อย่างที่เป็นข่าว ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 2 ชายชุดดำ ยกฟ้อง 3 แต่ให้ฝากขังระหว่างอุทธรณ์คดี
หลังศาลอ่านคำพิพากษาญาติผู้ต้องขังทั้ง 5 พากันร่ำไห้
จำเลยทั้งห้าได้แก่
จำเลยที่ 1 นายกิตติศักดิ์ สุ่มศรี หรืออ้วน อายุ 47 ปี อาชีพ รับจ้าง (ขับรถตู้วิน)
จำเลยที่ 2 นายปรีชา อยู่เย็น หรือไก่เตี้ย อายุ 27 ปี อาชีพ รับจ้าง
จำเลยที่ 3 นายรณฤทธิ์ สุวิชา หรือนะ อายุ 35 ปี อาชีพ รับจ้าง
จำเลยที่ 4 นายชำนาญ ภาคีฉาย หรือเล็ก อายุ 47 ปี อาชีพ รับจ้าง
จำเลยที่ 5 นางปุณิกา ชูศรี หรืออร อายุ 41 ปี อาชีพรับจ้าง (แม่ค้าขายข้าวแกง)
ดูแล้ว แต่ละคนน่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญการใช้อาวุธ คงฝึกมาจากดาวอังคาร
แถมมี "แม่ค้าขายข้าวแกง" ด้วย คงเป็นหน่วยเสบียงประจำกองรบ
ศาลพิพากษาจำคุกจำเลยที่ 1 และ 2
ยกฟ้องจำเลยที่ 3 - 4 - 5
นอกจากคดีนี้แล้ว ทั้ง 5 คน ยังถูกดีเอสไอฟ้องข้อหาก่อการร้าย แต่อัยการสั่งไม่ฟ้อง
ซึ่งขณะนี้ คดีก่อการร้ายยังอยู่ในการพิจารณาของอธิบดีดีเอสไอ ว่าจะโต้แย้งคำสั่งอัยการหรือไม่
(ทำไมนานจัง ส่งฟ้องไปแล้ว อัยการไม่เห็นด้วย กลับมาพิจารณาใหม่ ทำไมพิจารณานานจัง
เอาไว้เล่นเผื่อคดีนี้หลุด จะได้เล่นคดีก่อการร้ายต่อหรือไง - อดคิดอย่างนี้ไม่ได้จริง ๆ ครับ)
จำเลย 5 ถูกจับกุมตั้งแต่วันที่ 5 ก.ย.2557
โดยถูกทยอยจับกุมไล่เลี่ยกันแล้วนำไปควบคุมตัวในค่ายทหารหลายวัน ก่อนที่ทหารจะนำตัวส่งตำรวจเพื่อให้แจ้งข้อกล่าวหา
จากนั้นถูกคุมขังในเรือนจำเรื่อยมาจนปัจจุบัน เป็นเวลากว่า 2 ปี 4 เดือน ระหว่างพิจารณาคดี
เคยยื่นประกันตัววางหลักทรัพย์คนละ 5 แสนบาท 3 ครั้งแต่ศาลปฏิเสธโดยให้เหตุผลว่าคดีมีอัตราโทษสูง
หากปล่อยชั่วคราวเกรงว่าจะหลบหนี
ก่อนหน้าจะมีการสืบพยาน
ทนายจำเลยได้เคยร้องขอความเป็นธรรมต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และพนักงานอัยการ
โดยระบุว่า จำเลยถูกซ้อมทรมานภายในค่ายทหารเพื่อให้รับสารภาพ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้คลิกอ่าน http://prachatai.com/journal/2014/10/55993
ที่น่าปวดตับก็คือ พลขับรถฮัมวี ที่เป็นพยายยืนยันในศาลว่า จำหน้าจำเลยที่ 1ได้
เพราะระหว่างขับรถสวนกัน จำเลยที่หนึ่งได้ลดกระจกลงแล้วตะโกนด่า
แต่ในอีกคดี คือคดียิงช่างภาพชาวญี่ปุ่น พลขับคนนี้ เคยให้การไว้ว่า
เห็นรถตู้สีขาววิ่งสวนมา เห็นคนในรถสวมโม่งคลุมหน้า ไม่รู้ว่าเป็นใคร และไม่เห็นอาวุธ
สองคดี แต่ให้การไปคนละเรื่อง แต่ศาลเชื่อทั้งสองคดี
ในมุมมองส่วนตัว ผมก็เชื่อเช่นเดียวกันกับที่หลายคนเชื่อ
ว่าอย่างไรเสีย ชายชุดดำต้องมีให้ได้ เพื่อสร้างความชอบธรรมในการปราบปรามเหตุการณ์ปี 53
หลังจากที่หลายเรื่อง กลายเป็นมุขแป๊กไปหมด
ไม่ว่าผังล้มเจ้า ไม่ว่าเรื่องอาวุธและชายชุดดำในวัดปทุม
ไม่ว่ากองกำลังติดอาวุธที่เคยจับ 11 นักรบแดงเมื่อ ต.ค. 53
ตอนจับก็ออกข่าวครึกโครม เอาตัวไปขังไว้เกือบปี
ขังที่ไหนไม่รู้ ข้อหาอะไรไม่บอก ลูกเมียเขาต้องวิ่งตามหา ร้องขอความเป็นธรรม
สุดท้าย หาหลักฐานมัดตัวไม่ได้ เพราะแค่กลุ่มชายทำงานก่อสร้างตั้งวงเหล้ากันเท่านั้น
ก.ค. 54 หลังจากขังไว้เกือบปี ก็ปล่อยตัวเงียบ ๆ ไม่ได้รับการชดเชยเยียวยาใด ๆ
ชาวบ้านก็ไม่กล้ามากเรื่อง ได้กลับออกมาอยางครบ 32 ก็บุญหัวแล้ว
อย่างนี้แหละ จึงต้องมีชายชุดดำให้ได้ เพื่อรองรับความชอบธรรม 99 ศพ บาดเจ็บสองพัน
ประเด็นสำคัญคือ ชายชุดดำมีจริงไหม คำตอบคือมีจริง ในวันที่ 10 เม.ย. 53
มีภาพ มีคลิป มีคำบอกเล่า ชัดเจนว่ามีจริง
แล้วคนกลุ่มนี้คือใคร คนของใคร ?
5 คนที่โดนดคี จำคุก 2 ยกฟ้อง 3 นี้ คือกลุ่มชายชุดดำตัวจริงไหม หรือแค่แพะ
เป็นเหยื่อเพื่อจะได้ใช้เป็นข้ออ้างสร้างความชอบธรรมให้บางฝ่าย
เห็นได้จาก หลังศาลมีคำพิพากษา ก็มีเสียงดังตึงตัวจากหลาย ๆ คนดีที่บอกว่า เห็นไหม ๆ ชายชุดดำมีจริง ๆ ๆ
แล้วก็โยงไปเรื่องยิงทหาร ยิงประชาชน ทั้งที่มีแค่ข้อหาครอบครองและพกพาอาวุธสงครามเท่านั้น
เรื่องราวอย่างนี้ เชิญทุกท่านตรวจสอบ สืบค้นข้อมูล ตามหาข้อเท็จจริง
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้(ขอบคุณข้อมูลจากประชาไท http://prachatai.com/journal/2017/01/69861)
วันหยุด รับจ๊อบเอามะพร้าวห้าวมาขายสวน เรื่องราวชายชุดดำที่ถูกศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 10 ปี มาเล่าให้เพื่อนสมาชิกฟังครับ
หลังศาลอ่านคำพิพากษาญาติผู้ต้องขังทั้ง 5 พากันร่ำไห้
จำเลยทั้งห้าได้แก่
จำเลยที่ 1 นายกิตติศักดิ์ สุ่มศรี หรืออ้วน อายุ 47 ปี อาชีพ รับจ้าง (ขับรถตู้วิน)
จำเลยที่ 2 นายปรีชา อยู่เย็น หรือไก่เตี้ย อายุ 27 ปี อาชีพ รับจ้าง
จำเลยที่ 3 นายรณฤทธิ์ สุวิชา หรือนะ อายุ 35 ปี อาชีพ รับจ้าง
จำเลยที่ 4 นายชำนาญ ภาคีฉาย หรือเล็ก อายุ 47 ปี อาชีพ รับจ้าง
จำเลยที่ 5 นางปุณิกา ชูศรี หรืออร อายุ 41 ปี อาชีพรับจ้าง (แม่ค้าขายข้าวแกง)
ดูแล้ว แต่ละคนน่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญการใช้อาวุธ คงฝึกมาจากดาวอังคาร
แถมมี "แม่ค้าขายข้าวแกง" ด้วย คงเป็นหน่วยเสบียงประจำกองรบ
ศาลพิพากษาจำคุกจำเลยที่ 1 และ 2
ยกฟ้องจำเลยที่ 3 - 4 - 5
นอกจากคดีนี้แล้ว ทั้ง 5 คน ยังถูกดีเอสไอฟ้องข้อหาก่อการร้าย แต่อัยการสั่งไม่ฟ้อง
ซึ่งขณะนี้ คดีก่อการร้ายยังอยู่ในการพิจารณาของอธิบดีดีเอสไอ ว่าจะโต้แย้งคำสั่งอัยการหรือไม่
(ทำไมนานจัง ส่งฟ้องไปแล้ว อัยการไม่เห็นด้วย กลับมาพิจารณาใหม่ ทำไมพิจารณานานจัง
เอาไว้เล่นเผื่อคดีนี้หลุด จะได้เล่นคดีก่อการร้ายต่อหรือไง - อดคิดอย่างนี้ไม่ได้จริง ๆ ครับ)
จำเลย 5 ถูกจับกุมตั้งแต่วันที่ 5 ก.ย.2557
โดยถูกทยอยจับกุมไล่เลี่ยกันแล้วนำไปควบคุมตัวในค่ายทหารหลายวัน ก่อนที่ทหารจะนำตัวส่งตำรวจเพื่อให้แจ้งข้อกล่าวหา
จากนั้นถูกคุมขังในเรือนจำเรื่อยมาจนปัจจุบัน เป็นเวลากว่า 2 ปี 4 เดือน ระหว่างพิจารณาคดี
เคยยื่นประกันตัววางหลักทรัพย์คนละ 5 แสนบาท 3 ครั้งแต่ศาลปฏิเสธโดยให้เหตุผลว่าคดีมีอัตราโทษสูง
หากปล่อยชั่วคราวเกรงว่าจะหลบหนี
ก่อนหน้าจะมีการสืบพยาน
ทนายจำเลยได้เคยร้องขอความเป็นธรรมต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และพนักงานอัยการ
โดยระบุว่า จำเลยถูกซ้อมทรมานภายในค่ายทหารเพื่อให้รับสารภาพ [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ที่น่าปวดตับก็คือ พลขับรถฮัมวี ที่เป็นพยายยืนยันในศาลว่า จำหน้าจำเลยที่ 1ได้
เพราะระหว่างขับรถสวนกัน จำเลยที่หนึ่งได้ลดกระจกลงแล้วตะโกนด่า
แต่ในอีกคดี คือคดียิงช่างภาพชาวญี่ปุ่น พลขับคนนี้ เคยให้การไว้ว่า
เห็นรถตู้สีขาววิ่งสวนมา เห็นคนในรถสวมโม่งคลุมหน้า ไม่รู้ว่าเป็นใคร และไม่เห็นอาวุธ
สองคดี แต่ให้การไปคนละเรื่อง แต่ศาลเชื่อทั้งสองคดี
ในมุมมองส่วนตัว ผมก็เชื่อเช่นเดียวกันกับที่หลายคนเชื่อ
ว่าอย่างไรเสีย ชายชุดดำต้องมีให้ได้ เพื่อสร้างความชอบธรรมในการปราบปรามเหตุการณ์ปี 53
หลังจากที่หลายเรื่อง กลายเป็นมุขแป๊กไปหมด
ไม่ว่าผังล้มเจ้า ไม่ว่าเรื่องอาวุธและชายชุดดำในวัดปทุม
ไม่ว่ากองกำลังติดอาวุธที่เคยจับ 11 นักรบแดงเมื่อ ต.ค. 53
ตอนจับก็ออกข่าวครึกโครม เอาตัวไปขังไว้เกือบปี
ขังที่ไหนไม่รู้ ข้อหาอะไรไม่บอก ลูกเมียเขาต้องวิ่งตามหา ร้องขอความเป็นธรรม
สุดท้าย หาหลักฐานมัดตัวไม่ได้ เพราะแค่กลุ่มชายทำงานก่อสร้างตั้งวงเหล้ากันเท่านั้น
ก.ค. 54 หลังจากขังไว้เกือบปี ก็ปล่อยตัวเงียบ ๆ ไม่ได้รับการชดเชยเยียวยาใด ๆ
ชาวบ้านก็ไม่กล้ามากเรื่อง ได้กลับออกมาอยางครบ 32 ก็บุญหัวแล้ว
อย่างนี้แหละ จึงต้องมีชายชุดดำให้ได้ เพื่อรองรับความชอบธรรม 99 ศพ บาดเจ็บสองพัน
ประเด็นสำคัญคือ ชายชุดดำมีจริงไหม คำตอบคือมีจริง ในวันที่ 10 เม.ย. 53
มีภาพ มีคลิป มีคำบอกเล่า ชัดเจนว่ามีจริง
แล้วคนกลุ่มนี้คือใคร คนของใคร ?
5 คนที่โดนดคี จำคุก 2 ยกฟ้อง 3 นี้ คือกลุ่มชายชุดดำตัวจริงไหม หรือแค่แพะ
เป็นเหยื่อเพื่อจะได้ใช้เป็นข้ออ้างสร้างความชอบธรรมให้บางฝ่าย
เห็นได้จาก หลังศาลมีคำพิพากษา ก็มีเสียงดังตึงตัวจากหลาย ๆ คนดีที่บอกว่า เห็นไหม ๆ ชายชุดดำมีจริง ๆ ๆ
แล้วก็โยงไปเรื่องยิงทหาร ยิงประชาชน ทั้งที่มีแค่ข้อหาครอบครองและพกพาอาวุธสงครามเท่านั้น
เรื่องราวอย่างนี้ เชิญทุกท่านตรวจสอบ สืบค้นข้อมูล ตามหาข้อเท็จจริง
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้