การที่ผู้ป่วยจิตเวช เช่น ผู้ป่วยซึมเศร้า, ไบโพล่า, ย้ำคิดย้ำทำ, วิตกกังวล, ฯลฯ (ผมอาจจะ scope กว้างไปครับ อาจจะ scope แคบๆ แค่ ผู้ป่วยซึมเศร้าก็ได้ครับ)
การทำกิจกรรมที่ผู้ป่วยชอบ เช่น เล่นดนตรี, ดูหนัง, เข้าวัดฟังธรรม, เล่นเกมส์, shopping, เล่นกีฬา, ท่องเที่ยว, ฯลฯ
กิจกรรมดังกล่าวช่วยระงับอาการ หรือ/และ รักษา ผู้ป่วยจิตเวชไหมครับ
พอดีมีรุ่นน้องคนนึงดูแล้วเหมือนจะป่วยมั๊งครับ ผมก็สมมุติฐานไว้ก่อนว่าป่วย คือผมว่ามันแปลกๆ หนะครับ
คือ ปกติเป็นคนอารมณ์ดี มองโลกในแง่ดี แต่พอสนิทมาก ผมก็พบว่า หลายครั้งรุ่นน้องไม่เห็นจะร่าเริงเหมือนที่เคยรู้จักช่วงแรกๆ คือ มีอาการ จิตตกบ่อย มองโลกด้านลบ โทษคนอื่น (เหมือนเป็นคนละคน) บางทีก็ร้องไห้ แต่ไม่ได้ร้องไห้ให้ผมเห็นนะ แต่ผมดูออก เพราะตาบวมมาเลย หรือบางทีคุยโทรศัพท์ก็รู้สึกได้ว่าเสียงสั่นนิดๆ เสียงอู้อี้น้ำมูกไหล (เหมือนร้องไห้) บางทีก็เรื่องเล็กๆ น้อยๆ กลายเป็นเรื่องใหญ่ได้เลย
ก็มาเห็นรายการต่างๆ หรือตามลิ๊งค์ใน facebook และอินเทอร์เนท ก็พบว่าใกล้เคียงกับอาการซึมเศร้า
อาการหลายอย่างตรงตามที่ข้อมูลบอกเลย
ผมก็เลยลองพูดดูครับ
ผม : ซึมเศร้าหรือเปล่า ลองไปหาหมอไม๊ ให้หมอเค้าดูว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ถ้าไม่ป่วยก็คือไม่ป่วย ถ้าป่วยก็รักษา
รุ่นน้อง : ฉันไม่ได้ป่วยซะหน่อย (เริ่มหงุดหงิด) แบบนี้คนอื่นเป็น แค่ไม่มีใครเค้าบอกกัน เดี๋ยวฉันทำนู่นทำนี่ก็หายแล้ว
ผม : ทำอะไร
รุ่นน้อง : แล้วแต่คน ฉันสวดมนต์ ฟังธรรมใน youtube ออกไป shopping ก็หายแล้ว ส่วนคนอื่นเค้าชอบอะไรก็ทำอย่างนั้น เช่น ไปเล่นกีฬา, เล่นเกมส์
แต่ผมก็เห็นว่า ก็กลับมาอารมณ์ดี (โดยเฉพาะอย่ในกลุ่มคน) พอซักพักก็เป็นอีก กลับมาเศร้า จิตตก มองโลกในแง่ร้ายอีก (ปลีกตัวออกมา)
ผม : ก็เห็นว่าเป็นบ่อยอยู่นะ
รุ่นน้อง : ฉันยืนยันว่าฉันไม่ได้ป่วย ถ้าไปหาหมอก็เหมือนกันแหละ เดี๋ยวหมอก็ให้กินยา กินยาก็ให้ผลเหมือนทำกิจกรรมแหละ (หมายถึง กินยาแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับทำกิจกรรม) ไปหาหมอเสียตังค์ เสียเวลา เอาเวลาไปทำกิจกรรมดีกว่า (เค้ารู้สึกว่าทำกิจกรรมแล้วก็หายเศร้า ไม่จำเป็นต้องไปหาหมอ)
แต่ผมก็ไม่กล้าพูดอะไรต่อ กลัวจะมีปัญหากัน
ก็เลยงงว่า ถ้าหาทางออกโดยการทำกิจกรรม แล้วหายซึมเศร้า (หรืออาการอย่างอื่น) จำเป็นต้องหาหมอ กินยาไหมครับ
ขอบคุณครับ
การที่ผู้ป่วยจิตเวชทำกิจกรรมที่ชอบ เช่น เล่นดนตรี, ฟังธรรม, ฯลฯ ช่วยระงับอาการ หรือ/และ รักษา ผู้ป่วยจิตเวชไหมครับ
การทำกิจกรรมที่ผู้ป่วยชอบ เช่น เล่นดนตรี, ดูหนัง, เข้าวัดฟังธรรม, เล่นเกมส์, shopping, เล่นกีฬา, ท่องเที่ยว, ฯลฯ
กิจกรรมดังกล่าวช่วยระงับอาการ หรือ/และ รักษา ผู้ป่วยจิตเวชไหมครับ
พอดีมีรุ่นน้องคนนึงดูแล้วเหมือนจะป่วยมั๊งครับ ผมก็สมมุติฐานไว้ก่อนว่าป่วย คือผมว่ามันแปลกๆ หนะครับ
คือ ปกติเป็นคนอารมณ์ดี มองโลกในแง่ดี แต่พอสนิทมาก ผมก็พบว่า หลายครั้งรุ่นน้องไม่เห็นจะร่าเริงเหมือนที่เคยรู้จักช่วงแรกๆ คือ มีอาการ จิตตกบ่อย มองโลกด้านลบ โทษคนอื่น (เหมือนเป็นคนละคน) บางทีก็ร้องไห้ แต่ไม่ได้ร้องไห้ให้ผมเห็นนะ แต่ผมดูออก เพราะตาบวมมาเลย หรือบางทีคุยโทรศัพท์ก็รู้สึกได้ว่าเสียงสั่นนิดๆ เสียงอู้อี้น้ำมูกไหล (เหมือนร้องไห้) บางทีก็เรื่องเล็กๆ น้อยๆ กลายเป็นเรื่องใหญ่ได้เลย
ก็มาเห็นรายการต่างๆ หรือตามลิ๊งค์ใน facebook และอินเทอร์เนท ก็พบว่าใกล้เคียงกับอาการซึมเศร้า
อาการหลายอย่างตรงตามที่ข้อมูลบอกเลย
ผมก็เลยลองพูดดูครับ
ผม : ซึมเศร้าหรือเปล่า ลองไปหาหมอไม๊ ให้หมอเค้าดูว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ถ้าไม่ป่วยก็คือไม่ป่วย ถ้าป่วยก็รักษา
รุ่นน้อง : ฉันไม่ได้ป่วยซะหน่อย (เริ่มหงุดหงิด) แบบนี้คนอื่นเป็น แค่ไม่มีใครเค้าบอกกัน เดี๋ยวฉันทำนู่นทำนี่ก็หายแล้ว
ผม : ทำอะไร
รุ่นน้อง : แล้วแต่คน ฉันสวดมนต์ ฟังธรรมใน youtube ออกไป shopping ก็หายแล้ว ส่วนคนอื่นเค้าชอบอะไรก็ทำอย่างนั้น เช่น ไปเล่นกีฬา, เล่นเกมส์
แต่ผมก็เห็นว่า ก็กลับมาอารมณ์ดี (โดยเฉพาะอย่ในกลุ่มคน) พอซักพักก็เป็นอีก กลับมาเศร้า จิตตก มองโลกในแง่ร้ายอีก (ปลีกตัวออกมา)
ผม : ก็เห็นว่าเป็นบ่อยอยู่นะ
รุ่นน้อง : ฉันยืนยันว่าฉันไม่ได้ป่วย ถ้าไปหาหมอก็เหมือนกันแหละ เดี๋ยวหมอก็ให้กินยา กินยาก็ให้ผลเหมือนทำกิจกรรมแหละ (หมายถึง กินยาแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับทำกิจกรรม) ไปหาหมอเสียตังค์ เสียเวลา เอาเวลาไปทำกิจกรรมดีกว่า (เค้ารู้สึกว่าทำกิจกรรมแล้วก็หายเศร้า ไม่จำเป็นต้องไปหาหมอ)
แต่ผมก็ไม่กล้าพูดอะไรต่อ กลัวจะมีปัญหากัน
ก็เลยงงว่า ถ้าหาทางออกโดยการทำกิจกรรม แล้วหายซึมเศร้า (หรืออาการอย่างอื่น) จำเป็นต้องหาหมอ กินยาไหมครับ
ขอบคุณครับ