ช่วยแชร์จนกว่าจะถึง เธอคนนั้น ให้ผมหน่อยได้ไหมครับ ได้โปรด.......

คุณเชื่อในรักแท้ไหม
ผมเชื่อนะ  ไม่ใช้ว่าผมเคยได้รับมันมาจากใครหรอก
แต่ครั้งนึง  ผมเคยได้มอบให้คนคนนึงตังหาก


เพื่อนๆเคยรู้สึกรักใครสักคนที่อยู่นอกเหนือสเปคของตัวเองไหม ผมมีสเปคผู้หญิงที่ผมชอบนะ
- ตัวเล็ก
- ผมสั้นๆ
- อายุน้อยกว่า
- เป็นคนขี้อ้อน

แต่อะไรก็ไม่รู้มันทำให้ผมรู้สึก ผมอยากรู้จักคนนี้ อยากเป็นคนที่ทำให้เขายิ้มได้ ทั้งๆที่คิดว่าชีวิตนี้ ไม่คิดว่าผมจะมาชอบ....กระเทย
ใช้ กระเทย คุณอ่านไม่ผิดหรอก แล้วไง ผมรักกระเทยแล้วไง สำหรับผม ผมก็มองเขาเป็นผู้หญิงคนนึง ผมให้เกียรติเธอ ครั้งนึงมันเคยแว๊บเข้ามาในหัวว่า ''เออ ถ้าคนนี้เป็นคนสุดท้ายแล้ว มันก็ไม่เลวเหมือนกันนะ '' ........

สำหรับใครหลายๆคนอาจจะอายสายตาคนอื่นที่โดนมองว่า
ชอบกระเทยหรอ
สายเหลืองไหมละ
กุว่าขี้โล้งแน้ๆ


ทำไมพวกต้องมองกันแบบนั้นวะ เคยมีคนกล่าวไว้ว่า อายุเป็นเพียงแค่ตัวเลข เพศเป็นเพียงแค่ตัวอักษร
สำหรับผม ผมไม่อายนะ ผมกล้าพูดเลยว่า
ผมกล้าเดินจับมือกับเธอ
กล้าลงรูปคู่ด้วยกันแล้วแท็คหาเธอ
กล้าบอกเพื่อนๆของตัวเองรวมถึงพ่อแม่ด้วยว่าคนคนนี้เขาเป็นแฟนผม
กล้าเดินไปบอกพ่อแม่ของเธอแล้วบอกว่า '' ผมรักคนนี้จริงๆได้โปรดให้โอกาศผมคบหากับนางด้วย ''

แต่นั้นมันก็เป็นเพียงสิ่งที่คิดอยู่ในหัว......แล้วปัจจุบันนี้ มันก็เป็นไปไม่ได้แล้ว

เพื่อนๆ ถ้าไม่รังเกียจ ผมขอพิมให้ใครสักคนอ่านในนี้ได้ไหม แน้นอนว่ามันน่าจะยาว
หากคุณรำคาณและมองว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระ
คุณไม่ต้องอ่านมันก็ได้
ผมก็แค่ต้องการใครสักคนรับฟังเรื่องของผม มันเป็นเรื่องราวความรักของเด็กน้อยคนนึงที่ อกหัก จาก ผู้หญิง(?)คนนึง

ปล.ถ้าพิมผิดพิมไม่ถูก ไม่ต้องใส่ใจครับ ผมจงใจพิมผิดเอง

ผมชื่อ แม็ก ตอนนี้ผมอายุ 22 ปี เรียนมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่พิษณุโลก
เธอคนนั้นชื่อ จี (นามสมมุติ) อายุ 21 เรียนที่เดียวกันแต่คนละคณะ ผมขอเก็บชื่อจริงของเธอไว้นะครับ

               เมือไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ปี 4 ไกล้จบแล้ว พวกผมกำลังทำโปรเจคจบ ชั้นปีของผมได้เลือก ทำละครเวทีและแน้นอนว่า ต้องหานักแสดง ผมอยู่ในส่วนของประชาสัมพันธ์ ผมต้องเป็นคนไปคิดโปสเตอร์แคสนักแสดง ในตอนนั้นผมได้ไปติดที่ตึก ค เพื่อติดโปสเตอร์ตามปกติ ผมก็ได้พบกับคนคนนึงที่ผมมองดูแล้วยังต้องหันไปถามเพื่อนข้างๆว่า ''คิดว่าเป็นผู้หญิงป่าววะ'' แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร แต่มองๆดูแล้วก็ น่ารักดี และก็คิดคงคิด ผมคงไม่ได้เจอเขาอีกแล้ว
จนถึงเวลาแคสนักแสดง มีคนมาประมาณ 30 คน ผมทำหน้าทียืนเฝ้าประตู ก่อนที่น้องๆจะเข้าไป หน้าทีของผมก็แค่คุยกับน้องๆที่มาแคสเพื่อให้น้องๆคลายความประหม่าลง ผมก็คุยกับน้องๆทุกคนที่ได้มา แต่แล้วก็มีคนคนนึง ที่ผมคิดว่า ผมคงไม่ได้เจอเขาอีกแล้ว ใช้ฮะ เธอคนนั้นก็มาด้วย ลึกๆผมดีใจนะได้เจออีกแล้ว แต่ ผมเกลียดนิสัยตรงนี้ของตัวเองมาก ที่เวลาพอเขินจะเป็นคนที่พูดน้อย ระวังคำพูดเป็นพิเศษ ซึ้งต่างจากปกติที่เป็นคนเจี๊ยวจ้าว
แต่ผมชอบช่วงเวลาในตอนนี้นะ

ผม : ๆๆ น้องเขามาด้วยวะ อร๊ายย น่าร๊ากกก
ใหญ่ : กุว่าน้องแม้งเป็นแน้ๆ
สักพักน้องเขาเดินเข้าไปในห้องแคสนักแสดง คำแรกที่น้องเขาพูดออกมา ''สวัดดีค่ะ'' เขาใช้เสียงหนึ่ง เสียงผู้ชายนั้นละครับ อย่างแมน
ใหญ่ : 5555 อกหักแล้วไง
ผม : แม้งเอ้ยยยยย แมนกว่ากูอีก
เธอเป็นคนสูงผอม หุ่นดี เห็นว่าเป็นนักเต้นด้วย ก็ไม่แปลกใจกับสรีระของนาง
ผมชอบ เวลานางยิ้มนะตอนอยู่บนเวที

นี้เป็นอีกครั้งที่ผมรู้สึกว่า '' โชคดีจัง '' คนที่ไม่รู้จักกัน และคงไม่ได้เจอกันอีกแล้ว กลับมาในวันแคส
หลังจากวันแคสติ้งจบลง เขาก็ประกาศคนที่ผ่าน ใช้ครับ เธอ ไม่ผ่าน
ผมรู้สึกโคครเย่ อุส่าคิดว่าจะได้ทำความรู้จักกันแล้ว แต่ไหงเป็นแบบนี้ได้ ในตอนนั้นผมก็ทำได้แค่ทำใจ ก็เขาไม่ผ่านจะให้ทำยังไง ผมคงไม่มีโอกาศได้พบหน้าเธออีกแน้ๆ โชค คงไม่ได้มาหาผมบ่อยๆ

เวลาผ่านไปเรื่อยๆจนเหลือแค่ 1 เดือนสุดท้าย

จากประชาสัมพันธ์ ผมได้ย้ายไปอยู่ เสียงประกอบมือคีบอร์ด ผมก็ยังหวังลึกๆ ถึงเธอจะไม่ได้มาแสดงแต่วันแสดงจริงก็อยากให้เธอมาดู หลังจากผมคิดได้แค่ 3-4 วัน เธอเดินเข้ามาในกองละคร ในฐานะ นักแสดงสมทบ

ถึงเธอจะมาซ้อมตามปกติแล้ว แต่ในช่วงตอนนั้น ผมเหลือเวลาอีก 8 วัน ก่อนงานละครเวทีจะเริ่ม เพราะ ถ้าโปรเจคนี้จบลง ก็จะไม่มีอีกแล้ว ช่วงเวลา 5 โมงเย็นนัดมาซ้อม เลิก 3 ทุ่ม แบบนี้ทุกวัน และที่สำคัญเลย ผมก็คงแยกย้ายและคงไม่ได้เจอเธออีกแล้ว ผมใช้ความกล้ามากกว่าจะกล้าทักเธอได้ บอกตรงๆเลยผมอาย ผมเป็นผู้ชายขี้อาย เวลารู้สกชอบใครรักใครแล้วไม่กล้าพูด กลัวคำตอบที่เขาตอบกลับมา ในตอนนั้น เหลืออีกแค่ 5 วันสุดท้ายก่อนจะแสดงละครจริง ใช้ผมเหลือเวลาแค่ 5 วัน ภายใน 120 ชัวโมงนี้ ผมจะต้องสารภาพรักกับนางให้ได้  

เช้าวันรุ่งขึนทางกองละครได้พานักแสดงทุกคนร่วมถึงฝ่ายทุกฝ่ายมาขอพรกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มหาลัย ในตอนนั้นผมขอไปว่า '' ขอความกล้าให้ผมด้วยได้โปรด '' หลังจากจบการไหว้พระเสร็จ พวกผมปี 4 ก็กลับหอตามปกติเพราะไม่มีเรียน ส่วนน้องเขาก็ไปเรียน ในช่วงเทียงของวันนั้น ผมตัดสินใจทักนางไป นี้สินะครับที่เขาเรียกว่า  '' ความรักเริ่มต้นจากการทัก '' ประโยคแรกที่ผมทักไป ผมยังจำมันได้ ถึงแม้ตอนนี้ผมจะไม่กล้าเลือนแชทขึ้นไปอ่านก็ตาม

ผม : วันนี้น้องมาซ้อมกี่โมงครับ
จี : 5 โมงครึ่งค่ะ
ผม : วันนี้พี่มีเรื่องจะคุยด้วยขอเวลาเดี๋ยวได้ไหม
จี : ได้ค่ะ

ผมรู้สึกว่าช่วงเวลา 5 ชัวโมงนี้แม้งโคครนานอะ ผมก็ใจเต้น ในหัวคิดแบบโมเดล 3D เลย ถ้าพูดแบบนี้จะดีไหมนะ จะสบตาตอนบอกด้วยดีไหม จะอย่างงั้นจะอย่างงี้ดีไหม มันน่าจะเป็นช่วงเวลาที่สมองทำงานหนักที่สุดหนักกว่านั่งเรียนโง่ๆในห้องอีก แหม๊

ในที่สุดก็ต้องเวลาตอนเย็น ขี่มอไซค์มาพร้อมกับใจที่ดั้นไม่อยู่กับเนือกับตัว ไกล้แล้วๆๆๆๆ วันนี้ละกุจะต้องบอกน้องเขาให้ได้
ทำใจไว้แล้วแม้ว่าคำตอบจะออกมาเป็นยังไงผมก็รับได้ บอกแล้วเสียใจก็ยังดีกว่าเสียใจที่ไม่ได้
ในตอนนั้นผมคิดว่าถ้าสมมุติว่า น้องเขามีปฏิกิริยาที่โอเค 5 วันที่เหลือผมจะสวรรค์มากเลยนะ มันจะทำให้ผมอยากมาซ้อมเพราะอยากมาเจอหน้าใครสักคน
แต่ถ้า น้องเขามีปฏิกิริยาที่ไม่โอเค 5 วันที่เหลือผมจะนรกทันที

แต่ก็เอาเถอะ ยังไง เราก็คงไม่ได้เจอกันแล้ว แค่อยากให้น้องเขารับรู้

ในตอนนี้ผมถึงที่ซ้อมแล้ว น้องเขายังไม่มา ไหงผมรู้สึกโล้งใจราวกับว่ายังมีเวลาทำใจอีกหน่อย ผมได้เดินไปปรึกษาเพื่อนที่สนิตที่สุด แล้วเราก็นั่งคุยกันเรื่องนี้

'' กุจะบอกชอบน้องเขาวันนี้ กุบอกชอบกระเทยกูแปลกไหมวะ '' ผมก็ถามๆเขาแนวๆนี้ เขาจะชอบกูไหม กูตัวก็เล็ก เสียงเล็ก เขาคงไม่น่าชอบกูแน้ๆ
เพราะที่ผมได้ยินเพื่อนๆกระเทยคุยกัน
ส่วนใหญ่มักจะชอบ  คนพูดดิบๆเถือนๆนิดๆ \ ล้ำ \ สูง \ ผิวคล้ำ \ มีเครา  
เอางี้ลองตัดภาพมาที่ผม  เป็นคนไม่พูดหยาบใส่คนที่รัก \ ผอมตัวเล็ก \ เตียอ๊ะตรงดี \ ผิวขาว \ หน้าเกลี้ยงไม่ชอบไว้
แล้วเขาจะชอบผมหรอ ? บอกไปกุแห้วแน้ๆ  แต่มาถึงขนาดนี้ละ

       พวกเราได้ซ้อมกันตามปกติ ผมยังไม่ได้คุยกับนางเลย จนเราซ้อมเสร็จผู้กำกับก็จะเรียกนักแสดงมาคุยแต่ละคนว่าจะให้แก้ตรงไหนเพื่มตรงไหน  ส่วนผมก็จะขึ้นไปคุยไปเล่นกับพวกนักแสดงบนเวที ในขณะที่ผมเล่นอยู่ นางก็เดินมาหาผมแล้วพูดว่า '' พี่มีไระคุยกับหนูหรอ '' คือแบบ ไอ้บ้าาาาาาาา ถูกเวลายิ้มยยยยยย อายก็อายเขินจนทำหน้าไม่ถูกแต่ตอนนั้นผมพยายามทำหน้านิ่งที่สุดละ แล้วตอบกลับไป '' ไว้ก่อนเนอะ '' ในขณะที่เธอเดินลงเวทีไปนั่งตรงที่นั่งผู้ชม ผมก็เดินเข้าไปหานางแล้วบอกว่า '' คุยข้างนอกนะ ''

       หลังจากนั้นสัก 10 นาที นางก็ลุกขึ้นแล้วเดินไปไหว้ทุกคนและตอนออกจากประตูไป ผมใจหายเลยนะ เห้ย ถ้าเขากลับไปเลยละ เขาจะรอเราไหมเนี้ย ถ้าน้องเขากลับไปแล้วจริงๆ กุจะเหลืออีกแค่ 4 วันเองนะ ตายแล้ววววว ผมจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วเนียนโทรหาแม่ ใช้ เวลาคุยโทรสบผมก็ลุกออกมาจากกองนั้นละครับแล้วเดินออกมาทางประเดียวกับที่นางเขาเดินออกมา

       พระเจ้าช่วย นาง นั่งรออยู่ตรงนั้นจริงๆ ผมดีใจมาก ไม่คิดว่าเธอจะรอเลย ผมไปนั่งข้างๆ อ่อ ลืมบอกไป ผมใส่เเมสปิดปากอยู่นะครับตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้  
'' พี่มีอะไรจะคุยกับหนูหรอ ''
ผมนั่งข้างซ้ายของเธอ ผมหันหน้าขอเธอ บอกว่า '' พี่ชอบเธอ '' ทำไมผมถึงกล้าบอกเขาละ จากร้อยทั้งร้อยทั้งชีวิตผมไม่เคยกล้าบอกแบบนี้ตรงๆมาก่อน ความรู้มันเหมือนเอาภูเขาออกจากอก แต่สิ่งที่ผมรู้สึกดียิ่งกว่า
เธอหันหน้าหนีแล้วยิ้ม เธอพูดว่า '' เขิน '' เขาบอกว่าเขารู้สึกดี ที่มีคนมาบอกชอบ ผมบอกไปว่า '' คิดว่าพี่จะจีบทันไหมเหลือแค่ 4 วันเอง เราก็จะไม่เจอกันแล้ว พี่จริงจังกับเรานะ '' น้องเขาบอกว่า '' เราไว้เจอกันนอกรอบก็ได้ ''
ในตอนนั้นผมก็ถามน้องเขาไปตรงๆว่า '' คิดว่าพี่คิดถูกไหมที่มาบอกเธอ ''
น้องเขาก็บอกมาว่า '' ไม่ผิดหรอก ''
แล้วเราก็คุยกันพักใหญ่ๆเลย ผมมีความสุขมากเลยละ

       ผมดีใจมากเลยนะ เหมือนผมได้ไปต่อ เธอเองก็ ok ด้วย ในระหว่างกลับบ้าน เราขี่มอไซค์กลับทางเดียวกันผมให้เธอขี่นำส่วนผมขี่ตาม แต่ก็กวักมือให้มาตีเลนคู่กัน บนมอไซค์เราก็คุยกันอีก ยิ้มให้กัน นางน่ารักดีนะเวลานางยิ้ม ^^ แล้วเราก็ไปจอดกินเตี๋ยว เรา 2 คนนั่งคุยกันตรงนั้นอีกพักนึง มีอยู่ประโยคนึงที่น้องเขาถามผม '' พี่ไม่อายหรอที่มาจีบหนู '' '' ถ้าพี่อาย พี่คงไม่เดินมาบอกชอบเธอหรอกนะ ''

- ผมบอกนางตรงๆเลยว่า
- ผมไม่อายที่จะเดินคู่กับนาง
- ไม่อายที่จะถ่ายรูปคู่กัน
- กล้าบอกทุกคนว่าคนนี้เป็นแฟนผมและผมก็รักคนนี้มาก

       ทุกอย่างมันโอเคไปหมดเลย เธอก็โอเค  4 วันที่เหลือ ผมแฮปปี้มาก ผมอยากมาซ้อมละคร อยากมาเจอคนคนนึง ในช่วงเวลานี้ผมไม่เคยลืม ในตอนนั้น ผมรักเขา และเขา ก็รักผม มันเป็นความสุขที่เกิดมาไม่คิดว่าผมจะได้สัมพัสมัน

       จนละครได้จบลง เราก็ยังเจอกันอยู่ ที่ที่ซ้อมเต้นที่น้องเขาเต้นอยู่ ผมไปหานางที่นั้นทุกวัน คงมีหลายคนที่จะถามผมว่าไม่มีงานมีการทำหรอ ผมจะบอกว่า เพราะผมจะมาตรงนี้ไงผมเลยชิงทำให้เสร็จไปตั้งแต่เช้า เพื่อให้ผมมีเวลาว่างในตอนหัวค่ำ นางซ้อมเต้นหนักทุกวันผมอยากช่วยเขานะแต่ผมก็ทำได้แค่นั่งมองและรอเวลาแค่ตอนนางว่างเราก็จะมาเล่นมาแหย่กันนิดๆหน่อยๆ ในตอนนั้น ผมยอมนั่งรอนางซ้อม 6 ชัวโมงเพื่อที่จะคุยด้วยแค่ 3 นาที

       เออใช้ผมลืมบอกไป ผมจะไปฝึกงานเร็วๆนี้ มันเหลือเวลาอีกแค่ 20 กว่าวันผมก็จะไปฝึกงาน ผมเลยอยากใช้เวลาที่วินาทีเพื่ออยู่กับนางให้ได้มากที่สุดในตอนนั้น ผมอยากอยู่กับเขา ผมอยากอยู่ไกล้ๆ อยากเห็นรอยยิ้มในตอนนั้นคิดถึงตอนที่เราจับมือ  ผมช่างโชคดี....ที่ได้พบกับเธอ ผมไม่ได้มองเรื่องเพศอีกแล้ว ผมรักคนนี้ ผมรักผ้หญิงคนนี้ ผมอยากเป็นคนที่มอบอะไรหลายๆอย่างให้เธอ

มีอยู่วันนึงครับ

       ในวันนั้นเธอได้ไปแข่งเต้นที่จังหวัดนึง ในตอนนั้นเป็นเวลา 3 ทุ่ม เธอทักมาหาว่า '' วันนี้หนูอาจจะขอไปนอนด้วยนะ '' เห็นว่าอากาศหนาวด้วยแล้วหอผมก็อยู่ไกล้กว่าหอของเธอ สำหรับผมไม่มีปัญหา ผมก็รอเธอทักมาอนนั้นเทียงคืนได้ครับ นางก็ทักมาอีกทีแล้วผมก็ออกไปรับข้างนอก หนาวมากจริงๆ แถวนั้นมีแต่ต้นไม้ ขนาดผมใส่เสื้อกันหนาว 2 ตัวยังสั่น ในคืนนั้นผมได้นอนข้างๆคนที่ผมรัก นี้เป็นครั้งแรกที่ผมได้นอนข้างๆกับคนที่ตัวเองรัก สายตาเราทั้ง 2 ประสานกัน ผมแทบอยากจะหยุดเวลาไว้ตรงนี้

       ผมขอบอกทุกคนที่อ่านถึงตรงนี้ก่อนนะครับ ผมแมนพอ นอนก็คือนอน ไม่มีอะไรมากไปกว่านี้ ไม่มีเรื่อง sex มาเกี่ยวแน้นอน เพราะผมไม่อยากให้นางคิดว่าผู้ชายที่เข้าหานางต้องหวัง sex ทุกคนและอีกอย่างผมว่ามันยังเร็วไป ที่สำคัญ......ผมยังซิงอยู่ด้วย  ผมกะจะเก็บไว้ให้คนสุดท้าย ฟังดูเหมือนโบราณสินะ ใช้มันดูโบราณเอามากๆ แต่ เราทุกคนย่อมเลือกได้อยู่แล้วว่าเราจะมอบให้ใคร แต่สำหรับผม ตอนนี้ยังเร็วเกินไป ผมขอแค่ได้กอด ผมก็มีความสุขแล้ว

       ในคืนนั้นเรานอนหันหน้าหากัน ผมยังจำใบหน้าของนางได้อยู่เลย T_T เธอหันหน้ามาหาผม เธอหอมแก้มผม เรานอนคุยกันอะไรต่อมิอะไรไปเรื่อย ทุกอย่างช่างเป็นใจ ผมบอกเธอว่า '' พี่อยากหยุดเวลาจัง '' เธอเอานิ้วขึ้นมาดีดนิ้วดัง เป๊ะ '' อ๊ะพี่หนูหยุดให้แล้ว

to be continued
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่