ที่สุดของความรัก คือการรักแบบไม่ครอบครอง แต่เรายังคงมีความเห็นแก่ตัว

กระทู้สนทนา
รู้จักผู้ชายคนหนึ่ง ที่มีความรักให้กับผู้หญิงคนหนึ่งมาตลอด 3 ปี ทั้งที่ฝ่ายหญิงก็แต่งงานมีลูกแล้ว แต่ดูเหมือน "ทั้งคู่" ก็ยังรักกัน
ถูกค่ะ "ทั้งคู่" ทั้งคู่ต่างมีความรู้สึกดีๆ ให้กันตั้งแต่ก่อนแต่งงาน แต่สุดท้ายฝ่ายหญิงก็เลือกแต่งงานกับสามีของเธอ
แต่อาจจะเป็นเพราะชีวิตคู่ไม่ได้เป็นอย่างที่คิด ไม่ได้รับการดูแล เอาใจใส่ และห่วงใยที่ดี เท่าที่ผู้ชายคนนี้มอบให้มาโดยตลอด
ฝ่ายชายพร้อมเป็นทุกอย่างให้กับฝ่ายหญิง เป็นป๊าให้ลูก เป็นเพื่อน เป็นแฟน คอยดูแลเมื่อเวลาสามีไม่อยู่
ทั้งคู่คุยกันตลอด พบกันบ้างเวลาที่สามีไม่อยู่ ฝ่ายหญิงไม่ปล่อย และฝ่ายชายก็ไม่ไปไหน

เคยคุยกับผู้ชายคนนี้ และรับรู้ความรู้สึกที่เขามีให้ผู้หญิงคนนั้น เขาขอแค่อยู่ข้างๆ คอยดูแลอยู่ห่างๆ
พร้อมเป็นทุกอย่างที่ผู้หญิงต้องการ ไม่ได้คิดครอบครอง และไม่ได้คิดแทนที่

เรื่องทั้งหมดนี้ .... เราเพิ่งมารับรู้ความรู้สึกของฝ่ายชาย ก็หลังจากที่เราเองก็มีความรู้สึกให้กับเขาไปแล้วเช่นกัน
ก่อนหน้านี้เราคุยกับผู้ชายคนนี้เพราะคิดว่าเขาไม่ได้ยุ่งกับผู้หญิงคนนั้นแล้ว
แรกๆ ที่คุย ผู้ชายเล่าให้ฟังว่าเขายังรักผู้หญิงคนนั้นอยู่แต่มันเป็นไปไม่ได้และอยู่ในช่วงทำใจ ซึ่งเราก็คิดเองว่าไม่ได้คุยหรือเกี่ยวข้องอะไรกันอีก
แต่จริงๆ คือ "ทั้งคู่" ยังรักกัน

หลังรับรู้ เราพยายามเดินออกมา เพราะรู้สึกผิดมากที่เข้าไปแทรกกลาง แต่ทำไมมันยากจัง ยากเกินกว่าจะถอนความรู้สึกกลับคืนมา
เราอยากทำได้เหมือนที่ผู้ชายคนนี้ทำให้กับผู้หญิงคนนั้น
แต่เรายังเห็นแก่ตัว เพราะลึกๆ เราก็ยังอยากครอบครองและใช้ชีวิตคู่กับเขามากกว่า

ใครเคยเจอเรื่องราวแบบนี้ หรือมีแนวคิดที่พอจะแชร์ให้กันบ้างมั้ยคะ ^ ^
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่