เพิ่งรู้นะเนี่ย ว่าที่อเมริกาฮิตทานขมิ้นขันกันขนาดนี้ ไปอ่านบทความจาก 247Magazine เลยเพิ่งได้รู้ว่าขมิ้นชันบ้านเรากำลังฮิตที่บ้านเค้า ต้องไปหามาทานบ้างแล้ว
ความฮอตของขมิ้นชัน ที่ใครก็ไม่อาจต้านทานได้
ความเลอค่าของขมิ้นชัน ที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์การแพทย์มากมายรองรับ เป็นที่รับรู้อย่างแพร่หลายในระดับสากล จากตะวันออกสู่ตะวันตก เพราะจาก Google Food Trends Report ระบุว่า ขมิ้นชันเป็น Rising Star ด้วยอัตราการเติบโต 56% นับจากเดือนพฤศจิกายน 2015-มกราคม 2016 เหตุผลสำคัญนั้นก็คือ คนยุคใหม่ใส่ใจในสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีมากกว่าคนรุ่นก่อนหน้ามากถึง 10 เท่า เนื่องจากต้องการมีชีวิตที่ยืนยาวมากขึ้น และขมิ้นชันสามารถตอบโจทย์ความต้องการนี้ได้เป็นอย่างดี พวกเขามีเครื่องมือสำคัญคือเทคโนโลยีออนไลน์ที่ใช้ในการค้นหาข้อมูลต่างๆ นำมาวิเคราะห์ และตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดเข้าสู่ร่างกายของตัวเอง
ขมิ้นชันจึงกลายเป็น Functional Food หรือ Funtional Ingredientดาวรุ่งของยุคนี้ ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยติดอันดับหนึ่งคำค้นยอดนิยมในกลุ่ม Foods with a function เลยทีเดียว เรียกว่าใครที่ไม่ตามกระแสนี้ อาจตกเทรนด์ไม่รู้ตัว
หลักฐานที่ชัดเจนอย่างหนึ่งที่การันตีได้เป็นอย่างดีว่า เวลานี้คือเวลาทองของขมิ้นชันก็คือ วิดีโอยอดนิยมเกี่ยวกับคุณประโยชน์และวิธีการบริโภคขมิ้นชันจำนวน 5 คลิปแรก ในYoutube มียอดรับชมรวมกันเกือบ 4 ล้านวิว ! นอกเหนือจากสูตรอาหารนานาเมนูแล้ว ยังมีเครื่องดื่ม บิสกิต และขนมหวานรสเลิศและอัดแน่นไปด้วยคุณประโยชน์อีกด้วย โดยเฉพาะชาขมิ้นชัน ที่หอมชื่นใจและรสชาติดี หรือกระทั่งลาเต้ขมิ้นชัน ที่มีสีสันเจิดจ้าชนิดที่ว่าไม่ต้องพึ่งฟิลเตอร์แต่งรูปใดๆ ในอินสตาแกรม จนได้รับสมญานามว่า Golden Milk ซึ่งรังสรรค์จากนมถั่วและน้ำรากขมิ้นชัน ซึ่งลาเต้ขมิ้นชันนี้ ดีเด็ดขนาดที่ว่านอกจากจะได้รับความนิยมอย่างสูงในสหรัฐอเมริกาแล้ว ยังฮอตในออสเตรเลีย และสหราชอาณาจักรอีกด้วย
เท่านั้นยังไม่พอ บรรดานักท่องอินเตอร์เน็ตต่างแบ่งปันความรู้และวิธีการนำขมิ้นชันไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น การช่วยขัดฟันให้ขาว มาสก์หน้า หรือกระทั่งนำไปย้อมผ้า เป็นต้น
ตอนนี้ชาวอเมริกันในเมืองใหญ่ๆ หลายเมืองทั่วสหรัฐอเมริกาพยายามที่จะเสาะหาวิธีการบริโภคขมิ้นชันในรูปแบบต่างๆ นั่นจึงเป็นที่มาของคำค้นหลากประเภทเกี่ยวกับขมิ้นชัน (แน่นอนว่าเกิดการบอกเล่าแบบปากต่อปาก พร้อมแบ่งปันข้อมูลและบอกเล่าถึงประสบการณ์ดีๆ จากขมิ้นชันที่เกิดขึ้นกับแต่ละคน เรียกได้ว่าคนรักสุขภาพ ไม่มีใครที่ไม่หลงใหลและคลั่งไคล้ขมิ้นชัน
ขมิ้นชันจึงเป็นตัวอย่างของคำว่า 'อาหารเป็นยา' ที่ให้ทั้งคุณและรสชาติที่อร่อยอย่างแท้จริง รู้แบบนี้แล้ว ใครล่ะจะอยากพลาด!
อ่านเต็มๆ ได้ที่
http://www.247freemag.com/247ouayun
ขมิ้นชัน...ซูเปอร์ฟู้ดยอดนิยม เทรนด์เด่นจากอเมริกา ที่คุณไม่ควรพลาด
ความฮอตของขมิ้นชัน ที่ใครก็ไม่อาจต้านทานได้
ความเลอค่าของขมิ้นชัน ที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์การแพทย์มากมายรองรับ เป็นที่รับรู้อย่างแพร่หลายในระดับสากล จากตะวันออกสู่ตะวันตก เพราะจาก Google Food Trends Report ระบุว่า ขมิ้นชันเป็น Rising Star ด้วยอัตราการเติบโต 56% นับจากเดือนพฤศจิกายน 2015-มกราคม 2016 เหตุผลสำคัญนั้นก็คือ คนยุคใหม่ใส่ใจในสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีมากกว่าคนรุ่นก่อนหน้ามากถึง 10 เท่า เนื่องจากต้องการมีชีวิตที่ยืนยาวมากขึ้น และขมิ้นชันสามารถตอบโจทย์ความต้องการนี้ได้เป็นอย่างดี พวกเขามีเครื่องมือสำคัญคือเทคโนโลยีออนไลน์ที่ใช้ในการค้นหาข้อมูลต่างๆ นำมาวิเคราะห์ และตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดเข้าสู่ร่างกายของตัวเอง
ขมิ้นชันจึงกลายเป็น Functional Food หรือ Funtional Ingredientดาวรุ่งของยุคนี้ ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยติดอันดับหนึ่งคำค้นยอดนิยมในกลุ่ม Foods with a function เลยทีเดียว เรียกว่าใครที่ไม่ตามกระแสนี้ อาจตกเทรนด์ไม่รู้ตัว
หลักฐานที่ชัดเจนอย่างหนึ่งที่การันตีได้เป็นอย่างดีว่า เวลานี้คือเวลาทองของขมิ้นชันก็คือ วิดีโอยอดนิยมเกี่ยวกับคุณประโยชน์และวิธีการบริโภคขมิ้นชันจำนวน 5 คลิปแรก ในYoutube มียอดรับชมรวมกันเกือบ 4 ล้านวิว ! นอกเหนือจากสูตรอาหารนานาเมนูแล้ว ยังมีเครื่องดื่ม บิสกิต และขนมหวานรสเลิศและอัดแน่นไปด้วยคุณประโยชน์อีกด้วย โดยเฉพาะชาขมิ้นชัน ที่หอมชื่นใจและรสชาติดี หรือกระทั่งลาเต้ขมิ้นชัน ที่มีสีสันเจิดจ้าชนิดที่ว่าไม่ต้องพึ่งฟิลเตอร์แต่งรูปใดๆ ในอินสตาแกรม จนได้รับสมญานามว่า Golden Milk ซึ่งรังสรรค์จากนมถั่วและน้ำรากขมิ้นชัน ซึ่งลาเต้ขมิ้นชันนี้ ดีเด็ดขนาดที่ว่านอกจากจะได้รับความนิยมอย่างสูงในสหรัฐอเมริกาแล้ว ยังฮอตในออสเตรเลีย และสหราชอาณาจักรอีกด้วย
เท่านั้นยังไม่พอ บรรดานักท่องอินเตอร์เน็ตต่างแบ่งปันความรู้และวิธีการนำขมิ้นชันไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น การช่วยขัดฟันให้ขาว มาสก์หน้า หรือกระทั่งนำไปย้อมผ้า เป็นต้น
ตอนนี้ชาวอเมริกันในเมืองใหญ่ๆ หลายเมืองทั่วสหรัฐอเมริกาพยายามที่จะเสาะหาวิธีการบริโภคขมิ้นชันในรูปแบบต่างๆ นั่นจึงเป็นที่มาของคำค้นหลากประเภทเกี่ยวกับขมิ้นชัน (แน่นอนว่าเกิดการบอกเล่าแบบปากต่อปาก พร้อมแบ่งปันข้อมูลและบอกเล่าถึงประสบการณ์ดีๆ จากขมิ้นชันที่เกิดขึ้นกับแต่ละคน เรียกได้ว่าคนรักสุขภาพ ไม่มีใครที่ไม่หลงใหลและคลั่งไคล้ขมิ้นชัน
ขมิ้นชันจึงเป็นตัวอย่างของคำว่า 'อาหารเป็นยา' ที่ให้ทั้งคุณและรสชาติที่อร่อยอย่างแท้จริง รู้แบบนี้แล้ว ใครล่ะจะอยากพลาด!
อ่านเต็มๆ ได้ที่ http://www.247freemag.com/247ouayun