สวัสดีค่ะ ดิฉันเป็นหมออยู่ที่รพ.รัฐบาล
ปฏิบัติงานตามหน่วยต่างๆ รวมถึงห้องฉุกเฉิน
ได้พบกับเหตุการณ์ที่ญาติต้องเผชิญกับความสูญเสียยิ่งใหญ่อยู่ตลอด
เช่น แม่สูญเสียลูก ลูกสูญเสียพ่อแม่ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่
น้องสูญเสียพี่ หลายๆสูญเสียคุณตาคุณยาย
เหตุการณ์การสูญเสียนั้น มีทั้งแบบที่เตรียมใจมาหลายเดือน
หลายสัปดาห์ ไม่กี่วัน ไม่กี่ชั่วโมง หรือไม่กี่นาที
และหลายครั้งไม่ได้เตรียมใจเลย โดยเฉพาะในห้องฉุกเฉิน
ที่มักจะเกิดจากอุบัติเหตุทางท้องถนน
ตัวดิฉันเอง เวลาเจอเหตุการณ์แบบนี้ รู้ตัวเลยว่าไม่มีวันเข้าใจ
ความสูญเสียที่ญาติต้องเผชิญ แต่เราก็รับรู้ความรู้สึกบางส่วนที่เขาส่งออกมา
ซึ่งก็พอรู้ได้ว่า มันมากจนเหมือนจะรับไม่ไหว
แต่ในเหตุการณ์นั้นๆ ตัวดิฉัน(รวมถึงหมอทุกคน) มักจะต้องมีเรื่องที่จำเป็น
ต้องพูดคุย แจ้งข่าว ทำความเข้าใจ และที่สำคัญที่สุดคือ
การขอคำยินยอม หรือการตัดสินใจที่สำคัญบางอย่าง
เช่น หากกำลังปั้มหัวใจอยู่ ญาติมีความประสงค์จะให้ทีมแพทย์พยาบาลกู้ชีวิตต่อไปหรือไม่
(แต่ละคนไข้จะมีรายละเอียดเรื่องนี้ไม่เหมือนกันนะคะว่าหนักแค่ไหน อายุเท่าไหร่อย่างไร กู้ชีวิตมานานกี่นาที การตอบสนองเป็นอย่างไร)
ในใจดิฉันตอนนั้น(ทุกครั้งของเหตุการณ์) ก็มีความเป็นห่วงและกังวลถึงใจของผู้รับข่าวสารด้วยเช่นกันค่ะ
หลายครั้งต้องกลั้นน้ำตาไปด้วย เพราะเห็นถึงความรักของญาติๆที่มีให้คนไข้ เห็นความเสียใจ
ดิฉันเองศึกษาด้วยการอ่านทฤษฎีการสื่อสาร ทดลองคำพูดต่างๆ
เพื่อหาว่าแบบไหนจะช่วยดูแลใจญาติที่กำลังสูญเสียได้ดีที่สุด
แต่ในขณะเดียวกันก็ยังสามารถดูแลคนไข้ ด้วยการขอการตัดสินใจ หรือขอความยินยอม
ในบางกรณีจากญาติของคนไข้ ในเวลาที่คนไข้ไม่สามารถตัดสินใจด้วยตัวเองแล้วได้
แต่ที่ดิฉันคิดว่าสำคัญที่สุด คงเป็นการได้ลองถามจากญาติที่เคยมีประสบการณ์โดยตรง
ของการสูญเสีย โดยเฉพาะในห้องฉุกเฉิน ว่าในเวลาแบบนั้น ความรู้สึกเป็นอย่างไร
ความคิดตอนนั้นคิดอะไรบ้าง และตอนนั้นรู้สึกอยากได้อะไร หรือไม่อยากได้อะไรมากที่สุด
ถ้าเป็นไปได้ อยากได้การช่วยเหลือ การsupportจากโรงพยาบาล หมอ หรือพยาบาลอย่างไร
ตัวดิฉันเองไม่ได้มีอำนาจในการสั่งการอะไร
แต่หากได้รับฟัง ความรู้สึก ความคิด และความต้องการจากญาติที่เคยผ่านประสบการณ์มาแล้ว
จะขออนุญาตถ่ายทอดและนำไปพัฒนาการสื่อสารในช่วงเวลาแบบนี้ให้ดียิ่งขึ้นเท่าที่จะทำได้ค่ะ
ขอบพระคุณมากนะคะ
และขอแสดงความเสียใจกับทุกท่านที่สูญเสีย
เชื่อว่าทุกท่านต้องเข้มแข็งมากๆค่ะที่จะผ่านช่วงเวลาแบบนั้นมาได้
ด้วยความเคารพและขอบคุณทุกท่านจากใจค่ะ
เวลาที่ต้องเผชิญกับความสูญเสียในช่วงเวลาฉุกเฉินของชีวิต คุณอยากให้คนรอบตัวช่วยเหลืออย่างไร
ปฏิบัติงานตามหน่วยต่างๆ รวมถึงห้องฉุกเฉิน
ได้พบกับเหตุการณ์ที่ญาติต้องเผชิญกับความสูญเสียยิ่งใหญ่อยู่ตลอด
เช่น แม่สูญเสียลูก ลูกสูญเสียพ่อแม่ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่
น้องสูญเสียพี่ หลายๆสูญเสียคุณตาคุณยาย
เหตุการณ์การสูญเสียนั้น มีทั้งแบบที่เตรียมใจมาหลายเดือน
หลายสัปดาห์ ไม่กี่วัน ไม่กี่ชั่วโมง หรือไม่กี่นาที
และหลายครั้งไม่ได้เตรียมใจเลย โดยเฉพาะในห้องฉุกเฉิน
ที่มักจะเกิดจากอุบัติเหตุทางท้องถนน
ตัวดิฉันเอง เวลาเจอเหตุการณ์แบบนี้ รู้ตัวเลยว่าไม่มีวันเข้าใจ
ความสูญเสียที่ญาติต้องเผชิญ แต่เราก็รับรู้ความรู้สึกบางส่วนที่เขาส่งออกมา
ซึ่งก็พอรู้ได้ว่า มันมากจนเหมือนจะรับไม่ไหว
แต่ในเหตุการณ์นั้นๆ ตัวดิฉัน(รวมถึงหมอทุกคน) มักจะต้องมีเรื่องที่จำเป็น
ต้องพูดคุย แจ้งข่าว ทำความเข้าใจ และที่สำคัญที่สุดคือ
การขอคำยินยอม หรือการตัดสินใจที่สำคัญบางอย่าง
เช่น หากกำลังปั้มหัวใจอยู่ ญาติมีความประสงค์จะให้ทีมแพทย์พยาบาลกู้ชีวิตต่อไปหรือไม่
(แต่ละคนไข้จะมีรายละเอียดเรื่องนี้ไม่เหมือนกันนะคะว่าหนักแค่ไหน อายุเท่าไหร่อย่างไร กู้ชีวิตมานานกี่นาที การตอบสนองเป็นอย่างไร)
ในใจดิฉันตอนนั้น(ทุกครั้งของเหตุการณ์) ก็มีความเป็นห่วงและกังวลถึงใจของผู้รับข่าวสารด้วยเช่นกันค่ะ
หลายครั้งต้องกลั้นน้ำตาไปด้วย เพราะเห็นถึงความรักของญาติๆที่มีให้คนไข้ เห็นความเสียใจ
ดิฉันเองศึกษาด้วยการอ่านทฤษฎีการสื่อสาร ทดลองคำพูดต่างๆ
เพื่อหาว่าแบบไหนจะช่วยดูแลใจญาติที่กำลังสูญเสียได้ดีที่สุด
แต่ในขณะเดียวกันก็ยังสามารถดูแลคนไข้ ด้วยการขอการตัดสินใจ หรือขอความยินยอม
ในบางกรณีจากญาติของคนไข้ ในเวลาที่คนไข้ไม่สามารถตัดสินใจด้วยตัวเองแล้วได้
แต่ที่ดิฉันคิดว่าสำคัญที่สุด คงเป็นการได้ลองถามจากญาติที่เคยมีประสบการณ์โดยตรง
ของการสูญเสีย โดยเฉพาะในห้องฉุกเฉิน ว่าในเวลาแบบนั้น ความรู้สึกเป็นอย่างไร
ความคิดตอนนั้นคิดอะไรบ้าง และตอนนั้นรู้สึกอยากได้อะไร หรือไม่อยากได้อะไรมากที่สุด
ถ้าเป็นไปได้ อยากได้การช่วยเหลือ การsupportจากโรงพยาบาล หมอ หรือพยาบาลอย่างไร
ตัวดิฉันเองไม่ได้มีอำนาจในการสั่งการอะไร
แต่หากได้รับฟัง ความรู้สึก ความคิด และความต้องการจากญาติที่เคยผ่านประสบการณ์มาแล้ว
จะขออนุญาตถ่ายทอดและนำไปพัฒนาการสื่อสารในช่วงเวลาแบบนี้ให้ดียิ่งขึ้นเท่าที่จะทำได้ค่ะ
ขอบพระคุณมากนะคะ
และขอแสดงความเสียใจกับทุกท่านที่สูญเสีย
เชื่อว่าทุกท่านต้องเข้มแข็งมากๆค่ะที่จะผ่านช่วงเวลาแบบนั้นมาได้
ด้วยความเคารพและขอบคุณทุกท่านจากใจค่ะ