โมโต 3 ถือเป็นรุ่นที่รวมเอาบรรดาเด็กวัยรุ่นที่กำลังห้าวเป้งมารวมตัวกัน ทำให้กลายเป็นรุ่นที่บรรดาเหล่าผู้ควบคุมการแข่งขันปวดหัวที่สุด มีธงแดง มีการรีสตาร์ทบ่อยที่สุดแต่ก็ถือเป็นอีกรุ่นที่ถือว่าสร้างสีสันให้กับ MotoGP การแซงในรุ่นนี้มีเยอะมาก เยอะขนาดที่ว่าในรอบแรกๆแทบจะไม่ต้องสนใจว่าใครนำ แต่คนที่จะลุ้นแชมป์นั้นขอให้เกาะกลุ่มหัวแถวเอาไว้ได้เป็นพอ

ความวุ่นวายบนแทรคของรุ่น Moto3
ด้วยพละกำลังของรถที่ไม่เยอะมาก ขนาดของรถก็เล็ก ทำให้การควบคุมรถทำได้ค่อนข้างง่าย รถมันเลยเกาะขบวนกันเป็นพรวน เวลาเข้าโค้งทีเนี่ยดาหน้ากันเข้ามาทีละ 3-4 ไลน์ จนในช่วงหลังๆ ทาง Dorna เลยต้องออกมาปราบๆพวกที่ชอบขี่แบบเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุว่าเดี๋ยวจะโดนครูใหญ่ฟาดด้วยไม้เรียว เริ่มมีการนำมาตรการลงโทษที่หนักขึ้นมาใช้ หลังจากที่อุบัติเหตุหลายต่อหลายครั้งเกิดจากความประมาทของนักแข่งหรือการขี่แบบไม่เคารพคนอื่น
รถที่แข่งในรุ่นนี้มาจาก 4 ยี่ห้อ 3 ผู้ผลิตคือ
Peugeot - MGP3O
Mahindra - MGP3O
Honda - NSF250RW
KTM - RC250GP
โดยมหินทรา(หรือมหินดรา) กับเปอร์โยนั้นแค่แยกเป็น 2 ยี่ห้อด้วยเหตุผลทางการตลาดแต่พัฒนารถโดยทีมเดียวกัน

รถมหินทราของ Francesco Bagnaia ที่เฟี้ยวฟ้าวมากๆเมื่อปีที่แล้ว
สำหรับพ.ศ.นี้ รถ Honda ถือเป็นรถที่ได้รับความนิยมมากที่สุด หลังจากที่ปล่อยให้ KTM โชว์หล่อในปี 2012-2013 จนทีมต่างๆพากันหันไปใช้รถจากออสเตรียกันหมด เนื่องจากตอนนั้นทาง Honda ที่ไม่ค่อยจะจริงจังกับโปรเจค Moto3 มากนัก ค่ายปีกนกก็เหมือนจะเพิ่งนึกได้ว่าเฮ้ย ตูโดนลูบคมนี่นา ลุงนากาโมโตะซังเลยสั่งลูกน้องว่า ไอ้เปี๊ยก ไปเนรมิตเสกรถเราให้เป็นแชมป์หน่อยซิ ให้มันรถสิว่าใครเป็นใคร ซึ่งแน่นอนว่าพอบอสสั่ง ทาง HRC ก็ทำได้ดั่งใจจริงๆ ปี 2014-2015 กลายเป็น Honda ที่ได้แชมป์ (แต่ราคาของรถนั้นก็จะค่อนข้างแพงใช้ได้)
ถึงแม้ว่าปีที่ผ่านมา KTM จะเบียดกลับมายึดแชมป์กลับคืนไปได้ด้วยฝีมืของ Brad Binder แต่ดูเหมือนว่ากระแสความนิยมในรถ NFS250RW นั้นยังแรงไม่ตก เนื่องจากว่ากันว่าเป็นรถที่ขี่ง่ายกว่าฝั่งของ KTM แต่ไม่รู้ว่าราคานั้นลดลงมาจากตอนที่เปิดตัวใหม่ๆรึยัง โดยในฤดูกาลนี้มีรถฮอนด้า 15 คัน KTM 10 คัน ที่ลดลงอย่างน่าใจหายก็คือมหินทราที่เหลือรถแค่ 4 คัน ส่วนเปอร์โยนั้นมี 2 คันเท่าเดิม

นับ 1 กันใหม่
โดยทางมหินทรานั้นออกมาบอกว่าการที่เหลือจำนวนรถบนกริดแค่ 6 คันนั้นไม่ได้สร้างแรงกดดันให้มากขึ้นแต่อย่างใด รวมถึงจะใช้โอกาสนี้เติมความมุ่งมั่นและทุ่มเททำงานหนัก เพื่อพารถมหินทรากลับไปสู่แถวหน้าให้ได้อีกครั้ง โดยทางผู้บริหารออกมายอมรับว่าในปีที่แล้วนั้น หลายๆทีมที่ใช้รถ MGP30 นั้นประสบปัญหาจริง และจะพยายามไม่ให้เกิดปัญหาเดียวกันซ้ำขึ้นอีกในปีนี้ แต่ปัญหาที่ต้องเจอก็คือนักแข่งฝีมือดีที่ใช้รถของ Mahindra นั้นแทบจะไม่มี คิดว่าในปีนี้คงลำบากที่เราจะเห็นรถจากแดนอินเดียทีมนี้ขึ้นโพเดี่ยม

คิดถึง...
SIC58 Squadra Corse ทีมน้องใหม่ในปีนี้เป็นทีมที่บริหารโดยคุณพ่อของอดีตนักแข่งหัวฟูเบอร์ 58 Marco Simoncelli ที่เชื่อว่าชื่อและลีลาการขี่รถของเค้ายังคงอยู่ในใจของแฟนโมโตจีพีหลายๆคน ถือเป็นการนับชื่อของ Super Sic 58 หวนกลับมาสู่ GP อีกครั้งหนึ่ง ทีมเริ่มต้นลงแข่งขันในรายการ CEV Moto3 World Junior Championship เมื่อปีที่แล้ว ก่อนที่จะขยับขึ้นมาสู่ระดับนานาชาติอย่างเต็มตัว ในปีนี้โดยนักแข่งของทีมในปีนี้จะเป็น Tatsuki Suzuki กับ Tony Arbolino

อืมมม นานจริงๆนะไอ้น้อง จนลุงแก่ล่ะเนี่ย
ประเด็นที่น่าจับตามองในปีนี้คือ ดูเหมือนว่ายุคทองของนักแข่งดาวรุ่งชาวสเปนจะซาลงไปแล้ว แล้วนักแข่งจากอิตาลีล่ะ จะกลับมาเริ่มคว้าแชมป์ในรุ่นเล็กๆได้รึยัง? อิตาลีถือเป็น 1 ในชาติที่มีอดีตแชมป์โลกในการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ชิงแชมป์โลกมากเป็นอันดับต้นๆ แต่ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ถ้าไม่นับ Valentino Rossi ที่ยืนเป็นเสาหลักให้กับชาวอิตาลีมาอย่างยาวนานแล้ว มีนักแข่งแค่ 2 คนที่ได้แชมป์คือ Andrea Dovizioso ได้แชมป์โลก 125cc เมื่อปี 2004 ขณะที่ Marco Simoncelli ได้แชมป์ 250cc เมื่อปี 2008 โดยทั้ง 2 คนนี้ถือเป็นนักแข่งที่ได้แชมป์โลก 125cc/Moto3 และ 250cc/Moto2 คนล่าสุดของชาวอิตาเลี่ยน

อีก 1 ความตั้งใจของชาวอิตาลี ที่พยายามพัฒนานักแข่งรุ่นใหม่ขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
หลังจากที่โดนนักแข่งสเปนครองอาณาจักร MotoGP จนกระทั่งโดนคนดูค่อนขอดว่า MotoGP นั้นเป็นเหมือนรายการชิงแชมป์แห่งชาติของสเปนไปแล้ว ทำให้ทั้งอิตาลี สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศสและญี่ปุ่นต้องย้อนกลับไปเริ่มต้นนับ 1 กันใหม่ และดูเหมือนว่าแรงผลักดันจากหลายภาคส่วนในอิตาลีที่เร่งพัฒนานักแข่งในรุ่นเยาวชนกันอย่างหนักในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมานั้นเริ่มจะผลิดอกออกผลมาบ้างแล้ว เราเริ่มเห็นนักแข่งจากอิตาลีฝีมือดีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในรุ่น Moto3 แต่ก็ยังไม่มีใครไปถึงตำแหน่งแชมป์โลกได้ ต้องบอกว่าโอกาสของนักแข่งจากอิตาลีในปีนี้เปิดกว้างแบบสุดๆ คู่แข่งตัวฉกาจจากชาติอื่นนั้นมีอยู่ไม่เกิน 2 คนที่จะขึ้นมาเบียดลุ้นตำแหน่งแชมป์ เรามาลองไล่เรียงดูว่าใครกันบ้างที่น่าจับตามองในปีนี้

ผมนี่ล่ะครับ นอนมาแน่นอน
Enea Bastianini ย้ายทีมจาก Gresini Racing มาอยู่กับทีม Estrella Galicia 0,0 ถือเป็นเต็ง 1 สำหรับตำแหน่งแชมป์โลก Moto3 ในปีนี้ ซึ่งก็ควรที่จะต้องทำให้ได้แล้วล่ะ ถ้ายังสามารถรักษาฟอร์มและฝีมือจาก 2 ฤดูกาลที่ผ่านมาเอาไว้ได้ รถยังคงใช้ Honda เหมือนเดิม ที่เหลือก็แค่รับมือกับความกดดันให้ได้ก็พอ แต่โดยปกติบาสเตียนนีนี่ก็เป็นนักแข่งที่ล้มน้อยอยู่แล้ว เพียงแต่ว่ายังชนะน้อยไปหน่อย

เฮ้ย อย่ามองข้ามตูนะ
Joan Mir ดาวบิดวัยรุ่นชาวสเปนจากทีม Leopard Racing ผู้นี้น่าจะเป็นคนแข่งคนสำคัญของบาสเตียนนีนี่ โดยน้องเมียร์(ไม่ใช่น้องเมียนะ อิอิ) ถือเป็นนักแข่งที่ฝีมือดีมาตั้งแต่สมัยขี่ใน Red Bull RookeCEV และปีที่แล้วก็เริ่มทำผลงานโดดเด่นขึ้นมาด้วยการชนะที่ออสเตรียและเก็บได้อีก 2 โพเดี่ยม ในการแข่งแบบเต็มฤดูกาลปีแรกพร้อมกับจบฤดูกาลด้วยในอันดับ 5 ถือว่าเป็นอีก 1 ทหารเอกจากฝั่ง KTM เลยก็ว่าได้

เอ็งอย่าทำให้ลุงผิดหวังนะเฟ้ย
Niccolò Antonelli หนึ่งในดาวรุ่งที่ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจในปี 2015 แต่ทว่าในปีที่แล้วกลับมีผลงานที่ดรอปลงไปค่อนข้างเยอะ ปีนี้ได้รับโอกาสกลับมาขี่รถ KTM อีกครั้ง ต้องดูว่าลุงอาโย๋จะพัฒนาอันโตเนลลี่ได้ดีแค่ไหน ปกติแล้วลุงแกมักจะมองเด็กไม่ผิด การได้อยู่กับทีมใหญ่อย่าง Red Bull KTM Ajo ถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่จะได้พิสูจน์ตัวเอง ถึงแม้จะไปไม่ถึงแชมป์แต่การจบในอันดับ Top3 ก็น่าจะเป็นเป้าหมายที่เจ้าหนูคนนี้ตั้งไว้และพยายามทำให้ได้

ผมจัดเต็มแน่นอนฮะ
Bo Bendsneyder ดาวรุ่งอนาคตไกลจากแดนกังหันลมที่ถือว่าทำผลงานได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียวสำหรับผลงานที่ทำได้เมื่อปีที่แล้วในฐานะรุกกี้ การเติบโตในปีนี้น่าจะเป็นตัวชี้วัดว่าพรสวรรค์ของเค้าอยู่ในระดับไหน เด็กหลายๆคนอาจจะดีในปีแรกหรือปีที่ 2 แต่หลังจากนั้นไม่สามารถยกระดับตัวเองขึ้นไปได้ก็มีจำนวนไม่น้อย เป้าหมายในปีนี้น่าจะเป็นการคว้าชัยชนะและทำอันดับให้สูงที่สุด เป็นอีกนักแข่งคนนึงที่ส่วนตัวชอบในสไตล์การขี่

Move on
Romano Fenati หลังจากเปรี้ยวสุดๆจนโดนทางทีม Sky VR46 ปลดแบบฟ้าฝ่า เฟนาติได้รับโอกาสในการพิสูจน์ตวเองอีกครั้ง ก็หวังว่าเจ้าเฟนาติจะเอาความผิดพลาดในอดีตมาเป็นบทเรียน ในเรื่องของความเร็วนั้นไม่มีใครสงสัยในตัวของเจ้าหนุ่มคนนี้ แต่การมั่นใจในตัวเองเกินไปย่อมนำไปสู่การอวดเก่ง การที่จะก้าวขึ้นเป็นนักแข่งในแถวหน้าได้ นอกจากฝีมือแล้ว การเรียนรู้ การทำงาน การปรับตัว รับฟังความคิดเห็นของทีมงานก็เป็นสิ่งที่นักแข่งวัยรุ่นนั้นต้องเรียนรู้และเติบโตขึ้น ต้องรอดูว่าเฟนาติจะเอาความล้มเหลวตรงนั้นเปลี่ยนมาเป็นพลังบวกได้รึเปล่า

รถผม สวยมั้ย?
Nicolò Bulega จากทีม Sky VR46 อีก 1 ดาวรุ่งที่น่าจับตามองของอิตาลี เพิ่งจะแข่งใน Moto3 แบบเต็มปฏิทินเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งก็ถือว่าทำผลงานได้น่าประทับใจ มี 2 โพเดี่ยมและจบการแข่งขันในอันดับที่ 7 เชื่อว่าในปีนี้เจ้าหนูคนนี้จะเป็นนักแข่งที่ถูกจับตามองมากๆคนหนึ่งในฤดูกาล 2017

ทำไมโตเร็วจังฟะ
Kaito Toba 1 ใน 2 รุกกี้ของทีม Honda Team Asia อดีตแชมป์ Asia Talent Cup ปี 2014 เป็นนักแข่งฝีมือดีชาวญี่ปุ่นที่โลดแล่นอยู่ในรายการ Red Bull Rookie Cup กับ CEV Junior World Championship ในปี 2015 และ 2016 ซึ่งก็ถือว่าทำผลงานได้ไม่เลว จะขยับขึ้นมาแข่งใน Moto3 ในปีนี้เป็นปีแรก

สู้ๆ นะไอ้เปียก
Ayumu Sasaki แชมป์ Red Bull Rookie Cup ปีล่าสุดด้วยสถิติตกโพเดี่ยมแค่ 2 ครั้ง เป็นดาวรุ่งดวงใหม่แห่งวงการสองล้อจากแดนอาทิตย์อุทัย ที่ก็ร้างรานักแข่งฝีมือดีมานานเช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่าจะไม่ชนะในฝั่งของ CEV ได้แต่ก็ถือว่าเจ้าซาซากิได้รับการจับตามองจากบรรดากูรูในฝั่งยุโรปอยู่พอสมควร

สู้ๆๆ
นครินทร์ อธิรัฐภูวิภัทร์ หรือเจ้าชิพ นักบิด 1 เดียวของไทยที่จะได้ไปแข่งใน GP ฤดูกาลนี้ ถือเป็นนักแข่งของ AP Honda คนล่าสุดที่ได้รับโอกาสให้ออกไปต่อสู้กับพวกเสือ สิงห์ กระทิง แรดในเวทีระดับนานาชาติ โดยในปีที่ผ่านมานั้น เจ้าชิพได้ไปร่วมแข่งในรายการ FIM CEV Moto3 Junior World Championship ก่อนที่จะจบฤดูกาลในอันดับ 17 ผลงานอาจจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ก็น่าจะเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทั้งในและนอกสนามตรงนั้นมาได้เยอะพอสมควร แน่นอนว่าความยากลำบากนั้นรอเค้าอยู่ในปีนี้ การเก็บคะแนนได้ถือว่าน่าจะเป็นอะไรที่ทีมงานคงจะพอใจมากๆแล้วล่ะ เอาเป็นว่าเอาใจช่วยและขอให้พัฒนาฝีมือขึ้นไปเรื่อยๆนะครับ
ณ ตอนนี้ นักแข่งในรุ่น Moto2 และ Moto3 กำลังทำการทดสอบรถครั้งแรกที่บาเลนเซีย ก่อนที่จะขยับไปทดสอบที่ Jerez เป็นสนามถัดไป ซึ่งในช่วงนี้ทั้ง KTM และ Suter จะมีเวลาทดสอบรถเพื่อกลับไปแก้ไขข้อบกพร่องได้อยู่ แต่การทดสอบที่กาตาร์นู่นแหละน่าจะพอเห็นภาพว่านักแข่งคนที่เตรียมตัวมาดีและมีโอกาสที่จะขึ้นมาเบียดลุ้นแชมป์โลก
ขอบคุณข้อมูลจากเว็บ
MotoGP,
Motomatter,
Crash.net,
Speedweek และเว็บอื่นๆที่ไม่ได้เอ่ยถึงด้วยครับ
[MotoGP] โมโต 3 ซีซั่นพรีวิว – ถึงเวลารึยังที่เด็กซ่าส์จากอิตาลีจะคว้าแชมป์ได้ในรอบ 12 ปี!
ความวุ่นวายบนแทรคของรุ่น Moto3
ด้วยพละกำลังของรถที่ไม่เยอะมาก ขนาดของรถก็เล็ก ทำให้การควบคุมรถทำได้ค่อนข้างง่าย รถมันเลยเกาะขบวนกันเป็นพรวน เวลาเข้าโค้งทีเนี่ยดาหน้ากันเข้ามาทีละ 3-4 ไลน์ จนในช่วงหลังๆ ทาง Dorna เลยต้องออกมาปราบๆพวกที่ชอบขี่แบบเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุว่าเดี๋ยวจะโดนครูใหญ่ฟาดด้วยไม้เรียว เริ่มมีการนำมาตรการลงโทษที่หนักขึ้นมาใช้ หลังจากที่อุบัติเหตุหลายต่อหลายครั้งเกิดจากความประมาทของนักแข่งหรือการขี่แบบไม่เคารพคนอื่น
รถที่แข่งในรุ่นนี้มาจาก 4 ยี่ห้อ 3 ผู้ผลิตคือ
Peugeot - MGP3O
Mahindra - MGP3O
Honda - NSF250RW
KTM - RC250GP
โดยมหินทรา(หรือมหินดรา) กับเปอร์โยนั้นแค่แยกเป็น 2 ยี่ห้อด้วยเหตุผลทางการตลาดแต่พัฒนารถโดยทีมเดียวกัน
รถมหินทราของ Francesco Bagnaia ที่เฟี้ยวฟ้าวมากๆเมื่อปีที่แล้ว
สำหรับพ.ศ.นี้ รถ Honda ถือเป็นรถที่ได้รับความนิยมมากที่สุด หลังจากที่ปล่อยให้ KTM โชว์หล่อในปี 2012-2013 จนทีมต่างๆพากันหันไปใช้รถจากออสเตรียกันหมด เนื่องจากตอนนั้นทาง Honda ที่ไม่ค่อยจะจริงจังกับโปรเจค Moto3 มากนัก ค่ายปีกนกก็เหมือนจะเพิ่งนึกได้ว่าเฮ้ย ตูโดนลูบคมนี่นา ลุงนากาโมโตะซังเลยสั่งลูกน้องว่า ไอ้เปี๊ยก ไปเนรมิตเสกรถเราให้เป็นแชมป์หน่อยซิ ให้มันรถสิว่าใครเป็นใคร ซึ่งแน่นอนว่าพอบอสสั่ง ทาง HRC ก็ทำได้ดั่งใจจริงๆ ปี 2014-2015 กลายเป็น Honda ที่ได้แชมป์ (แต่ราคาของรถนั้นก็จะค่อนข้างแพงใช้ได้)
ถึงแม้ว่าปีที่ผ่านมา KTM จะเบียดกลับมายึดแชมป์กลับคืนไปได้ด้วยฝีมืของ Brad Binder แต่ดูเหมือนว่ากระแสความนิยมในรถ NFS250RW นั้นยังแรงไม่ตก เนื่องจากว่ากันว่าเป็นรถที่ขี่ง่ายกว่าฝั่งของ KTM แต่ไม่รู้ว่าราคานั้นลดลงมาจากตอนที่เปิดตัวใหม่ๆรึยัง โดยในฤดูกาลนี้มีรถฮอนด้า 15 คัน KTM 10 คัน ที่ลดลงอย่างน่าใจหายก็คือมหินทราที่เหลือรถแค่ 4 คัน ส่วนเปอร์โยนั้นมี 2 คันเท่าเดิม
นับ 1 กันใหม่
โดยทางมหินทรานั้นออกมาบอกว่าการที่เหลือจำนวนรถบนกริดแค่ 6 คันนั้นไม่ได้สร้างแรงกดดันให้มากขึ้นแต่อย่างใด รวมถึงจะใช้โอกาสนี้เติมความมุ่งมั่นและทุ่มเททำงานหนัก เพื่อพารถมหินทรากลับไปสู่แถวหน้าให้ได้อีกครั้ง โดยทางผู้บริหารออกมายอมรับว่าในปีที่แล้วนั้น หลายๆทีมที่ใช้รถ MGP30 นั้นประสบปัญหาจริง และจะพยายามไม่ให้เกิดปัญหาเดียวกันซ้ำขึ้นอีกในปีนี้ แต่ปัญหาที่ต้องเจอก็คือนักแข่งฝีมือดีที่ใช้รถของ Mahindra นั้นแทบจะไม่มี คิดว่าในปีนี้คงลำบากที่เราจะเห็นรถจากแดนอินเดียทีมนี้ขึ้นโพเดี่ยม
คิดถึง...
SIC58 Squadra Corse ทีมน้องใหม่ในปีนี้เป็นทีมที่บริหารโดยคุณพ่อของอดีตนักแข่งหัวฟูเบอร์ 58 Marco Simoncelli ที่เชื่อว่าชื่อและลีลาการขี่รถของเค้ายังคงอยู่ในใจของแฟนโมโตจีพีหลายๆคน ถือเป็นการนับชื่อของ Super Sic 58 หวนกลับมาสู่ GP อีกครั้งหนึ่ง ทีมเริ่มต้นลงแข่งขันในรายการ CEV Moto3 World Junior Championship เมื่อปีที่แล้ว ก่อนที่จะขยับขึ้นมาสู่ระดับนานาชาติอย่างเต็มตัว ในปีนี้โดยนักแข่งของทีมในปีนี้จะเป็น Tatsuki Suzuki กับ Tony Arbolino
อืมมม นานจริงๆนะไอ้น้อง จนลุงแก่ล่ะเนี่ย
ประเด็นที่น่าจับตามองในปีนี้คือ ดูเหมือนว่ายุคทองของนักแข่งดาวรุ่งชาวสเปนจะซาลงไปแล้ว แล้วนักแข่งจากอิตาลีล่ะ จะกลับมาเริ่มคว้าแชมป์ในรุ่นเล็กๆได้รึยัง? อิตาลีถือเป็น 1 ในชาติที่มีอดีตแชมป์โลกในการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ชิงแชมป์โลกมากเป็นอันดับต้นๆ แต่ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ถ้าไม่นับ Valentino Rossi ที่ยืนเป็นเสาหลักให้กับชาวอิตาลีมาอย่างยาวนานแล้ว มีนักแข่งแค่ 2 คนที่ได้แชมป์คือ Andrea Dovizioso ได้แชมป์โลก 125cc เมื่อปี 2004 ขณะที่ Marco Simoncelli ได้แชมป์ 250cc เมื่อปี 2008 โดยทั้ง 2 คนนี้ถือเป็นนักแข่งที่ได้แชมป์โลก 125cc/Moto3 และ 250cc/Moto2 คนล่าสุดของชาวอิตาเลี่ยน
อีก 1 ความตั้งใจของชาวอิตาลี ที่พยายามพัฒนานักแข่งรุ่นใหม่ขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
หลังจากที่โดนนักแข่งสเปนครองอาณาจักร MotoGP จนกระทั่งโดนคนดูค่อนขอดว่า MotoGP นั้นเป็นเหมือนรายการชิงแชมป์แห่งชาติของสเปนไปแล้ว ทำให้ทั้งอิตาลี สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศสและญี่ปุ่นต้องย้อนกลับไปเริ่มต้นนับ 1 กันใหม่ และดูเหมือนว่าแรงผลักดันจากหลายภาคส่วนในอิตาลีที่เร่งพัฒนานักแข่งในรุ่นเยาวชนกันอย่างหนักในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมานั้นเริ่มจะผลิดอกออกผลมาบ้างแล้ว เราเริ่มเห็นนักแข่งจากอิตาลีฝีมือดีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในรุ่น Moto3 แต่ก็ยังไม่มีใครไปถึงตำแหน่งแชมป์โลกได้ ต้องบอกว่าโอกาสของนักแข่งจากอิตาลีในปีนี้เปิดกว้างแบบสุดๆ คู่แข่งตัวฉกาจจากชาติอื่นนั้นมีอยู่ไม่เกิน 2 คนที่จะขึ้นมาเบียดลุ้นตำแหน่งแชมป์ เรามาลองไล่เรียงดูว่าใครกันบ้างที่น่าจับตามองในปีนี้
ผมนี่ล่ะครับ นอนมาแน่นอน
Enea Bastianini ย้ายทีมจาก Gresini Racing มาอยู่กับทีม Estrella Galicia 0,0 ถือเป็นเต็ง 1 สำหรับตำแหน่งแชมป์โลก Moto3 ในปีนี้ ซึ่งก็ควรที่จะต้องทำให้ได้แล้วล่ะ ถ้ายังสามารถรักษาฟอร์มและฝีมือจาก 2 ฤดูกาลที่ผ่านมาเอาไว้ได้ รถยังคงใช้ Honda เหมือนเดิม ที่เหลือก็แค่รับมือกับความกดดันให้ได้ก็พอ แต่โดยปกติบาสเตียนนีนี่ก็เป็นนักแข่งที่ล้มน้อยอยู่แล้ว เพียงแต่ว่ายังชนะน้อยไปหน่อย
เฮ้ย อย่ามองข้ามตูนะ
Joan Mir ดาวบิดวัยรุ่นชาวสเปนจากทีม Leopard Racing ผู้นี้น่าจะเป็นคนแข่งคนสำคัญของบาสเตียนนีนี่ โดยน้องเมียร์(ไม่ใช่น้องเมียนะ อิอิ) ถือเป็นนักแข่งที่ฝีมือดีมาตั้งแต่สมัยขี่ใน Red Bull RookeCEV และปีที่แล้วก็เริ่มทำผลงานโดดเด่นขึ้นมาด้วยการชนะที่ออสเตรียและเก็บได้อีก 2 โพเดี่ยม ในการแข่งแบบเต็มฤดูกาลปีแรกพร้อมกับจบฤดูกาลด้วยในอันดับ 5 ถือว่าเป็นอีก 1 ทหารเอกจากฝั่ง KTM เลยก็ว่าได้
เอ็งอย่าทำให้ลุงผิดหวังนะเฟ้ย
Niccolò Antonelli หนึ่งในดาวรุ่งที่ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจในปี 2015 แต่ทว่าในปีที่แล้วกลับมีผลงานที่ดรอปลงไปค่อนข้างเยอะ ปีนี้ได้รับโอกาสกลับมาขี่รถ KTM อีกครั้ง ต้องดูว่าลุงอาโย๋จะพัฒนาอันโตเนลลี่ได้ดีแค่ไหน ปกติแล้วลุงแกมักจะมองเด็กไม่ผิด การได้อยู่กับทีมใหญ่อย่าง Red Bull KTM Ajo ถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่จะได้พิสูจน์ตัวเอง ถึงแม้จะไปไม่ถึงแชมป์แต่การจบในอันดับ Top3 ก็น่าจะเป็นเป้าหมายที่เจ้าหนูคนนี้ตั้งไว้และพยายามทำให้ได้
ผมจัดเต็มแน่นอนฮะ
Bo Bendsneyder ดาวรุ่งอนาคตไกลจากแดนกังหันลมที่ถือว่าทำผลงานได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียวสำหรับผลงานที่ทำได้เมื่อปีที่แล้วในฐานะรุกกี้ การเติบโตในปีนี้น่าจะเป็นตัวชี้วัดว่าพรสวรรค์ของเค้าอยู่ในระดับไหน เด็กหลายๆคนอาจจะดีในปีแรกหรือปีที่ 2 แต่หลังจากนั้นไม่สามารถยกระดับตัวเองขึ้นไปได้ก็มีจำนวนไม่น้อย เป้าหมายในปีนี้น่าจะเป็นการคว้าชัยชนะและทำอันดับให้สูงที่สุด เป็นอีกนักแข่งคนนึงที่ส่วนตัวชอบในสไตล์การขี่
Move on
Romano Fenati หลังจากเปรี้ยวสุดๆจนโดนทางทีม Sky VR46 ปลดแบบฟ้าฝ่า เฟนาติได้รับโอกาสในการพิสูจน์ตวเองอีกครั้ง ก็หวังว่าเจ้าเฟนาติจะเอาความผิดพลาดในอดีตมาเป็นบทเรียน ในเรื่องของความเร็วนั้นไม่มีใครสงสัยในตัวของเจ้าหนุ่มคนนี้ แต่การมั่นใจในตัวเองเกินไปย่อมนำไปสู่การอวดเก่ง การที่จะก้าวขึ้นเป็นนักแข่งในแถวหน้าได้ นอกจากฝีมือแล้ว การเรียนรู้ การทำงาน การปรับตัว รับฟังความคิดเห็นของทีมงานก็เป็นสิ่งที่นักแข่งวัยรุ่นนั้นต้องเรียนรู้และเติบโตขึ้น ต้องรอดูว่าเฟนาติจะเอาความล้มเหลวตรงนั้นเปลี่ยนมาเป็นพลังบวกได้รึเปล่า
รถผม สวยมั้ย?
Nicolò Bulega จากทีม Sky VR46 อีก 1 ดาวรุ่งที่น่าจับตามองของอิตาลี เพิ่งจะแข่งใน Moto3 แบบเต็มปฏิทินเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งก็ถือว่าทำผลงานได้น่าประทับใจ มี 2 โพเดี่ยมและจบการแข่งขันในอันดับที่ 7 เชื่อว่าในปีนี้เจ้าหนูคนนี้จะเป็นนักแข่งที่ถูกจับตามองมากๆคนหนึ่งในฤดูกาล 2017
ทำไมโตเร็วจังฟะ
Kaito Toba 1 ใน 2 รุกกี้ของทีม Honda Team Asia อดีตแชมป์ Asia Talent Cup ปี 2014 เป็นนักแข่งฝีมือดีชาวญี่ปุ่นที่โลดแล่นอยู่ในรายการ Red Bull Rookie Cup กับ CEV Junior World Championship ในปี 2015 และ 2016 ซึ่งก็ถือว่าทำผลงานได้ไม่เลว จะขยับขึ้นมาแข่งใน Moto3 ในปีนี้เป็นปีแรก
สู้ๆ นะไอ้เปียก
Ayumu Sasaki แชมป์ Red Bull Rookie Cup ปีล่าสุดด้วยสถิติตกโพเดี่ยมแค่ 2 ครั้ง เป็นดาวรุ่งดวงใหม่แห่งวงการสองล้อจากแดนอาทิตย์อุทัย ที่ก็ร้างรานักแข่งฝีมือดีมานานเช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่าจะไม่ชนะในฝั่งของ CEV ได้แต่ก็ถือว่าเจ้าซาซากิได้รับการจับตามองจากบรรดากูรูในฝั่งยุโรปอยู่พอสมควร
สู้ๆๆ
นครินทร์ อธิรัฐภูวิภัทร์ หรือเจ้าชิพ นักบิด 1 เดียวของไทยที่จะได้ไปแข่งใน GP ฤดูกาลนี้ ถือเป็นนักแข่งของ AP Honda คนล่าสุดที่ได้รับโอกาสให้ออกไปต่อสู้กับพวกเสือ สิงห์ กระทิง แรดในเวทีระดับนานาชาติ โดยในปีที่ผ่านมานั้น เจ้าชิพได้ไปร่วมแข่งในรายการ FIM CEV Moto3 Junior World Championship ก่อนที่จะจบฤดูกาลในอันดับ 17 ผลงานอาจจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ก็น่าจะเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทั้งในและนอกสนามตรงนั้นมาได้เยอะพอสมควร แน่นอนว่าความยากลำบากนั้นรอเค้าอยู่ในปีนี้ การเก็บคะแนนได้ถือว่าน่าจะเป็นอะไรที่ทีมงานคงจะพอใจมากๆแล้วล่ะ เอาเป็นว่าเอาใจช่วยและขอให้พัฒนาฝีมือขึ้นไปเรื่อยๆนะครับ
ณ ตอนนี้ นักแข่งในรุ่น Moto2 และ Moto3 กำลังทำการทดสอบรถครั้งแรกที่บาเลนเซีย ก่อนที่จะขยับไปทดสอบที่ Jerez เป็นสนามถัดไป ซึ่งในช่วงนี้ทั้ง KTM และ Suter จะมีเวลาทดสอบรถเพื่อกลับไปแก้ไขข้อบกพร่องได้อยู่ แต่การทดสอบที่กาตาร์นู่นแหละน่าจะพอเห็นภาพว่านักแข่งคนที่เตรียมตัวมาดีและมีโอกาสที่จะขึ้นมาเบียดลุ้นแชมป์โลก
ขอบคุณข้อมูลจากเว็บ MotoGP, Motomatter, Crash.net, Speedweek และเว็บอื่นๆที่ไม่ได้เอ่ยถึงด้วยครับ