เรามีพี่ที่ทำงานคนหนึ่ง ที่ทำให้เรารู้สึกแปลกใจในเรื่องราวความรักของเขามาก พอฟังแล้วก็ไม่รู้ว่าจะให้คำแนะนำยังไงดี ได้แต่ฟังไป
คือพี่ที่ทำงานคนนี้เขามาเล่าเชิงปรับทุกข์ให้เราฟัง ว่าเขารู้สึกอึดอัดเวลาที่อยู่กับแฟน เราก็นึกแปลกใจนะว่าทำไม เพราะดูพี่เค้าก็เป็นคนร่าเริง สนุกสนาน ขี้เล่น อัธยาศัยดี อยู่ในที่ทำงานพี่เขาก็เป็นแบบนี้นะที่เราเห็น
ขอเกริ่นก่อนว่า พี่คนนี้เขาเป็นนายทหารสัญญาบัตร นายร้อยห้อยกระบี่ดีๆ นี่แหละ เขาแต่งงานตั้งแต่เรียนจบใหม่ๆ กับแฟนของเขาที่คบมาตั้งแต่สมัยเรียนนายร้อย แต่แก่กว่าพี่เขา 2 ปี แต่งงานมาได้ประมาณ 12 ปี แล้วก็มีลูกด้วยกัน 2 คน แต่พอแต่งงานแล้วอยู่ๆ กันไป พี่เขาก็รู้สึกเหมือนชีวิตพี่เขาเปลี่ยนไปหลายอย่าง
เรื่องแรกเลยคือ พี่เค้าต้องเอาเงินเดือนที่มีทั้งหมดให้แฟนเขาทุกเดือน ซึ่งพอเขาไม่มีเงิน เขาก็ต้องหารายได้อย่างอื่นเพื่อเอาไว้ใช้จ่ายส่วนตัว พี่เขาต้องไปขายขนม โดยรับขนมมาแล้วมาแพ็กเป็นห่อๆ แบ่งขาย ดิ้นรนเองเพื่อให้พอมีกินมีใช้ไปแต่ละเดือน
แต่งานประจำที่พี่เขาทำอยู่มันก็หนักมากพออยู่แล้วนะ กลับบ้านไปก็อยากพักผ่อน วันหยุดก็อยากพักผ่อนบ้าง แต่ทุกวันกลับบ้านไป พี่เขาต้องทำงานบ้าน กวาดบ้าน ถูบ้าน ล้างจาน แล้วก็ต้องนวดเท้าให้แฟนทุกวัน เพราะว่าแฟนพี่เขาใช้ให้นวด ซึ่งเราได้ยินครั้งแรกเราก็ว่าแปลกๆ นะ ภรรยาใช้สามีให้นวดเท้าให้ หรือยุคสมัยมันเปลี่ยนไปล่ะมั้งนะ หรือไม่เธอก็คงจะเหนื่อยจากการเลี้ยงลูกรึเปล่า เรื่องเหล่านี้พี่เขาบอกว่าก็พอรับได้ อยากให้นวดเท้าให้ทุกวันก็ทำให้ เพื่อให้มันจบๆ ไป ไม่นวดให้ก็จะมาทะเลาะกันอีก
ประการต่อมา ก็คือแฟนพี่เขาใช้เงินเก่งมาก ซื้อข้าวของเครื่องใช้แต่ละอย่างแพงๆ ทั้งนั้น กระเป๋าแบรนด์เนมใบเป็นหมื่นก็ยังซื้อ ทั้งที่เงินเดือนทหารของพี่เขามันก็ไม่ได้มากมายอะไร หนำซ้ำยังแอบเอาบัตรเครดิตของพี่เขาไปรูด จนทำให้พี่เขาเป็นหนี้ร่วมแสน เล่นเอาพี่แกเครียดไปเลย เขาบอกว่าลูกไปลงเรียนอูคูเลเล่ที่โรงเรียนไว้ จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์อูคูเลเล่ ก็ไม่ซื้อให้ลูก ทั้งที่แฟนเขาเอาเงินเดือนพี่เขาไปหมดแล้ว แต่กระเป๋าแบรนด์เนมใบเป็นหมื่นซื้อให้ตัวเองได้ เราเลยถามว่าแฟนพี่เขาไม่ได้ทำงานเหรอ เขาบอกว่าแฟนเขารับจ๊อบเป็นครูสอนพิเศษ ไม่ได้เป็นงานประจำ รายได้ไม่แน่นอน เฉลี่ยก็ตกประมาณเดือนละ 7000 บาท
เรื่องการใช้เงินเก่ง สุรุ่ยสุร่ายของแฟนพี่เขาทำให้พ่อแม่พี่เขาไม่ชอบลูกสะใภ้เอาด้วย เพราะรู้ว่าลูกสะใภ้เอาเงินเดือนลูกชายไปทั้งหมด ไม่แบ่งให้เป็นสัดส่วน แล้วเหลือเผื่อไว้ให้พี่เขาเก็บติดกระเป๋าไว้บ้างเลย ทำให้ลูกชายเขาต้องลำบากหารายได้เสริม เงินให้ไปก็มีแต่หมด ไม่เคยเก็บได้ ที่จริงฐานะทางบ้านพี่เขาเรียกได้ว่ามีฐานะเลยล่ะ เวลาพ่อแม่พี่เขาให้เงินพิเศษอะไรมา ต้องโดนเมียตอดเรียบ จนพ่อแม่พี่เขาเอือมระอา ไม่มีใครชอบอีก
เราเลยถามว่า แล้วทำไมพี่ถึงเลือกแต่งงานกับคนนี้ล่ะ เขาบอกว่าอาจเป็นเพราะตอนนั้นยังรู้จักกันไม่มากพอ เหมือนวัยรุ่นที่คบกันตอนเรียน แล้วพี่เขาอยู่แต่ในโรงเรียน กินนอนที่โรงเรียน ไม่ค่อยได้เจอกัน พอเรียนจบออกมาก็อยากจะใช้ชีวิตด้วยกัน อีกอย่างนึงตอนนั้นผู้หญิงโกหกว่าตัวเองเรียนจบแอร์โฮสเตสมา เราเลยถามว่า อ้าวพี่คบกันพี่ไม่รู้เหรอว่าเค้าเรียนอะไร พี่เค้าบอกว่าตัวเองก็อยู่แต่โรงเรียนกินนอน ได้ออกมาแค่วันหยุด ผู้หญิงเค้าก็เป็นคนหน้าตาดี ที่สำคัญก็ดูเก่งภาษาอังกฤษด้วย บอกว่าเรียนแอร์โฮสเตสพี่เขาก็เลยไม่แปลกใจ แต่ความมาแตกตอนแต่งงานแล้ว เพราะแฟนพี่แกไปหางานทำที่ไหนไม่ได้ เพราะเธอไม่ได้จบอะไรมาเลย ปริญญาตรียังไม่จบเลย ซึ่งนั่นก็ทำให้ครอบครัวฝ่ายชายรู้สึกไม่ชอบเข้าไปอีก
ประการต่อมา คือเรื่องความเป็นตัวของตัวเอง ปกติเวลาพี่แกอยู่ที่ทำงาน แกก็จะเป็นคนร่าเริง สนุกสนานกับลูกน้อง คุยเล่นคุยหัว แต่พอเวลารับโทรศัพท์แฟน ก็จะเห็นแกคุยอย่างเป็นทางการมาก ครับทุกคำ มันไม่เหมือนคนรักคู่อื่นๆ ที่เราเคยเห็นคุยกันก็จะมีมุมหัวเราะบ้าง เย้าแหย่กันบ้าง คุยสัพเพเหระสนุกสนานกันไป พี่เขาบอกว่าที่ต้องคุยดูเป็นทางการ เพราะแฟนพี่เขาชอบแบบนี้ ชอบให้พูดเป็นงานเป็นการ สุภาพอ่อนน้อม อะไรแบบนั้น พี่เขาเคยคุยเล่นตลกโปกฮาไปแล้ว แต่แฟนพี่เขาไม่ชอบ สวนกลับมาว่าเพื่อนเล่นเหรอ พี่เขาก็เลยรู้สึกอึดอัด
ทุกวันนี้เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนรับใช้ เห็นเขาเป็นบ่อเงินบ่อทอง ต้องคอยหาเงินมาให้เธองกๆ เพื่อให้เธอไปซื้อเสื้อผ้า เครื่องสำอางค์แพงๆ แทนที่จะเก็บเงินไว้เพื่อลูก หนำซ้ำยังมีการมายุยงให้พี่เขาโกงกิน มีโอกาสเอาได้ก็เอา จะได้มีเงินเยอะๆ พี่เขาเลยรู้สึกแย่มาก เขาบอกว่าไม่คิดว่าเธอจะเป็นคนเห็นแก่เงินได้ขนาดนี้
เราฟังดูแล้วรู้สึกว่ามันเหมือนกับความรักของพี่เขาอาจจะก้าวกระโดดกันเร็วไปมั้ง สำหรับชีวิตวัยรุ่นที่เพิ่งเรียนจบ แล้วมาแต่งงานกัน โดยเฉพาะกับนักเรียนกินนอนที่ไม่ค่อยมีเวลาได้ออกมาโลกภายนอก มันจำเป็นต้องได้ใช้เวลาเรียนรู้กับแฟนของเขาสักพักหลังจากเรียนจบมั้ย? จะได้เรียนรู้กันให้มากกว่านี้ อีกประการหนึ่ง เรามองว่าที่เขารู้สึกอึดอัดที่ไม่สามารถแสดงความเป็นตัวของตัวเองได้ เป็นเพราะต่างฝ่ายต่างเฟคเข้าหากันตั้งแต่ทีแรกหรือไม่ เพราะผู้หญิงก็เฟคโปรไฟล์ตัวเองไว้สวยหรู ผู้ชายก็คงจะอยากจะจีบให้ติด ก็ต้องแสดงความแมน ความเป็นผู้นำออกมาเยอะๆ เพื่อชนะใจเธอ จนกระทั่งสูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง พอแต่งงานกันมา จะกลับไปเป็นตัวของตัวเอง เธอก็ไม่ชอบอีก ก็ต้องอยู่ในสภาพอึดอัดกันไป ผู้หญิงเองก็คิดเรื่องเงินเป็นหลักมากเกินไป ใช้จ่ายอย่างไม่สงสารสามี แถมยังสร้างหนี้สร้างสินให้สามีด้วย แต่ก็แปลกที่พี่เขาก็ทนมาได้เป็นสิบปี แต่เขาก็บอกว่าที่ทนอยู่ก็เพราะลูก ไม่อยากให้ลูกมีปัญหา
เราก็เลยไม่รู้จะแนะนำอะไรออกไป ได้แต่ให้กำลังใจพี่แกไปว่า สู้ๆ แอบเก็บเรื่องราวไว้มาถามความเห็นคนอื่นๆ ว่า คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้กันบ้าง กับมุมมองเหตุการณ์ความรักแบบนี้
ถ้าแฟนใช้เงินเก่งจะทำอย่างไร
คือพี่ที่ทำงานคนนี้เขามาเล่าเชิงปรับทุกข์ให้เราฟัง ว่าเขารู้สึกอึดอัดเวลาที่อยู่กับแฟน เราก็นึกแปลกใจนะว่าทำไม เพราะดูพี่เค้าก็เป็นคนร่าเริง สนุกสนาน ขี้เล่น อัธยาศัยดี อยู่ในที่ทำงานพี่เขาก็เป็นแบบนี้นะที่เราเห็น
ขอเกริ่นก่อนว่า พี่คนนี้เขาเป็นนายทหารสัญญาบัตร นายร้อยห้อยกระบี่ดีๆ นี่แหละ เขาแต่งงานตั้งแต่เรียนจบใหม่ๆ กับแฟนของเขาที่คบมาตั้งแต่สมัยเรียนนายร้อย แต่แก่กว่าพี่เขา 2 ปี แต่งงานมาได้ประมาณ 12 ปี แล้วก็มีลูกด้วยกัน 2 คน แต่พอแต่งงานแล้วอยู่ๆ กันไป พี่เขาก็รู้สึกเหมือนชีวิตพี่เขาเปลี่ยนไปหลายอย่าง
เรื่องแรกเลยคือ พี่เค้าต้องเอาเงินเดือนที่มีทั้งหมดให้แฟนเขาทุกเดือน ซึ่งพอเขาไม่มีเงิน เขาก็ต้องหารายได้อย่างอื่นเพื่อเอาไว้ใช้จ่ายส่วนตัว พี่เขาต้องไปขายขนม โดยรับขนมมาแล้วมาแพ็กเป็นห่อๆ แบ่งขาย ดิ้นรนเองเพื่อให้พอมีกินมีใช้ไปแต่ละเดือน
แต่งานประจำที่พี่เขาทำอยู่มันก็หนักมากพออยู่แล้วนะ กลับบ้านไปก็อยากพักผ่อน วันหยุดก็อยากพักผ่อนบ้าง แต่ทุกวันกลับบ้านไป พี่เขาต้องทำงานบ้าน กวาดบ้าน ถูบ้าน ล้างจาน แล้วก็ต้องนวดเท้าให้แฟนทุกวัน เพราะว่าแฟนพี่เขาใช้ให้นวด ซึ่งเราได้ยินครั้งแรกเราก็ว่าแปลกๆ นะ ภรรยาใช้สามีให้นวดเท้าให้ หรือยุคสมัยมันเปลี่ยนไปล่ะมั้งนะ หรือไม่เธอก็คงจะเหนื่อยจากการเลี้ยงลูกรึเปล่า เรื่องเหล่านี้พี่เขาบอกว่าก็พอรับได้ อยากให้นวดเท้าให้ทุกวันก็ทำให้ เพื่อให้มันจบๆ ไป ไม่นวดให้ก็จะมาทะเลาะกันอีก
ประการต่อมา ก็คือแฟนพี่เขาใช้เงินเก่งมาก ซื้อข้าวของเครื่องใช้แต่ละอย่างแพงๆ ทั้งนั้น กระเป๋าแบรนด์เนมใบเป็นหมื่นก็ยังซื้อ ทั้งที่เงินเดือนทหารของพี่เขามันก็ไม่ได้มากมายอะไร หนำซ้ำยังแอบเอาบัตรเครดิตของพี่เขาไปรูด จนทำให้พี่เขาเป็นหนี้ร่วมแสน เล่นเอาพี่แกเครียดไปเลย เขาบอกว่าลูกไปลงเรียนอูคูเลเล่ที่โรงเรียนไว้ จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์อูคูเลเล่ ก็ไม่ซื้อให้ลูก ทั้งที่แฟนเขาเอาเงินเดือนพี่เขาไปหมดแล้ว แต่กระเป๋าแบรนด์เนมใบเป็นหมื่นซื้อให้ตัวเองได้ เราเลยถามว่าแฟนพี่เขาไม่ได้ทำงานเหรอ เขาบอกว่าแฟนเขารับจ๊อบเป็นครูสอนพิเศษ ไม่ได้เป็นงานประจำ รายได้ไม่แน่นอน เฉลี่ยก็ตกประมาณเดือนละ 7000 บาท
เรื่องการใช้เงินเก่ง สุรุ่ยสุร่ายของแฟนพี่เขาทำให้พ่อแม่พี่เขาไม่ชอบลูกสะใภ้เอาด้วย เพราะรู้ว่าลูกสะใภ้เอาเงินเดือนลูกชายไปทั้งหมด ไม่แบ่งให้เป็นสัดส่วน แล้วเหลือเผื่อไว้ให้พี่เขาเก็บติดกระเป๋าไว้บ้างเลย ทำให้ลูกชายเขาต้องลำบากหารายได้เสริม เงินให้ไปก็มีแต่หมด ไม่เคยเก็บได้ ที่จริงฐานะทางบ้านพี่เขาเรียกได้ว่ามีฐานะเลยล่ะ เวลาพ่อแม่พี่เขาให้เงินพิเศษอะไรมา ต้องโดนเมียตอดเรียบ จนพ่อแม่พี่เขาเอือมระอา ไม่มีใครชอบอีก
เราเลยถามว่า แล้วทำไมพี่ถึงเลือกแต่งงานกับคนนี้ล่ะ เขาบอกว่าอาจเป็นเพราะตอนนั้นยังรู้จักกันไม่มากพอ เหมือนวัยรุ่นที่คบกันตอนเรียน แล้วพี่เขาอยู่แต่ในโรงเรียน กินนอนที่โรงเรียน ไม่ค่อยได้เจอกัน พอเรียนจบออกมาก็อยากจะใช้ชีวิตด้วยกัน อีกอย่างนึงตอนนั้นผู้หญิงโกหกว่าตัวเองเรียนจบแอร์โฮสเตสมา เราเลยถามว่า อ้าวพี่คบกันพี่ไม่รู้เหรอว่าเค้าเรียนอะไร พี่เค้าบอกว่าตัวเองก็อยู่แต่โรงเรียนกินนอน ได้ออกมาแค่วันหยุด ผู้หญิงเค้าก็เป็นคนหน้าตาดี ที่สำคัญก็ดูเก่งภาษาอังกฤษด้วย บอกว่าเรียนแอร์โฮสเตสพี่เขาก็เลยไม่แปลกใจ แต่ความมาแตกตอนแต่งงานแล้ว เพราะแฟนพี่แกไปหางานทำที่ไหนไม่ได้ เพราะเธอไม่ได้จบอะไรมาเลย ปริญญาตรียังไม่จบเลย ซึ่งนั่นก็ทำให้ครอบครัวฝ่ายชายรู้สึกไม่ชอบเข้าไปอีก
ประการต่อมา คือเรื่องความเป็นตัวของตัวเอง ปกติเวลาพี่แกอยู่ที่ทำงาน แกก็จะเป็นคนร่าเริง สนุกสนานกับลูกน้อง คุยเล่นคุยหัว แต่พอเวลารับโทรศัพท์แฟน ก็จะเห็นแกคุยอย่างเป็นทางการมาก ครับทุกคำ มันไม่เหมือนคนรักคู่อื่นๆ ที่เราเคยเห็นคุยกันก็จะมีมุมหัวเราะบ้าง เย้าแหย่กันบ้าง คุยสัพเพเหระสนุกสนานกันไป พี่เขาบอกว่าที่ต้องคุยดูเป็นทางการ เพราะแฟนพี่เขาชอบแบบนี้ ชอบให้พูดเป็นงานเป็นการ สุภาพอ่อนน้อม อะไรแบบนั้น พี่เขาเคยคุยเล่นตลกโปกฮาไปแล้ว แต่แฟนพี่เขาไม่ชอบ สวนกลับมาว่าเพื่อนเล่นเหรอ พี่เขาก็เลยรู้สึกอึดอัด
ทุกวันนี้เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนรับใช้ เห็นเขาเป็นบ่อเงินบ่อทอง ต้องคอยหาเงินมาให้เธองกๆ เพื่อให้เธอไปซื้อเสื้อผ้า เครื่องสำอางค์แพงๆ แทนที่จะเก็บเงินไว้เพื่อลูก หนำซ้ำยังมีการมายุยงให้พี่เขาโกงกิน มีโอกาสเอาได้ก็เอา จะได้มีเงินเยอะๆ พี่เขาเลยรู้สึกแย่มาก เขาบอกว่าไม่คิดว่าเธอจะเป็นคนเห็นแก่เงินได้ขนาดนี้
เราฟังดูแล้วรู้สึกว่ามันเหมือนกับความรักของพี่เขาอาจจะก้าวกระโดดกันเร็วไปมั้ง สำหรับชีวิตวัยรุ่นที่เพิ่งเรียนจบ แล้วมาแต่งงานกัน โดยเฉพาะกับนักเรียนกินนอนที่ไม่ค่อยมีเวลาได้ออกมาโลกภายนอก มันจำเป็นต้องได้ใช้เวลาเรียนรู้กับแฟนของเขาสักพักหลังจากเรียนจบมั้ย? จะได้เรียนรู้กันให้มากกว่านี้ อีกประการหนึ่ง เรามองว่าที่เขารู้สึกอึดอัดที่ไม่สามารถแสดงความเป็นตัวของตัวเองได้ เป็นเพราะต่างฝ่ายต่างเฟคเข้าหากันตั้งแต่ทีแรกหรือไม่ เพราะผู้หญิงก็เฟคโปรไฟล์ตัวเองไว้สวยหรู ผู้ชายก็คงจะอยากจะจีบให้ติด ก็ต้องแสดงความแมน ความเป็นผู้นำออกมาเยอะๆ เพื่อชนะใจเธอ จนกระทั่งสูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง พอแต่งงานกันมา จะกลับไปเป็นตัวของตัวเอง เธอก็ไม่ชอบอีก ก็ต้องอยู่ในสภาพอึดอัดกันไป ผู้หญิงเองก็คิดเรื่องเงินเป็นหลักมากเกินไป ใช้จ่ายอย่างไม่สงสารสามี แถมยังสร้างหนี้สร้างสินให้สามีด้วย แต่ก็แปลกที่พี่เขาก็ทนมาได้เป็นสิบปี แต่เขาก็บอกว่าที่ทนอยู่ก็เพราะลูก ไม่อยากให้ลูกมีปัญหา
เราก็เลยไม่รู้จะแนะนำอะไรออกไป ได้แต่ให้กำลังใจพี่แกไปว่า สู้ๆ แอบเก็บเรื่องราวไว้มาถามความเห็นคนอื่นๆ ว่า คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้กันบ้าง กับมุมมองเหตุการณ์ความรักแบบนี้