม ที่นี่ไม่เคยทำให้ผิดหวังจริงๆ สำหรับใครสนใจเมนูพิเศษ Apple & Pear ก็ไปลองชิมกันได้ ก่อนสิ้นเดือนมีนาคม 2017 นะครับ
Address: 37th floor @ Pullman Bangkok Hotel G, 188 Silom Road, Suriyawongse, Bangrak Bangkok
Open: Mon – Sun 18:00 – 01:00
Tel: 02-238-1991
ติดตามเพิ่มเติมกันได้ที่ https://www.facebook.com/sheepsbutler