คณะสายแพทย์ เป็นคณะที่พ่อแม่คาดหวัง แลกกับชีวิตคนหนึ่งคน นี่เรียกว่ารักลูกจริงหรอ???

กระทู้คำถาม
กระทู้นี้เป็นกระทู้แรกที่เราได้ตั้งขึ้นเพื่อเอาไว้เตือนใจสำหรับใครหลายๆคน ทั้งที่เป็นนักเรียน และที่กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย และพ่อแม่ที่คิดจะส่งลูกเรียนคณะตามที่ทุกท่านหวัง แต่!ไม่ใช่คณะที่เด็กหวัง อันดับแรกคุณคิดว่าคณะสายการแพทย์นั่นดี ได้เงินเยอะ เป็นหน้าเป็นตาให้ครอบครัวแต่คุณไม่รู้หรอกว่าลูกของคุณจะต้องจมอยู่กับมันไปตลอดชีวิต เงินได้มามากก็ต้องแลกกับร่างกายที่สูญเสียไปมากเช่นกัน อย่างงี้หรอที่เรียกว่ารักลูกมากอยากให้ลูกได้ดี ลองคิดตามนะคะ นี่เป็นความคิดของครอบครัวหลายคนที่คิดกัน ครอบครัวของเราก็เช่นกัน เราจบจาก ร ร วัด ต่อด้วย ร ร เอกชน เราเรียนสายวิทย์คณิตแต่เรารู้ดีมาตลอดว่าเราชอบประวัติศาสตร์ และทำมันได้ดีด้วยทุกเรื่องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์เรารู้หมด ไม่ใช่ว่าเราเก่งแต่เพราะความชอบ+ใจรัก เราจึงทำมันได้ดีโดยไม่ต้องทำอะไรมาก พอ ม.6 เราสอบโควต้า อันดับแรกที่เลือกคือคณะเทคนิคการแพทย์ อันดับ 2 คือ คณะประวัติศาสตร์  แน่นอน!อันดับแรกเราเลือกตามใจครอบครัว และอันดับ2เราเลือกตามใจตัวเอง คิดไว้แล้วว่ายังไงก็ไม่ติดอันดับแรกหรอก เพราะโง่คำนวน แต่พอผลออกมาเราทรุดน้ำตาเราไหลทันที ไม่ใช่ว่าเราดีใจหรอกนะเราเสียใจ เพราะเราสอบติดคณะเทคนิคการแพทย์ ซึ้งเรารู้เลยว่าทั้งชีวิตเราต้องอยู่กับสิ่งๆนี้ เราไม่มีสิทธิ์ที่จะซิ่วเพราะเราสงสารพ่อ พ่อต้องคอยเลี้ยงเราและพี่ 2คนไปพร้อมๆกัน หลังจากได้เข้ามาเรียน เราร้องไห้แทบทุกวัน เพราะแต่ละวันที่กว่าจะผ่านพ้นไปได้มันหนักหนามากสำหรับเรา คนไม่เก่งเลข ไม่เก่งภาษา เพราะพื้นฐานเรามาจาก ร ร วัด แต่ทุกวันเจอแต่ศัพท์ทางการแพทย์ เรียนgross เรียน ฟิสิโอ เรียนนิวโร พร้อมกันครั้งละบท แล้วต้องสอบทันที ตอนนี้รู้ซึ้งเลยถึงสิ่งที่เขาเตือนว่าไม่ชอบอย่าคิดเข้ามาเรียน ทุกครั้งที่มีการสอบ เพื่อนๆแค่อ่านแปปเดียวเขาก็เข้าใจ แต่กับเราเราใช้เวลาอ่านทั้งวันทั้งคืน ย้ำ!ว่าทั้งวันทั้งคืนจริงๆ เรานอนตี 4 ทุกวัน สภาพร่างกายเราแย่ลงเรื่อยๆ ต้องคอยเสริมภูมิคุ้มกันด้วยวิตามิน เป็นโรคนั่นนี้ อ่านหนังสืออยู่ดีดีก็เป็นไข้ เล็บขึ้นเป็นแทบสีบ่งบอกว่าตัวเองเป็โรค ทั้งๆที่เมื่อก่อนไม่เคยเป็น เรามีอาการเครียดตลอดเวลา เป็นไมเกรนทุกวัน ถามว่าเราทรมาณไหม บอกเลยว่ามาก แต่เพราะอะไรเราถึงทนก็เพราะพ่อ เราเจ็บปวดแต่ไม่อยากให้พ่อเหนื่อยไปด้วย เวลาพ่อถามว่าเป็นไง เหนื่อยมั้ย เราจะบอกว่าสบายดี เรียนสนุก มีความสุขตลอด นึกแล้วก็เสียดายเหมือนกันนะทั้งชีวิตเกิดมาแต่ต้องมาแบกรับภาระหนักอึ้ง เป็นภาระที่เราไม่อยากรับ เป็นภาระที่ต้องแบกไปตลอดชีวิต ถ้าวางเมื่อไหร่ก็ตายเมื่อนั้น ดังนั้นใครที่คิดจะส่งลูกไปเรียนเพื่อเป็นหน้าเป็นตาอย่าเลยค่ะ คนๆนึงมีชีวิตมีจิตใจ มีความต้องการที่ต่างกัน อย่าเอาความคาดหวังของตัวเองไปให้เด็กตัวเล็กๆคนหนึ่งแบก ให้เขาได้เดินตามความฝันของเขาแล้วซักวันสิ่งที่เขาชอบจะนำความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่มาให้คุณเอง ขอให้ประสบการณ์ชีวิตของเราเป็นแนวทางให้คนอื่นได้ก้าวเดินตามความฝันนะคะ ชีวิตมีแค่ครั้งเดียวจริงๆคะ "อย่าพยายามจะเป็นใครที่เขาชอบแต่จงเลือกจะเป็นตัวตนที่ตัวเองรักดีกว่าคะ"
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่