((มาลาริน)) ^_^ ยิ้มอิ่มสุขกันอีกแล้วค่ะ...🙏 คนจนได้เฮ ! อีกรอบ รัฐบาลลุงตู่ช่วยลดค่าใช้จ่าย ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าเดินทาง

กระทู้คำถาม
รัฐบาลช่วยคนจนแบบยั่งยืน...ถึงตัวอีกแล้วค่ะ..
ขอบคุณจริงๆนะคะ  ลุงตู่  นานาขอบคุณนานาขอบคุณนานาขอบคุณ

อ่านข่าวดีกันนะคะ...พาพันขยันพาพันขยันพาพันขยัน
วันที่ 3-30 เม.ย.นี้ รัฐบาล“บิ๊กตู่”เตรียมคลอดมาตรการช่วยคนจนล็อต 2 แต่ไม่ใช่เป็นแจกเงินสดเหมือนครั้งก่อน รอบนี้ลดต้นทุนการดำเนินชีวิต ทั้งค่ารถโดยสาร ค่าน้ำ และค่าไฟ

จันทร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 08.00 น.

เกิดเป็น “คนจน” ยุคนี้สมัยนี้ ใครๆ ก็เอาใจ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง หรือรัฐบาลท็อปบู๊ท ก็ตามทีเถอะ ก็เป็นประชาชนคนส่วนใหญ่ของประเทศ หากฝ่ายบริหารไม่ดูแล ไม่ช่วยแก้ปัญหา รับรอง...ประเทศได้ลุกเป็นไฟแน่!!...

จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่เราๆ ท่านๆ จะได้เห็นมาตรการช่วย “คนจน” ช่วยคนมีรายได้น้อย หรือช่วยบรรดาเศรษฐกิจฐานราก ออกมาเป็นช่วงๆ เพราะตราบใดที่คนส่วนใหญ่เหล่านี้ กินดี อยู่ดี มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น นั่นหมายความว่า คนเหล่านี้จะกลายเป็นฟันเฟืองที่หมุนให้เครื่องยนต์ของประเทศ สามารถขับเคลื่อนเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง

ยิ่งอัดฉีดแรง อัดฉีดถูกทาง ให้ฐานรากของประเทศแข็งแกร่ง ยิ่งทำให้ประเทศไทยเติบโตได้อย่างมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน ตามวิสัยทัศน์ของประเทศ ปี 58-63 ที่ “บิ๊กตู่” ได้กำหนดเอาไว้ สารพัด...สารเพ...มาตรการมีออกมาเรื่อยๆ ผู้ดูแลผู้มีรายได้น้อย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการช่วยชาวไร่ชาวนา ไร่ละ 1,000 บาท หรือเรื่อยมาจนถึงการแจกเงินคนจน 1,500 บาท และ 3,000 บาท

เรียกได้ว่าตลอด 2 ปี ของรัฐบาล “บิ๊กตู่” ก็พยายามพยุงให้ “คนจน” เหล่านี้ สามารถดำรงชีพอยู่ได้ในทุกทาง แม้ไม่ได้ร่ำรวยขึ้นมาทันตาเห็น เหมือน “พวกการเมือง” เขาทำกัน

ล่าสุด!! ในวันที่ 3-30 เม.ย.นี้ รัฐบาล “บิ๊กตู่” ก็เตรียมคลอดมาตรการช่วยคนจนล็อต 2 ออกมาอีกระลอก แต่จะไม่ใช่เป็นมาตรการแจกเงินสดเหมือนครั้งก่อนอีกแล้ว รอบนี้...!! จะเป็นเรื่องของ “การลดต้นทุน” ในการดำเนินชีวิตของตัวเอง ทั้งค่ารถโดยสาร ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ หรือแม้แต่เรื่องของการประกันภัย

เรียกง่ายๆ ว่า ก็เพื่อให้เกิดประโยชน์กับคนยากคนจนแบบตรงตัวถูกตัว ไม่ผิดฝาผิดตัว ที่สำคัญยังช่วยประหยัดเงินงบประมาณได้อีกมากโข เพราะเป็นการให้ผลประโยชน์ ให้ความช่วยเหลือ ที่ตรงกลุ่ม ไม่ใช่หว่านๆ ช่วย เหมือนแต่เก่าก่อนอีก

ส่วนวิธีการ รายละเอียด จะเป็นอย่างไร จะมีมากน้อยเพียงใด เรื่องนี้... คงต้องรอดูความชัดเจนกันอีกครั้ง แต่บรรดาพี่น้องที่มีรายได้น้อยทั้งหลายก็นั่งรอ นอนรอ ได้เลย เพราะรัฐบาลเขาบอกว่ามาตรการทั้งหมด ออกมาภายในปีนี้แน่นอน!!

จะช่วยเหลือ โอบอุ้มกันยังไงก็ตาม แต่...สิ่งที่บรรดาผู้มีรายได้น้อย ต้องหยุดคิดไว้นิดนึง ก็อยู่ที่ การเปิดลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย ในรอบนี้ทุกคนที่เข้าเกณฑ์ต้องมาลงใหม่ทั้งหมด แม้ว่าก่อนหน้านี้จะลงทะเบียนไปแล้วก็ตาม แม้ว่ารอบก่อนบรรดาผู้มีรายได้น้อยจะลงทะเบียนกันไปแล้วกว่า 8 ล้านคนก็ตาม แต่ก็ยังมีคนตกหล่นอยู่อีกเป็นจำนวนมากเช่นกัน จึงต้องลงกันให้หมด ไม่เช่นนั้นก็ไม่เป็นธรรมกับใครต่อใครอีกหลายคน

ส่วนคนที่ลงไปแล้วก็มาลงใหม่กันอีกรอบ เพื่ออัพเดทข้อมูลให้เป็นปัจจุบันกันมากขึ้น ที่สำคัญ...การลงทะเบียนครั้งนี้ บรรดาพ่อแม่พี่น้องที่มีรายได้น้อย มีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์จะมีบัตรประจำตัวที่แสดงตัวตนไว้อย่างชัดเจน สาเหตุสำคัญก็เพื่อเตรียมตัวไว้รองรับสิทธิ รองรับสวัสดิการที่รัฐบาลจะจัดทำให้ในอนาคต ซึ่งจากนี้ไปรับรองใครเดือดร้อน ใครมีรายได้น้อย จะได้แบบถูกตัว

วัตุประสงค์สำคัญก็เพื่อให้รัฐได้ใช้เงินงบประมาณอย่างมีศักยภาพ ไม่มีรั่วไม่มีไหลออกไปแบบตำน้ำพริกละลายแม่น้ำอีกต่อไป แถมยังเป็นการป้องกันคำครหาว่าใช้นโยบายประชานิยมเหมือนพวกนักการเมืองเข้าให้อีก และในเวลานี้อย่าลืมว่า รัฐบาลได้นำระบบการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือระบบอีเพย์เม้นท์เข้ามาใช้ แม้ยังไม่เต็มรูปแบบมากเท่าที่ควร แต่ก็นำร่องด้วยระบบ “พร้อมเพย์” ที่เริ่มใช้กับการจ่ายเงินให้กับผู้มีรายได้น้อยในรอบก่อนไปแล้ว

ดังนั้นจากนี้ไปการบริหารจัดการเรื่องระบบการเงินเพื่อช่วยเหลือคนยากคนจน ก็จะแตกต่างจากที่ผ่านๆ มาแน่นอน...ณ เวลานี้ หลายคนที่ได้รับทราบข่าวคราวกันไปแล้วอาจรู้สึกอึดอัดใจกันบ้าง หลายคนอาจตั้งคำถามว่าทำไมต้องไปลงทะเบียนซ้ำ เสียเวลาทำมาหากิน

แต่เอาเถอะ...เพื่อประโยชน์ของตัวคุณๆ ท่านๆ เอง ยอมเสียเวลากันสักหน่อย เพราะคราวนี้รัฐเขายืนยันว่าระบบการลงทะเบียนจะคล่องตัวมากขึ้นกว่าเดิม ก็แหมในรอบนี้ไม่ใช่มีเพียงแค่ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน หรือธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. เท่านั้น แต่บรรดา สำนักงานเขต หรือแม้กระทั่งคลังจังหวัดเขาก็เข้ามาช่วยคนละไม้คนละมือกันอย่างเต็มที่ทีเดียว

อย่าลืมว่า...เวลานี้ตัวเลขผู้มีรายได้น้อยตามฐานข้อมูลของ กระทรวงการคลัง มีอยู่ถึง 14 ล้านคนทีเดียว รอบที่แล้วมาลงทะเบียนไปแล้ว 8 ล้านคน ได้รับสิทธิ์ 7 ล้านคน

ทั้งหลายทั้งปวง!! ในเมื่อรู้ว่าตัวเองมีสิทธิ์ก็ “อย่านอนหลับทับสิทธิ์” แต่ต้องตื่นตัวเพื่อให้ได้รับในสิ่งที่ควรจะได้!! ก็เท่านั้น...
….........................................
คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โดย “ช่อชมพู”... อ่านต่อที่ :http://www.dailynews.co.th/article/553532
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่