คำเตือน!!...กระทู้นี่เหมาะสำหรับคนโสด หากคนมีคู่แล้วมาอ่าน อาจจะเป็นการเสียเวลากับท่านได้ครับ..^^
สวัสดีผู้อ่านทุกท่านครับ นี่ก็เข้าสู่เดือนแห่งความรักแล้ว เป็นเดือนที่ใครหลายคนก็มีความสุขกับการอินเลิฟกับคู่ของตัวเอง แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีอีกหลายคนที่ต้องมานั่งอิจฉาเวลาที่เห็นฉากโรแมนติกของกลุ่มคนที่มีคู่ (และผมก็หนึ่งในนั้น ฮ่าๆ) เหตุนี่เองจึงเป็นประเด็นทำให้ผมคิดไอเดียที่อยากจะปรับเปลี่ยนรูปแบบการบอกความรู้สึกในใจบางอย่างนี้ขึ้นมา
มาเข้าเรื่องกันเลยและกันครับ กรณีที่หยิบยกมาในวันนี้คือ " แรกพบสบตา ปิ๊งๆ " จากวัฒนธรรมของเมืองไทยแล้ว โดยส่วนใหญ่ผู้ชายจะต้องเป็นฝ่ายที่ต้องเข้าหาผู้หญิงก่อนจึง ทำให้ฝ่ายชาย(บางคน)รู้สึกกดดัน รู้สึกกลัว กลัวผลลัพธ์ที่ยังไม่เกิดขึ้น เช่น เข้าไปขอเบอร์แล้วถูกปฏิเสธ ขอแล้วแต่เค้าดันมีแฟนอยู่แล้ว เหตุนี้เองพอสะสมหลายๆครั้งเข้า ก็กลายเป็นปมในใจ (ยกเว้นคนที่หล่อๆ อาจจะไม่มีความรู้สึกเหล่านี้ เพราะเค้าเลือกได้อยู่แล้ว มั้งน่ะ..) แต่สำหรับเรามันเด็กบ้านๆ มันเด็กเลี้ยงวัว เนื้อตัวไม่ใสสะอาด...(เดี๋ยวๆ) ก็คนธรรมดานี้แหละครับ เวลาจะเข้าไปทำความรู้จักกับใครต้องคิดแล้วคิดอีกคิดวนๆไป...
ครับจากหัวข้อครั้งนี้ เรามีข้อบังคับอยู่ว่า....
1. เป็นการที่ทั้งสองคนพบเจอกันครั้งแรก หรือเจอกันแต่ไม่บ่อยนัก และไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เช่น เจอกันบนรถเมล์ เจอกันในร้านเหล้า เจอกันขณะเดินห้าง เจอกันในร้านอาหาร เป็นต้น
2. คนที่เราแอบชอบ แต่เราไม่กล้าบอกตรงๆ
ประมาณนี้ครับ และวิธีที่เราจะใช้แทนการพูดด้วยวาจาคือ " การจับติ่งหูครับ " นิยามก็คือ เป็นการส่งซิกให้อีกฝ่ายรู้ตัวว่าเราชอบเท่านั้นเอง
- แล้วทำไมต้องจับติ่งหู ? โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่า ติ่งหูเป็นชิ้นส่วนหนึ่งที่อยู่ใกล้กับดวงตา และเป็นชิ้นส่วนที่ไม่ค่อยมีคนจับกันบ่อยนัก จึงน่าจะนำมาใช้ในการประกอบกับสายตาที่ส่งไปได้นั้นเอง
เรามาลองดูตัวอย่างกันน่ะครับ
กรณีที่
" สมหวัง "
......ณ ร้านบะหมี่แห่งหนึ่ง..... ชาย กำลังเดินมาเพื่อจะซื้อบะหมี่ แล้วยืนรออยู่หน้าร้าน ในขณะนั้นเองเค้ามองไปเห็นหญิงคนนึงที่นั่งกินบะหมี่อยู่ในร้าน ชายรู้สึกว่าอยากรู้จักเธอจังเลยแต่ไม่รุ้จะเข้าไปทักอย่างไรดี
ขั้นตอนที่ 1 : ให้ชาย มองด้วยสายตาอ่อนโยนไปที่หญิงคนนั้น และรอจังหวะที่หญิงหันมาสบตากัน
ขั้นตอนที่ 2 : เมื่อหญิงมองมาที่ชายแล้ว ให้ชายยกมือขึ้นจับติ่งหูเบาๆ ค้างไว้ 2 วินาที แล้วเอาลง เพื่อส่งสัญญาณขอทำความรู้จัก
ขั้นตอนที่ 3 : ถ้าหญิงเห็นด้วยและอยากรู้จักชายเช่นกัน ให้ฝ่ายหญิงยกมือจับติ่งหูและมองมาที่ชายเช่นเดียวกัน
ขั้นตอนที่ 4 : ชายเห็นการตอบรับที่ดี ก็เดินเข้าไปขอเบอร์ ขอเฟส ขอไลน์ ขอทวิส ขออินตาแกรม ขอเป็นสามีเลยทันที (เดี๋ยวๆ 555)
.......การจีบเสร็จสิ้น........
ส่วนกรณีที่
" ไม่สมหวัง "
ในขั้นตอนที่ 3 : ถ้าหญิงไม่อยากรู้จัก ให้หญิงแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น โดยละทิ้งสายตาคู่นั้นอย่างช้าๆ (เพื่อรักษาหน้าชายนิสนึง 555)
ขึ้นตอนที่ 4 : ชายเห็นการละทิ้งสายตาของหญิงเช่นนั้น ก็ยอมรับความจริงน่ะครับ ไม่ใช่ยืนจับติ่งหูค้างไว้ มันจะกลายเป็นคนโรคจิตได้
.......และก็หาคนใหม่ต่อไป........
ข้อแนะนำในการใช้ การจีบด้วยติ่งหู น่ะครับ
- สามารถทำได้ง่ายและสะดวกรวดเร็ว ไม่ต้องมาคิดมุขเสี่ยวๆ เข้าไปจีบ
- ช่วยลดความรุนแรงของอาการหน้าร้าว ได้ไม่มากก็น้อย ในกรณีที่ไม่สมหวัง
- ไม่ควรจับบ่อยจนเกินไป เพราะอาจจะถูกมองเป็นคนเจ้าชู้หรือโรคจิตได้
- สามารถใช้ได้กับทุกเพศ ทุกวัย ทุกสายพันธุ์
สุดท้ายนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ เป้าหมายของเราต้องรู้ด้วยว่า การเห็นคนจับติ่งหูใส่ นั้นหมายความว่าอะไร เพราะถ้าเป้าหมายไม่รู้ เราอาจจะเข้าใจผิดได้ว่าเขาไม่ได้สนใจเรา ฉะนั้น
โปรดแชร์กระทู้นี้ให้ถึงคนที่เราแอบชอบเสียก่อน แล้วค่อยมาจับติ่งหูกันน่ะ ^^
อยากมีคู่...มาจับติ่งหูใส่เราหน่อยสิ...^^
ปล. หวังว่าวิธีนี้จะเป็นที่รู้จักไปทั่วสังคมไทยน่ะครับ หากใครมีคำแนะนำเพิ่มเติมสามารถคอมเม้นมาได้เลยครับ และส่วนใครที่ลองนำไปใช้แล้วได้ผลยังไง ช่วยมาคอมเม้นด้วยน่ะ...อิอิ
คนอ่านกระทู้นี้ถึง 5 พันคนเมื่อไหร่ เดี๋ยวผมจะเอาไปใช้แล้วมารีวิวให้ดู 555+
อยากมีคู่...มาจับติ่งหูกันมั้ย...^^ (การจีบแนวใหม่ที่คุณต้องอยากลอง)
สวัสดีผู้อ่านทุกท่านครับ นี่ก็เข้าสู่เดือนแห่งความรักแล้ว เป็นเดือนที่ใครหลายคนก็มีความสุขกับการอินเลิฟกับคู่ของตัวเอง แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีอีกหลายคนที่ต้องมานั่งอิจฉาเวลาที่เห็นฉากโรแมนติกของกลุ่มคนที่มีคู่ (และผมก็หนึ่งในนั้น ฮ่าๆ) เหตุนี่เองจึงเป็นประเด็นทำให้ผมคิดไอเดียที่อยากจะปรับเปลี่ยนรูปแบบการบอกความรู้สึกในใจบางอย่างนี้ขึ้นมา
มาเข้าเรื่องกันเลยและกันครับ กรณีที่หยิบยกมาในวันนี้คือ " แรกพบสบตา ปิ๊งๆ " จากวัฒนธรรมของเมืองไทยแล้ว โดยส่วนใหญ่ผู้ชายจะต้องเป็นฝ่ายที่ต้องเข้าหาผู้หญิงก่อนจึง ทำให้ฝ่ายชาย(บางคน)รู้สึกกดดัน รู้สึกกลัว กลัวผลลัพธ์ที่ยังไม่เกิดขึ้น เช่น เข้าไปขอเบอร์แล้วถูกปฏิเสธ ขอแล้วแต่เค้าดันมีแฟนอยู่แล้ว เหตุนี้เองพอสะสมหลายๆครั้งเข้า ก็กลายเป็นปมในใจ (ยกเว้นคนที่หล่อๆ อาจจะไม่มีความรู้สึกเหล่านี้ เพราะเค้าเลือกได้อยู่แล้ว มั้งน่ะ..) แต่สำหรับเรามันเด็กบ้านๆ มันเด็กเลี้ยงวัว เนื้อตัวไม่ใสสะอาด...(เดี๋ยวๆ) ก็คนธรรมดานี้แหละครับ เวลาจะเข้าไปทำความรู้จักกับใครต้องคิดแล้วคิดอีกคิดวนๆไป...
ครับจากหัวข้อครั้งนี้ เรามีข้อบังคับอยู่ว่า....
1. เป็นการที่ทั้งสองคนพบเจอกันครั้งแรก หรือเจอกันแต่ไม่บ่อยนัก และไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เช่น เจอกันบนรถเมล์ เจอกันในร้านเหล้า เจอกันขณะเดินห้าง เจอกันในร้านอาหาร เป็นต้น
2. คนที่เราแอบชอบ แต่เราไม่กล้าบอกตรงๆ
ประมาณนี้ครับ และวิธีที่เราจะใช้แทนการพูดด้วยวาจาคือ " การจับติ่งหูครับ " นิยามก็คือ เป็นการส่งซิกให้อีกฝ่ายรู้ตัวว่าเราชอบเท่านั้นเอง
- แล้วทำไมต้องจับติ่งหู ? โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่า ติ่งหูเป็นชิ้นส่วนหนึ่งที่อยู่ใกล้กับดวงตา และเป็นชิ้นส่วนที่ไม่ค่อยมีคนจับกันบ่อยนัก จึงน่าจะนำมาใช้ในการประกอบกับสายตาที่ส่งไปได้นั้นเอง
เรามาลองดูตัวอย่างกันน่ะครับ
กรณีที่ " สมหวัง "
......ณ ร้านบะหมี่แห่งหนึ่ง..... ชาย กำลังเดินมาเพื่อจะซื้อบะหมี่ แล้วยืนรออยู่หน้าร้าน ในขณะนั้นเองเค้ามองไปเห็นหญิงคนนึงที่นั่งกินบะหมี่อยู่ในร้าน ชายรู้สึกว่าอยากรู้จักเธอจังเลยแต่ไม่รุ้จะเข้าไปทักอย่างไรดี
ขั้นตอนที่ 1 : ให้ชาย มองด้วยสายตาอ่อนโยนไปที่หญิงคนนั้น และรอจังหวะที่หญิงหันมาสบตากัน
ขั้นตอนที่ 2 : เมื่อหญิงมองมาที่ชายแล้ว ให้ชายยกมือขึ้นจับติ่งหูเบาๆ ค้างไว้ 2 วินาที แล้วเอาลง เพื่อส่งสัญญาณขอทำความรู้จัก
ขั้นตอนที่ 3 : ถ้าหญิงเห็นด้วยและอยากรู้จักชายเช่นกัน ให้ฝ่ายหญิงยกมือจับติ่งหูและมองมาที่ชายเช่นเดียวกัน
ขั้นตอนที่ 4 : ชายเห็นการตอบรับที่ดี ก็เดินเข้าไปขอเบอร์ ขอเฟส ขอไลน์ ขอทวิส ขออินตาแกรม ขอเป็นสามีเลยทันที (เดี๋ยวๆ 555)
.......การจีบเสร็จสิ้น........
ส่วนกรณีที่ " ไม่สมหวัง "
ในขั้นตอนที่ 3 : ถ้าหญิงไม่อยากรู้จัก ให้หญิงแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น โดยละทิ้งสายตาคู่นั้นอย่างช้าๆ (เพื่อรักษาหน้าชายนิสนึง 555)
ขึ้นตอนที่ 4 : ชายเห็นการละทิ้งสายตาของหญิงเช่นนั้น ก็ยอมรับความจริงน่ะครับ ไม่ใช่ยืนจับติ่งหูค้างไว้ มันจะกลายเป็นคนโรคจิตได้
.......และก็หาคนใหม่ต่อไป........
ข้อแนะนำในการใช้ การจีบด้วยติ่งหู น่ะครับ
- สามารถทำได้ง่ายและสะดวกรวดเร็ว ไม่ต้องมาคิดมุขเสี่ยวๆ เข้าไปจีบ
- ช่วยลดความรุนแรงของอาการหน้าร้าว ได้ไม่มากก็น้อย ในกรณีที่ไม่สมหวัง
- ไม่ควรจับบ่อยจนเกินไป เพราะอาจจะถูกมองเป็นคนเจ้าชู้หรือโรคจิตได้
- สามารถใช้ได้กับทุกเพศ ทุกวัย ทุกสายพันธุ์
สุดท้ายนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ เป้าหมายของเราต้องรู้ด้วยว่า การเห็นคนจับติ่งหูใส่ นั้นหมายความว่าอะไร เพราะถ้าเป้าหมายไม่รู้ เราอาจจะเข้าใจผิดได้ว่าเขาไม่ได้สนใจเรา ฉะนั้น โปรดแชร์กระทู้นี้ให้ถึงคนที่เราแอบชอบเสียก่อน แล้วค่อยมาจับติ่งหูกันน่ะ ^^
ปล. หวังว่าวิธีนี้จะเป็นที่รู้จักไปทั่วสังคมไทยน่ะครับ หากใครมีคำแนะนำเพิ่มเติมสามารถคอมเม้นมาได้เลยครับ และส่วนใครที่ลองนำไปใช้แล้วได้ผลยังไง ช่วยมาคอมเม้นด้วยน่ะ...อิอิ