ชายผู้ยังไม่อยากให้ตัวเองเป็นขอทาน

เมื่อวานนี้ครับ เมื่อเวลา19.00น.โดยประมาณ
ขณะที่ผมกำลังนั่งกินราดหน้าอยู่ที่ร้านแห่งหนึ่งที่เช่าพื้นที่หน้าร้านรังนกที่เปิดขายตอนเช้าและแบ่งพื้นที่หน้าร้านตอนเย็นให้ร้านราดหน้าตั้งบนฟุตบาททางเดินย่านเยาวราชที่มีลูกค้าร่วมชะตากรรมกับผมนั่งกินเต็มเกือบทุกโต๊ะ
ขณะนั่งกินราดหน้าอยู่ผมกลับทิ้งความสนใจจากจานราดหน้าของตัวเองที่กำลังกินอย่างมีความสุขจากรสชาติที่ถูกปาก พลันสายตาก็ไปจับจ้องกับชายกลางคนอายุน่าจะราวๆ50ปี ที่กำลังเคลื่อนผ่านมาที่ร้าน
   เขาเดินไม่ได้ครับ ร่างกายผ่ายผอม หน้าตามอมแมม เคลื่อนที่โดยการกระเถิบแทนการเดิน โดยใช้ มือเท้าและก้น ทำหน้าที่ประสานกันในการนำพาร่างกายให้เคลื่อนที่ไปในทิศที่ต้องการอย่างช้าๆ
ร้านราดหน้าที่ตั้งบนฟุตบาท จัดโต๊ะที่นั่งลูกค้าชิดทางซ้ายและขวาของฟุตบาท และเว้นพื้นที่ตรงกลางสำหรับให้คนสัญจร
และแน่นอนครับ ลุงคนนี้กระเถิบผ่านกลางไปอย่างช้าๆ ลูกค้าที่นั่งกินทุกคนมองเห็น แต่ไม่มีใครกล้าสบตา ทุกคนแอบมองและทำเป็นไม่สนใจ ผู้คนสัญจรไปมาต้องเบี่ยงหลบให้
ผมเองก็เช่นกัน ผมแอบชำเลืองมองด้วยความรู้สึกแปลกๆ คิดในใจว่าขอทานแน่ๆ ใจหนึ่งกลัวเขาหันมาสบตาเพราะกลัวจะโดนขอตัง อีกใจหนึ่งก็สงสาร
ลุงกระเถิบผ่านโต๊ะลูกค้าทีละโต๊ะ ทีละโต๊ะ และกระเถิบไปอยู่ข้างโต๊ะลูกค้าโต๊ะแรกที่ตั้งอยู่ตรงรถเข็นราดหน้า ที่มีพ่อค้าแม่ค้า2สามีภรรยากำลังง่วนอยู่กับการทำออเดอร์เลยไม่ได้ให้ความสนใจกับลุงเลยแม้แต่น้อย
ผมกินราดหน้าหมดจานพอดี ก็เดินไปจ่ายตังค่าราดหน้ากับน้ำเปล่า1ขวด ผมหันไปมองลุงสบตากับลุงที่หันมาพอดี และเห็นลุงควักเงินมาเตรียมเพื่อจะสั่งราดหน้า แต่พ่อค้าแม่ค้าไม่แม้จะหันมาสนใจ อันนี้เข้าใจได้เพราะลูกค้านั่งรออยู่อีกหลายคนที่ยังไม่ได้ทาน
การที่ลุงนั่งอยู่บนพื้นฟุตบาทเพราะยืนหรือลุกเดินไม่ได้ ทำให้ตัวลุงเลยไปอยู่หน้าร้านพิซซ่าชื่อดังของไทยที่อยู่ติดกัน
ผมได้ยินพนักงานร้านพิซซ่า ออกมาขอให้ลุงขยับเพื่อจะไม่ได้ขวางหน้าร้านพิซซ่านั้น ลุงตอบน้ำเสียงค่อนข้างชัดสุภาพ "ขอสั่งราดหน้าสักแป๊บนึง"

จ่ายเงินเสร็จผมไปดีกว่า...  จบ..





เปล่าครับยังไม่จบ

ผมจบจากร้านราดหน้า มาต่อที่ร้านน้ำแข็งใสที่อยู่ไม่ไกล ห่างกันประมาณห้องแถว2-3ห้อง
นั่งกินเต้าทึงนมสดไป ใจก็ยังคิดถึงลุงคนตะกี๊
เมื่อได้มองไกล้ๆจึงเห็นว่า นอกจากร่างกายที่ลุกเดินไม่ได้แล้ว ลุงยังตาบอด1ข้าง แต่การพูดคุยปกติดี
คิดในใจลุงแกได้กินราดหน้ารึเปล่า แกจะนั่งโต๊ะกินเหมือนลูกค้าคนอื่นๆรึเปล่า รึแกจะสั่งใส่ถุงกลับไปกิน
เอาล่ะ ไม่ต้องคิดให้เหนื่อย กินน้ำแข็งใสเสร็จก็ย้อนกลับไปดูละกัน

ย้อนกลับไปอีกครั้งที่ร้านราดหน้า ลูกค้ามาเยอะกว่าเดิมคนนั่งทานอาหารกันเต็มทุกโต๊ะ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น ที่ผมสนใจคือลุงเมื่อตะกี้หายไปซะแล้ว
รึว่าสั่งราดหน้าใส่ถุง "ไม่น่าใช่ ไม่น่าจะได้เร็วขนาดนี้"ในใจผมขัดแย้งกันเอง

ลองเดินหาดูดีกว่า ไม่น่าไปไหนไกล

ผมเดินตรงผ่านสี่แยกไฟแดงเยาวราชที่ตัดกับถนนทรงสวัสดิ์มาเล็กน้อย ก็พบลุงนั่งอยู่หน้าร้านหูฉลามไม่ไกลจากร้านราดหน้า

ผม: "ลุง จะไปไหนรึครับ"
      ผมเปิดการสนทนา
ลุง:"กำลังว่าจะไปหาที่นอน" ลุงตอบ
ผม:แล้วไปนอนที่ไหนครับ
ลุง:ก็ตามฟุตบาทแถวนี้แหล่ะครับ
ผม:อ่อ ..แล้วกินอะไรรึยังครับ
ลุง: ยังไม่ได้กินเลย ว่าจะหาของกินหน่อย เมื่อกี๊ร้านราดหน้าคนเยอะ เลยไม่ได้สั่ง ไปข้างหน้านี่ของกินมีมั๊ย ไปไกลมั๊ย
ผม:ก็คงมีครับ แต่ไม่แน่ใจว่าไกลรึเปล่า
  กินราดหน้ามั๊ยครับ เดี๋ยวผมไปสั่งให้ เอาเส้นไรดี

ลุงทำหน้าเกรงใจเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็บอก"เอาเส้นเล็กก็ได้ครับ เขามีถ้วยมั๊ย"

ผม:เดี๋ยวถามให้ครับ
ว่าแล้วผมก็ย้อนมาที่ร้าน สั่งราดหน้าเส้นใหญ่ใส่ถ้วยโฟมไปให้พร้อมน้ำเปล่า1ขวด (เส้นเล็กไม่มีนะจร้ะ)

ลุงนั่งรอผมอยู่ที่เดิม แต่ลุงบอกเดี๋ยวช่วยถือเอาไปให้ตรงนั้นที ตรงนี้ รปภ.ร้านหูฉลามเขาให้ขยับออกให้พ้นหน้าร้าน

ผมก็ "ได้ครับ"
ลุงค่อยๆขยับตามผมที่มายืนรออยู่ก่อนแล้ว
ผม: ลุงนี่ราดหน้ากับน้ำเปล่าครับ วันนี้ทั้งวันได้กินอะไรรึยังเนี่ย
ลุง:เมื่อเช้ากินไปแล้วมื้อนึง
ผม:แล้วมีตังรึเปล่า
ลุง:ก็มีติดตัวอยู่40บาท นี่แหล่ะ
ผม:เห็นสะพายกระเป๋าเป้มาด้วย เอาไรมาเนี่ย
ลุง:มีผ้าห่ม กับที่นอน ไว้ปูนอนครับ
พูดจบลุงก็บรรจงเปิดกระเป๋าพร้อมหยิบที่นอนออกมา ปูลงไปบนฟุตบาท จัดแต่งเล็กน้อยเพื่อให้ผ้าปูยาวออกมาเต็มผืน
กลิ่นของความอับของผ้าที่ไม่ได้ซักมานาน โชยเข้าจมูกผม
ผม: ขอโทษนะลุง หมด40บาทนี้แล้วจะเอาจากไหนมาใช้อีก ลุงขอเค้าเอารึครับ
  ในใจผมคิดว่า รายได้ของลุงน่าจะมาจากเพื่อนมนุษย์ที่ผ่านไปมา แล้วปันน้ำใจให้ทานมาให้ลุง
ลุง: เปล่าหรอก ลุงไม่ได้ขอ ถ้ามีคนเห็นมีคนสงสารเค้าก็ให้เอง
ผม:อ๋อ ครับ
จบประโยคนี้ผมดึงแบงค์ร้อยในเป๋าตังให้เลยครับ
ผม:ลุงเก็บไว้ซื้อของกินนะครับ
ลุงยกมือไหว้ท่วมหัว ให้ศีลให้พรผมยกใหญ่ ผมรับไหว้
ลุง: เป็นคนกรุงเทพรึเปล่า บ้านอยู่แถวนี้รึ
ผม: เปล่าครับ มาทำงาน ขับรถมาส่งลูกทัวร์ ผมไปแล้วนะครับ ลุงไปไหนมาไหนลำบากก็ลองขอความช่วยเหลือจากตำรวจตรงป้อมตรงสี่แยกนั่นดูนะ
ผมพูดพลางชี้นิ้วไปที่ป้อมจุดตรวจที่อยู่ไม่ไกล ก่อนจะขอตัวออกมาและจบการสนทนาไว้แค่นั้น
ครุ่นคิดระหว่างเดินกลับ
เรายังทำงานหาเงินได้ แต่ลุงพิการเดินไม่ได้ ไม่ยอมเอ่ยปากขอใคร
บอกแต่ว่า "มีคนสงสารเค้าก็ให้ลุงเอง" ถ้าวันไหนไม่มีใครทักไม่มีคนสนใจจะเอาตังจากไหนมาซื้อของกิน ในใจกลางเมืองหลวงของไทยเมืองที่ต้องใช้เงินดำรงค์ชีพอยู่แห่งนี้ ขอทานมากมาย แต่ยังมีชายพิการ ร่างกายผอมโซ ตาขวาบอดสนิท ที่เมื่อมองแล้วเหมือนไม่มีลูกตาด้วยซ้ำ
ไม่มีเรี่ยวแรงประคองตนเองให้ลุกยืนขึ้นได้เหมือนคนปกติทั่วไป เคลื่อนที่อย่างช้าโดยใช้ก้น มือ และเท้า และเรี่ยวแรงที่มี เดินทางผ่านฝูงชนกลางเมืองใหญ่ไปโดยไร้จุดหมาย (หรืออาจมีจุดหมายเพียงแต่ยังไม่ได้บอกให้ใครทราบ)
เขาผู้นี้พยายาม ใช้ชีวิตโดยพยายามไม่สร้างความรำคาญใจให้คนอื่นโดยการเอ่ยปากขอดั่งเช่นขอทานทั่วไป
แต่จะรอความเห็นใจ จากเพื่อนมนุษย์เข้ามาทักทายแบ่งปันให้บ้างแม้เพียงนิดก็ยังดี
เพราะสภาพร่างกายตอนนี้เป็นอุปสรรคไม่สามารถทำงานหาเงินได้อีกต่อไป
ใครผ่านไป ก็แวะปันทานน้ำใจให้บ้างอย่างน้อยก็ช่วยต่อลมหายใจเพื่อนมนุษย์ให้อยู่รอดในสังคมที่โหดร้ายต่อไป
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่