หมดโปร กับ หมดรัก ต่างกันตรงไหน

ออกตัวไว้ก่อนว่า ไม่ได้เกิดขึ้นกับตัวเราเองนะคะ แต่เป็นสิ่งที่สังเกตุจากคนรอบข้างและสังคมทั่วไป

ดูเหมือนว่าอาการหมดรัก กับ หมดโปร มันจะคล้ายกันมาก จนบางครั้งเจ้าตัวเองก็แยกไม่ออก
เท่าที่เคยดูเคยอ่าน การหมดโปรก็เช่น ไม่ค่อยสนใจกันเหมือนเคย อะไรที่เคยทุ่มเทเคยทำให้เต็มที่ไม่อยากทำต่อ จากที่เคยคุยเคยโทรหาวันละหลายๆครั้งก็เบื่อ จากที่เคยตามรับส่งก็ขี้เกียจ แต่สิ่งเหล่านี้ก็เป็นคุณสมบัติ(หรือข้ออ้าง?)ของคนที่บอกว่าหมดรักเช่นกัน

และส่วนมากก็จะมีฝ่ายนึงที่เริ่มหมดโปรก่อน อีกฝ่ายก็จะเริ่มงอน งอแง ว่าทำไมอีกคนเปลี่ยนไป ก็ยิ่งสร้างความรำคาญให้กับฝ่ายที่หมดโปรไปก่อนแล้ว
หลายๆคู่ก็เลิกกันตรงจุดนี้

ปัญหาคือ เราควรจะแยกแยะอย่างไร เพราะสมัยนี้ต่างจากสมัยก่อนตรงที่ใครๆก็บอกว่าถ้าไม่ใช่ก็เลิก ถ้าหมดรักก็เลิก ในขณะที่สมัยก่อนจะเน้นให้อดทนเพื่อจะได้อยู่กันยืด
ถ้าสมมติว่าเป็นคนแยกแยะไม่ออกระหว่างหมดรักกับหมดโปร คบใครอยู่ พอถึงช่วงหมดโปร เบื่อ ไม่อยากเจอบ่อยๆเหมือนคบกันแรกๆ ก็เข้าใจผิดสับสน คิดว่าหมดรัก ก็บอกเลิก คบคนใหม่ พอหมดโปรอีกก็คิดว่าหมดรักอีก ก็บอกเลิกวนไป แล้วเมื่อไหร่จะอยุ่กับใครได้ยืด ในเมื่อการคบกันส่วนมากก็มีช่วงหมดโปรกันทั้งนั้น

ดังนั้น การหมดรัก มีอะไรจุดอะไรบ้างที่แตกต่างไปจากการ หมดโปร แล้วอะไรที่จะบ่งชี้ว่าหมดรักจริงๆ ไม่ใช่แค่ข้ออ้างของคนขี้เบื่อ พอเบื่อก็บอกว่าหมดรักและหาคนใหม่ไปเรื่อยๆ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่