กรรม
สัตว์ทั้งหลายล้วนมีกรรมเป็นเผ่าพันธ์ มีกรรมเป็นทายาท
สัตว์นรก ดิรัจฉาน เปรต อสูรกาย เทวดา มาร พรหม , ล้วนเกิดมาแต่กรรม
มนุษย์ , ร่ำรวย ยากดีมีจน ผิวทราม ปัญญาดี ตระกูลสูง ศักดาน้อย พิการ รูปงาม ล้วนเกิดมาแต่กรรม
พระบรมศาสดาทรง จำแนกกรรมไว้ ดังนี้
เจตนา คือกรรม , เจตนา ๓ กรรมทางกาย ทางวาจา ทางใจ
กรรมดำ = อกุศล , กรรมขาว = กุศล , กรรมไม่ดำไม่ขาว = อโลภ อโทสะ อโมหะ
กรรม ที่เป็นหนทางแห่งการสิ้นกรรม = อริยมรรค ๘
วิบาก
กรรมนั้นเป็นเหตุ วิบากคือผล
กระทำกรรมใด ย่อมได้รับเป็นวิบากแห่งกรรมนั้น
สัตว์นรก ดิรัจฉาน เปรต อสูรกาย เทวดา มาร พรหม , ล้วนคือวิบาก
มนุษย์ , ร่ำรวย ยากดีมีจน ผิวทราม ปัญญาดี ตระกูลสูง ศักดาน้อย พิการ รูปงาม ล้วนคือวิบาก
การเวียนว่าย
สัตว์ ที่ยังไม่สิ้นกรรม ย่อมต้องเวียนว่ายไปในทั้ง ๓๑ ภพภูมิ ตามแต่กรรมใดจะส่งผล
เหตุแห่งการเวียนว่ายในสังสารวัฎคือ อวิชชา ตัณหา อุปาทาน
ผู้ที่พ้น วัฎฎะแห่งการเวียนว่ายคือ อริยะบุคคล ๔
พระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี พระอรหันต์
หนทางแห่งความเป็น พระอริยะคือ หนทางอันประเสริฐ ๘ ประการ , อริยมรรค
กรรม วิบาก และการเวียนว่าย
สัตว์ทั้งหลายล้วนมีกรรมเป็นเผ่าพันธ์ มีกรรมเป็นทายาท
สัตว์นรก ดิรัจฉาน เปรต อสูรกาย เทวดา มาร พรหม , ล้วนเกิดมาแต่กรรม
มนุษย์ , ร่ำรวย ยากดีมีจน ผิวทราม ปัญญาดี ตระกูลสูง ศักดาน้อย พิการ รูปงาม ล้วนเกิดมาแต่กรรม
พระบรมศาสดาทรง จำแนกกรรมไว้ ดังนี้
เจตนา คือกรรม , เจตนา ๓ กรรมทางกาย ทางวาจา ทางใจ
กรรมดำ = อกุศล , กรรมขาว = กุศล , กรรมไม่ดำไม่ขาว = อโลภ อโทสะ อโมหะ
กรรม ที่เป็นหนทางแห่งการสิ้นกรรม = อริยมรรค ๘
วิบาก
กรรมนั้นเป็นเหตุ วิบากคือผล
กระทำกรรมใด ย่อมได้รับเป็นวิบากแห่งกรรมนั้น
สัตว์นรก ดิรัจฉาน เปรต อสูรกาย เทวดา มาร พรหม , ล้วนคือวิบาก
มนุษย์ , ร่ำรวย ยากดีมีจน ผิวทราม ปัญญาดี ตระกูลสูง ศักดาน้อย พิการ รูปงาม ล้วนคือวิบาก
การเวียนว่าย
สัตว์ ที่ยังไม่สิ้นกรรม ย่อมต้องเวียนว่ายไปในทั้ง ๓๑ ภพภูมิ ตามแต่กรรมใดจะส่งผล
เหตุแห่งการเวียนว่ายในสังสารวัฎคือ อวิชชา ตัณหา อุปาทาน
ผู้ที่พ้น วัฎฎะแห่งการเวียนว่ายคือ อริยะบุคคล ๔
พระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี พระอรหันต์
หนทางแห่งความเป็น พระอริยะคือ หนทางอันประเสริฐ ๘ ประการ , อริยมรรค