เมื่อมองไปด้านข้าง ร่างสูงก็เลยได้เห็นว่ารินนั้นนั่งหันหน้าออกไปทางหน้าต่าง แต่กลับ
ยกนิ้วชี้เป็นหมายเลขหนึ่งอยู่ เพียงเท่านั้น ภัทรก็ถึงกับฮาเสียงดังลั่นรถเลยทีเดียว
‘โอ๊ย... ไอ้บ้านี่! คนอุตส่าห์ตอบ ยังจะมาขำอีก’
รินนึกด่าคนข้างตัวในใจ
หลังจากคำถามส่วนตัวแบบสุดๆ จบไป ความเขินอายอันเงียบงันก็กินเวลาร่วมสิบกว่า
นาทีได้ จนรินเริ่มรู้สึกอึดอัด และเมื่อทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอจึงเริ่มขอภัทรเปิดวิทยุ
ในรถเพื่อฟังเพลง
ตอนที่เธอเปิดผ่านคลื่นเพลงสากลคลื่นหนึ่ง ดี.เจ. ก็กำลังเปิดเพลง I will survive
อยู่พอดี เธอก็เลยเอ่ยแซวคนที่กำลังขับรถอยู่ขึ้นว่า
“ไม่เต้นล่ะคุณ เพลงชาติขึ้นละเนี่ย”
“ก็ผมขับรถอยู่ แต่อ่ะไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ก็ตามใจคุณหน่อยละกัน” ร่างสูงก็เลย
แกล้งลิปซิงค์ขำๆ เล่นแทน จนรินถึงกับฮาก๊ากออกมา
‘ตอนแรกที่เจอก็นึกว่าเป็นคนเรียบร้อย ที่ไหนได้ก็บ้าๆ บอๆ เหมือนกันนะเรา’ ริน
แอบยิ้มขำเมื่อเธอเห็นท่าทางการลิปซิงค์ตลกๆ ของคนข้างๆ
เมื่อเขาเห็นรินยิ้มขำจนหลุดหัวเราะออกมาหลายรอบ ภัทรก็อดหลุดยิ้มเขินหน้าแดง
ออกมาไม่ได้เหมือนกัน แต่ในขณะเดียวกันก็แอบคิดในใจว่า
‘ปกติเขาก็เป็นคนเรียบร้อยมากจริงๆ นะ แต่คุยกับยายนี่แล้ว เขารู้สึกสบายใจ ไม่ต้อง
แอ๊บดีมั้ง ก็ไหนๆ เธอก็รู้ดีอยู่แล้วนี่ว่าเขาเป็นอะไร ก็เลยกล้าทำอะไรติ๊งต๊องๆ ออกมา
ได้เยอะผิดปกติแบบนี้ แล้วอีกอย่างที่เขายอมลุกขึ้นมาทำตัวตีสนิทกับคนแปลกหน้า
ขนาดนี้ก็เพราะเขาก็ไม่ค่อยอยากจะให้เธอรู้สึกเกร็งเวลาอยู่กับตัวเขาด้วย ไม่อย่างนั้น
เดี๋ยวเกิดเล่นเป็นแฟนกันไม่เนียนจนพ่อกับแม่ของเขาเกิดสงสัยขึ้นมา งานก็อาจจะ
เข้าเขามากกว่านี้ได้’
ระหว่างที่ทั้งคู่เดินทางไปยังบ้านพ่อแม่ของภัทร ทั้งสองคนก็เริ่มซักซ้อม
คำถามและคำตอบเกี่ยวกับข้อมูลของอีกฝ่ายกันเล่นๆ และก็นั่งคุยอะไรกันไป
เรื่อยเปื่อย จนกระทั่งถึงที่อยุธยา
เมื่อภัทรขับรถมาจอดที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง พ่อกับแม่ของเขาก็รีบออกมา
ต้อนรับทั้งลูกชายและหญิงสาวที่ทั้งสองท่านคิดว่าเป็นแฟนสาวของลูกชายของ
ท่านอย่างรินด้วยมิตรไมตรีอันอบอุ่นและรอยยิ้มกว้างทันที รินจึงยกมือไหว้สวัสดี
พ่อกับแม่ของภัทร ด้วยกิริยาสุภาพอ่อนน้อม หลังจากที่ภัทรแนะนำเธอให้บิดา
มารดาได้รู้จักชื่อเล่นเสร็จ หญิงสาวก็ยื่นถุงขนมวุ้นกะทิเจ้าดังของนครปฐมมอบ
ให้กับท่านทั้งสองไป
หลังจากนั้นพ่อกับแม่ของภัทรก็พาทั้งคู่เข้าไปในบ้านและนั่งคุยกันไป
สักเล็กน้อย จนถึงเวลาประมาณสิบเอ็ดโมงกว่า แม่ภาก็พารินเข้าครัวไปสอน
ทำกับข้าวประมาณสองสามอย่าง ที่ท่านเตรียมเครื่องปรุงทุกอย่างไว้หมดแล้ว
แค่ผัด แกง ทอดก็เสร็จ โดยปล่อยให้พ่อลูกเขาคุยกันไปตามประสาผู้ชาย
รินที่เห็นเครื่องปรุงเหล่านั้น จึงเอ่ยถามขึ้นว่า “แม่ทำต้มยำกุ้งแบบนี้ ภัทรเขาก็ดีใจ
แย่สิคะ ของโปรดอันดับหนึ่งของเขาขนาดนี้”
แม่ภาของภัทรนี่ถึงกับยิ้มหน้าบานเลย ที่แฟนกำมะลอของลูกชายดูเป็นคนที่ช่าง
เอาใจใส่ลูกชายของเธอขนาดนี้ โดยหารู้ไม่ว่ากับแค่การจดจำเนื้อหาแค่ไม่กี่หน้า
แค่นี้ สำหรับทั้งคู่มันก็ง่ายกว่าการอ่านหนังสือสอบตอนเรียนเสียอีก
“จ้ะ เราก็จดจำสูตรต้มยำกุ้งน้ำข้นสูตรนี้ไว้ดีๆ นะจ้ะ เพราะภัทรเขาชอบทานมากๆ
เผื่อตบแต่งกันไปแล้ว จะได้ทำให้เขาทานบ่อยๆ” คุณแม่ก็พูดแบบมโนไปไกลแล้ว
‘เอิ่ม คุณน้าคะ คุณน้าคงยังไม่รู้ว่าวันหนึ่ง คุณน้าอาจจะได้ลูกเขย ไม่ใช่ลูกสะใภ้
ก็เป็นได้ แต่ไม่เป็นไร วันนีเพื่อความสุขของคุณน้า หนูจะช่วยเล่นละครให้เนียนๆ
เลยนะคะ แล้วก็ไม่เป็นไรเรื่องสูตรอาหาร เพราะเผื่อสูตรนี้อร่อยจะได้เอาไปทำให้
พ่อกับแม่ทานดูบ้างก็แล้วกันเนอะ’ รินแอบนึกสงสารแม่ภาอยู่ในใจ ที่แม่ภาไม่
ทราบความจริงเรื่องลูกชายของเธอเองเลยแม้แต่น้อย
“งั้น แม่มีกระดาษกับปากกามาให้หนูจดสูตรไหมคะ?” เธอถามอย่างเหมือน
กระตือรือร้นที่จะเรียนรู้เต็มที่
ส่วนภัทรกับพ่อที่นั่งคุยกันอยู่ จู่ๆ พ่อก็พูดเล่นในเชิงสัพยอกออกมาว่า
“แหม แฟนแกก็สวยดีนี่หว่า ตอนแรกไม่เห็นพาใครมาเปิดตัวสักที พ่อก็อดนึกกลัวไม่ได้
ว่าแกอาจจะไม่ได้ชอบผู้หญิงน่ะ”
ภัทรที่กำลังยกน้ำขึ้นมาดื่มพอดี เมื่อได้ยินประโยคสุดท้ายที่พ่อพูดออกมาก็ถึงกับ
สำลักน้ำพรวดทันที
พลิกรักจากหลังไมค์ ตอนที่ 4 ค่ะ :)
ยกนิ้วชี้เป็นหมายเลขหนึ่งอยู่ เพียงเท่านั้น ภัทรก็ถึงกับฮาเสียงดังลั่นรถเลยทีเดียว
‘โอ๊ย... ไอ้บ้านี่! คนอุตส่าห์ตอบ ยังจะมาขำอีก’
รินนึกด่าคนข้างตัวในใจ
หลังจากคำถามส่วนตัวแบบสุดๆ จบไป ความเขินอายอันเงียบงันก็กินเวลาร่วมสิบกว่า
นาทีได้ จนรินเริ่มรู้สึกอึดอัด และเมื่อทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอจึงเริ่มขอภัทรเปิดวิทยุ
ในรถเพื่อฟังเพลง
ตอนที่เธอเปิดผ่านคลื่นเพลงสากลคลื่นหนึ่ง ดี.เจ. ก็กำลังเปิดเพลง I will survive
อยู่พอดี เธอก็เลยเอ่ยแซวคนที่กำลังขับรถอยู่ขึ้นว่า
“ไม่เต้นล่ะคุณ เพลงชาติขึ้นละเนี่ย”
“ก็ผมขับรถอยู่ แต่อ่ะไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ก็ตามใจคุณหน่อยละกัน” ร่างสูงก็เลย
แกล้งลิปซิงค์ขำๆ เล่นแทน จนรินถึงกับฮาก๊ากออกมา
‘ตอนแรกที่เจอก็นึกว่าเป็นคนเรียบร้อย ที่ไหนได้ก็บ้าๆ บอๆ เหมือนกันนะเรา’ ริน
แอบยิ้มขำเมื่อเธอเห็นท่าทางการลิปซิงค์ตลกๆ ของคนข้างๆ
เมื่อเขาเห็นรินยิ้มขำจนหลุดหัวเราะออกมาหลายรอบ ภัทรก็อดหลุดยิ้มเขินหน้าแดง
ออกมาไม่ได้เหมือนกัน แต่ในขณะเดียวกันก็แอบคิดในใจว่า
‘ปกติเขาก็เป็นคนเรียบร้อยมากจริงๆ นะ แต่คุยกับยายนี่แล้ว เขารู้สึกสบายใจ ไม่ต้อง
แอ๊บดีมั้ง ก็ไหนๆ เธอก็รู้ดีอยู่แล้วนี่ว่าเขาเป็นอะไร ก็เลยกล้าทำอะไรติ๊งต๊องๆ ออกมา
ได้เยอะผิดปกติแบบนี้ แล้วอีกอย่างที่เขายอมลุกขึ้นมาทำตัวตีสนิทกับคนแปลกหน้า
ขนาดนี้ก็เพราะเขาก็ไม่ค่อยอยากจะให้เธอรู้สึกเกร็งเวลาอยู่กับตัวเขาด้วย ไม่อย่างนั้น
เดี๋ยวเกิดเล่นเป็นแฟนกันไม่เนียนจนพ่อกับแม่ของเขาเกิดสงสัยขึ้นมา งานก็อาจจะ
เข้าเขามากกว่านี้ได้’
ระหว่างที่ทั้งคู่เดินทางไปยังบ้านพ่อแม่ของภัทร ทั้งสองคนก็เริ่มซักซ้อม
คำถามและคำตอบเกี่ยวกับข้อมูลของอีกฝ่ายกันเล่นๆ และก็นั่งคุยอะไรกันไป
เรื่อยเปื่อย จนกระทั่งถึงที่อยุธยา
เมื่อภัทรขับรถมาจอดที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง พ่อกับแม่ของเขาก็รีบออกมา
ต้อนรับทั้งลูกชายและหญิงสาวที่ทั้งสองท่านคิดว่าเป็นแฟนสาวของลูกชายของ
ท่านอย่างรินด้วยมิตรไมตรีอันอบอุ่นและรอยยิ้มกว้างทันที รินจึงยกมือไหว้สวัสดี
พ่อกับแม่ของภัทร ด้วยกิริยาสุภาพอ่อนน้อม หลังจากที่ภัทรแนะนำเธอให้บิดา
มารดาได้รู้จักชื่อเล่นเสร็จ หญิงสาวก็ยื่นถุงขนมวุ้นกะทิเจ้าดังของนครปฐมมอบ
ให้กับท่านทั้งสองไป
หลังจากนั้นพ่อกับแม่ของภัทรก็พาทั้งคู่เข้าไปในบ้านและนั่งคุยกันไป
สักเล็กน้อย จนถึงเวลาประมาณสิบเอ็ดโมงกว่า แม่ภาก็พารินเข้าครัวไปสอน
ทำกับข้าวประมาณสองสามอย่าง ที่ท่านเตรียมเครื่องปรุงทุกอย่างไว้หมดแล้ว
แค่ผัด แกง ทอดก็เสร็จ โดยปล่อยให้พ่อลูกเขาคุยกันไปตามประสาผู้ชาย
รินที่เห็นเครื่องปรุงเหล่านั้น จึงเอ่ยถามขึ้นว่า “แม่ทำต้มยำกุ้งแบบนี้ ภัทรเขาก็ดีใจ
แย่สิคะ ของโปรดอันดับหนึ่งของเขาขนาดนี้”
แม่ภาของภัทรนี่ถึงกับยิ้มหน้าบานเลย ที่แฟนกำมะลอของลูกชายดูเป็นคนที่ช่าง
เอาใจใส่ลูกชายของเธอขนาดนี้ โดยหารู้ไม่ว่ากับแค่การจดจำเนื้อหาแค่ไม่กี่หน้า
แค่นี้ สำหรับทั้งคู่มันก็ง่ายกว่าการอ่านหนังสือสอบตอนเรียนเสียอีก
“จ้ะ เราก็จดจำสูตรต้มยำกุ้งน้ำข้นสูตรนี้ไว้ดีๆ นะจ้ะ เพราะภัทรเขาชอบทานมากๆ
เผื่อตบแต่งกันไปแล้ว จะได้ทำให้เขาทานบ่อยๆ” คุณแม่ก็พูดแบบมโนไปไกลแล้ว
‘เอิ่ม คุณน้าคะ คุณน้าคงยังไม่รู้ว่าวันหนึ่ง คุณน้าอาจจะได้ลูกเขย ไม่ใช่ลูกสะใภ้
ก็เป็นได้ แต่ไม่เป็นไร วันนีเพื่อความสุขของคุณน้า หนูจะช่วยเล่นละครให้เนียนๆ
เลยนะคะ แล้วก็ไม่เป็นไรเรื่องสูตรอาหาร เพราะเผื่อสูตรนี้อร่อยจะได้เอาไปทำให้
พ่อกับแม่ทานดูบ้างก็แล้วกันเนอะ’ รินแอบนึกสงสารแม่ภาอยู่ในใจ ที่แม่ภาไม่
ทราบความจริงเรื่องลูกชายของเธอเองเลยแม้แต่น้อย
“งั้น แม่มีกระดาษกับปากกามาให้หนูจดสูตรไหมคะ?” เธอถามอย่างเหมือน
กระตือรือร้นที่จะเรียนรู้เต็มที่
ส่วนภัทรกับพ่อที่นั่งคุยกันอยู่ จู่ๆ พ่อก็พูดเล่นในเชิงสัพยอกออกมาว่า
“แหม แฟนแกก็สวยดีนี่หว่า ตอนแรกไม่เห็นพาใครมาเปิดตัวสักที พ่อก็อดนึกกลัวไม่ได้
ว่าแกอาจจะไม่ได้ชอบผู้หญิงน่ะ”
ภัทรที่กำลังยกน้ำขึ้นมาดื่มพอดี เมื่อได้ยินประโยคสุดท้ายที่พ่อพูดออกมาก็ถึงกับ
สำลักน้ำพรวดทันที