"ผมเคยได้โควตากายภาพบำบัด แต่ดันได้รับใบนัดสัมภาษณ์เลยวันสัมภาษณ์ ๒ อาทิตย์"

กระทู้สนทนา
เผอิญว่าวันนี้เห็นข่าวที่แชร์จากเพจข่าวท้องบ้านถิ่นผมเอง  แรกก็เห็นภาพก่อนเลย  ก็เอ๊ะ! นั่นมันป้าส่งไปรษณีย์ที่บ้านนี่!!  ก็เลยกดเข้าไปอ่านครับ  ได้ความว่า  ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน  ได้มีคนในหมู่บ้านนั่นแหละ  นำเรื่องราวปัญหาการส่งไปรษณีย์ที่ในหมู่บ้านมาลงจนเป็นข่าวเกิดขึ้น

ก็เลยพาลนึกถึงกรณีตัวเองเมื่อราวๆ เจ็ดปีที่แล้ว

ตอนนั้นผมอยู่ ม.๖ วัยใสเตรียมเข้าสู่มหาวิทยาลัยที่ใฝ่ฝัน  มีงานตลาดนัดหลักสูตรก็ต้องวิ่งโร่กันไปหาไปสมัคร  กระทั่งมาบรรจบที่งานหนึ่งบูธมหาวิทยาลัยหนึ่ง  ผมได้ตอบแบบสอบถามมหาวิทยาลัยนั้นไปครับ  โดยให้ไล่เรียงความสนใจคณะที่ระบุมาตามลำดับ

เอาตามความจริงก็ไม่ได้ว่าอยากจะเรียนที่นั่น  เข้าใจว่าเป็นแบบสอบถามความเห็นเฉยๆ  ก็เลยตอบไป (ใจตอนนั้นคงอยากได้พัดหรืออะไรที่เขาแจกนี่แหละ)

ปรากฏว่าหลายวันให้หลัง  ผมได้รับจดหมายจากมหาวิทยาลัยดังกล่าวครับ  ว่าให้ไปสัมภาษณ์หลักสูตรกายภาพบำบัด  ป๊าดดดด!!  กระหยิ่มยิ่มย่องในใจว่าติดด้วยเหรอเนี่ย  ผ่านเกณฑ์เขาเฉยเลย

แว๊บมาเห็นวันที่นัดสัมภาษณ์   ดันเป็นวันที่ที่เลยผ่านมาเเล้วเกือบๆ สองสัปดาห์!!!!  

อ้าว !  ทำไมเป็นงี้อ่ะ?

ตั้งคำถามไปงั้นแหละครับ  จริงๆ ก็รู้คำตอบอยู่แล้ว  ว่าที่ผ่านๆ มาการส่งพัสดุและเอกสารต้องใช้ระยะเวลาและประสบปัญหาอย่างไรบ้าง  

แต่ประเด็นที่ทำให้หัวร้อนคือ "ถ้ามันเป็นมหาวิทยาลัยที่เราอยากจะเรียนจริงๆ ล่ะ"  ผมจะทำไง  เขาจะรับผิดชอบให้ผมไหม

ไม่กี่วันผ่านไป  ผมกับแม่ออกไปชอปปิงที่ตลาดไหนสักแห่ง  ได้ข้าวได้ปลาได้ขนมนมเนยมาทานพอสมควร  แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น  ผมกำลังตั้งท่าจะบิดมอเตอร์ไซค์เพื่อข้ามถนนที่หน้าปากซอย  โดยมีแม่ซ้อนท้ายช่วยพิจารณาระยะห่างรถเป็นเพื่อน  ทันใดนั้น  มอเตอร์ไซค์อีกคันก็มาจอดเทียบ  ไม่ใช่ใครที่ไหน  ป้าสตรีไปรษณีย์นั่นเอง

"เอ้า  พันพรือมั้งลูกบ่าว  ได้ที่เรียนแล้วเหอ"  ป้าถามด้วยความห่วงใย เฉกเช่นป้าข้างบ้านที่ใส่ใจลูกชาวบ้านทั่วไป
"มันอิได้เรียนปรือเล่า  เบอะเติ้นส่งใบนัดสัมภาษณ์ให้มันช้า  เลยวันนัดตั้งสองอาทิตย์แล้ว"   หูย!  แม่ชิงตอบเองด้วยความเผ็ดร้อนกว่าน้ำพริกแม่ประนอมซะอีก  ทั้งๆ ที่นางเป็นคนประนีประนอมกับคนรอบข้างเอามากๆ  นี่แอบตกใจ
"เอ๋าฮั้นเฮอะ  คณะไหนที่ไหนล่ะลูก.." ยังห่วงใยไม่เลิก
"กายภาพบำบัด ม. .... ครับ"  ผมตอบเอง
"อ้ออออ  ฮายลูกเหอ  ไม่ปรือๆ เขาไม่ค่อยเรียนกันที่นั่นฮั้น"  ป้าท่าทางจะโล่งอก ที่มหาลัยที่ได้ยินไม่ดังมาก
"ลูกฉานนี่แหละ อิเรียน!!  เติ้นฮั้นส่งช้า ไม่ต้องมาพูดเรื่องอื่น"   แม่ขึ้นสุด!

ถนนโล่ง  บิดแฮนด์

นั่นคือเหตุการณ์ที่จำฝังใจจวบจนทุกวันนี้  และตั้งกฎกันในบ้านว่าถ้าจะส่งของอะไรสำคัญ  เลือกได้จะใช้ช่องทางอื่น  หรือส่งไปบ้านญาติที่อยู่ตำบลอื่นแล้วค่อยไปรับเอาจะทันใจกว่า

อย่างที่บอกแหละครับ  ว่าส่งไปตำบลอื่นจะได้ตรงเวลา  ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าผมส่งไปที่อื่น เช่นกรุงเทพฯ  เป็นต้น  ที่เคยส่งไปก็เห็นปลายทางได้รับตรงเวลาพอดิบพอดี  จนทำให้ผมแอบน้อยเนื้อต่ำใจไม่น้อย

แล้วใครผิด?

ก็ป้าไง  โกรธแล้ว โป้ง!

กลับมาที่โลกปัจจุบัน  ผมได้รับข่าวนี้ปุ๊บ  ก็อ้าวๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ  โดนแล้ว  โดนแล้ว  โดนหนักกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา  โดนค้นถึงบ้านพบจดหมายค้างส่งกว่า 500 ฉบับ!!  คุณพระ!! นั่นบ้านตัวแทนส่งหรือหอจดหมายเหตุ

ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีของผู้คนในหมู่บ้านครับ  ที่ตามข่าวที่อ่านนั้น  บริษัทไปรษณีย์จะ "เปลี่ยน" ผู้ส่งไปรษณีย์เป็นลูกจ้างบริษัทโดยตรง   ผมขอขอบพระคุณยิ่ง  ผมจะได้บอกใครๆ อย่างเต็มภาคภูมิว่าตำบลข้าอยู่ในอำเภอเมืองนะเหวย

ขอบพระคุณอีกครั้งครับ   ดีใจแทนเพื่อนบ้านในเขตคามทุกผู้ทุกคน
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่