คนรักเเมวเชิญทางนี้เลยค่าาาO_o

กระทู้คำถาม
สวัสดีค่าาา... พวกเราขอใช้พื้นที่ตรงส่วนนี้ทำงานนะค่ะ ถ้าใครเห็น ใครรักเจ้าเเมวเหมียวก็ช่วยมาเเลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้วยน้าาค้า เค้าคิดว่าคนไม่น้อยเลยชอบเเล้วก็รักเเมว อยากจะบอกว่าเเมวสัตว์ตัวเล็กๆเนี่ยมีดีกว่าที่คุณคิดนะค่ะT_T

เชื่อว่าทุกคนที่เข้ามาอ่านกระทู้นี้ต้องเป็นคนรักแมว หรือมีความสนใจในสัตว์สายพันธุ์นี้อย่างแน่นอนเลยคะ ขอเกริ่นก่อน นี้เป็นกระทู้แรกของเราคะ ยังไม่คล่องเท่าไร 555 ที่ตั้งกระทู้นี้ขึ้นมาก็มีจุดประสงค์คือ อยากมาให้ความรู้เกี่ยวกับสัตว์สายพันธุ์แมวคะ มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันนะคะทุกคน ว่าแมวที่คุณเลี้ยงอยู่เป็นแบบนี้จริงมั้ย อีกนิดนะ เราชื่อเบ้นซ์ค่ะ ปีนี้อายุ18 แล้ว ถึงอายุจะปาไป18 แล้ว แต่ก็ยังต้องการคำแนะนำ และข้อเสนอของเพื่อนๆในเรื่องนี้อยู่นะคะ//ยิ้ม
งั้นมาเริ่มกันเลย Let go!!!

ปัจจุบันในสังคมไทย มีการเลี้ยงสัตว์มากมาย และสัตว์ที่มนุษย์นิยมนำมาเลี้ยงเป็นอันดับต้นๆหนึ่งในนั้นก็คือแมว แต่ปัญหาของสัตว์อย่างแมวก็มีมากเช่นกัน  เช่น การถูกทอดทิ้ง ถูกกีดกัน ถึงแม้ว่าจะมีคนรักสัตว์ชนิดนี้เป็นจำนวนมาก แต่ก็มีคนที่ไม่เห็นคุณค่าของสัตว์ชนิดนี้เช่นกัน ทำให้ปัญหาของแมวจรจัดก็ยังไม่หมดไป
ด้วยเหตุดังกล่าว เราจึงสนใจที่จะศึกษาค้นคว้าเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับ Felis Catus (แมว) เพื่อสร้างทัศนคติที่มนุษย์มีต่อแมวให้ดียิ่งขึ้น และเพื่อช่วยลดปัญหาสภาวะแมวจรจัดที่มีอัตราเพิ่มขึ้นให้ลดลงไปคะ
การเลี้ยงแมวเท่ากับการรับผิดชอบต่อชีวิตหนึ่งชีวิต การเตรียมตัวให้พร้อมจึงถือเป็นก้าวแรกของการอยู่รวมกันกับแมวอย่างมีความสุข♥
ในหนึ่งเดือนแล้วควรเผื่อค่าใช้จ่ายสำหรับแมวไว้สัก 1000-1500 บาท
อายุขัยเฉลี่ยแล้วของแมวจะอยู่ 12 ปี แต่สำหรับแมวจรจัดนั้นอายุขัยคือ 2-3 ปีซึ่งถือว่าสั้นมาก ทั้งนี้ทั้งนั้นอายุขัยของแมวจะเปลี่ยนไปตามการดำรงชีวิตค่ะ

นี่คือเงื่อนไขสำคัญเลยค่ะ ถ้าใครคิดจะมีสัตว์เลี้ยงไม่ใช่แค่แมวแต่เป็นสัตว์ทุกประเภทเลย
1.ดูแลไหวไหม 2.สภาพแวดล้อมเหมาะสำหรับเลี้ยงแมวหรือไม่ 3.สามารถเลี้ยงดูได้จนถึงวันสุดท้ายหรือไม่ 4.แมวแบบไหนที่เหมาะกับเราแมวมีวิธีดูแลแตกต่างกันไปตามลักษณะนิสัย เพศและสายพันธุ์

ลักษณะนิสัย
แมวเพศผู้ -แสดงอารมณ์ต่างๆให้เห็นชัดเจน ขี้อ่อน ว่าง่าย ซุกซนคล้ายเด็กๆ
แมวเพศเมีย -ค่อนข้างระมัดระวังตัว ไม่แสดงออกมากนัก นิ่งขรึมกว่าตัวผู้
*โครงหน้า
แมวเพศผู้ -แก้มบาน(หน้าหยิกน่าฟัดมาก555) หน้าใหญ่เมื่อเทียบกับตัวเมีย ดวงตาเป็นประกายเฉียบคม
แมวเพศเมีย - ตาโต หน้าเรียวได้รูป (หน้าเขาสวยจริงๆนะถ้าทุกคนสังเกต
การเข้าสังคมของแมว
ฝึกให้เขาชินกับการพบเจอผู้คน แมวด้วยกันเอง เสียงและสิ่งแวดล้อมหลายๆแบบ
ควรทำความรู้จักกับแมวตั้งช่วงวัยเด็กค่ะ

การเลี้ยงแมวรวมกันหลายตัวผู้เลี้ยงต้องให้ความเอาใจใส่อย่างทั่วถึง เพื่อป้องกันไม่ให้แมวเครียดและอยู่ด้วยกันได้อย่างสบายใจ
ประเด็นสำคัญที่ควรคำนึงจากการสังเกต
1.แมวตัวเก่าต้องมาก่อนเสมอ
2.จัดที่ทางให้เป็นส่วนตัว
3.หากทะเลาะกันให้จับแยกสักระยะ

สร้างสถานที่สำหรับออกกำลังกายให้เจ้า
เหมียวการออกกำลังกายไม่เพียงพอนอกจากเป็นสาเหตุของโรคอ้วนแล้ว ยังทำให้แมวเครียดอีกด้วย จึงควรสร้างที่ออกกำลังกายให้แมว
1.สร้างที่สำหรับให้แมวปีนป่ายและกระโดด:ติดแผ่นไม้กระดานสำหรับให้แมวปีนป่ายตามผนังห้อง
2.ลดแรงกระแทกขณะกระโดดลงพื้น:ควรวางพรมไว้ตรงที่แมวชอบกระโดดลงพื้น
3.ไม่ว่างสิ่งของที่อาจก่อให้เกิดอันตรายขณะออกกำลังกาย:หลีกเลี่ยงการวางสิ่งของที่อาจแตกหักได้ง่ายในจุดที่แมวชอบปีนป่ายหรือกระโดดลง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ

วิธีการให้อาหาร
1.ควรเลือกภาชนะที่ทำจากสเเตนเลสหรือกระเบื้อง
2.ให้อาหารให้เป็นเวลา ควรกำหนดจำนวนครั้ง เวลา และปริมาณ
3.สังเกตุลักษณะนิสัยเวลากิน

การเคลื่อนไหวของหนวดบ่งบอกอารมณ์ของเจ้าเหมียวได้ค่ะ
1.สนใจใคร่รู้หนวดจะชี้ไปด้านหน้าเพื่อรับข้อมูล หรือบางครั้งก็อยู่ในลักษณะเหยียดตรง
2.ตกใจ กลัว กล้ามเนื้อจะเกร็ง ทำให้หนวดตวัดไปด้านหลัง
3.หวาดหวั่น เมื่อความกลัวเพิ่มมากขึ้น หนวดจะอยู่ในลักษณะเหยียดตรง

และตอนนี้เราขอนำเทคนิคฝึกแมวเล็กๆน้อยมาฝากค่ะ
1. ฝึกช้าๆ ทีละอย่างทีละขั้นตอน เมื่อแมวทำได้แล้วจึงฝึกทำอย่างอื่นต่อไป
2.ควรให้รางวัลทันทีและทุกครั้งเมื่อแมวทำอะไรตามที่สอนให้ทำได้ ถึงแม้ว่าผู้ฝึกอาจต้องช่วยแมวให้ทำได้ก็ตาม รางวัลที่ให้อาจเป็นคำชมเชย เช่น “ดีมาก” หรือการสัมผัส เช่นใช้มือตบเบาๆ ที่บริเวณลำคอหรือลำตัว
3. ควรทำการฝึกทุกวันและในเวลาเดิม
4. สังเกตพฤติกรรมของแมว ถ้าเห็นว่ามันเหน็ดเหนื่อยหรือเบื่หน่ายในการฝึกแล้วก็ควรหยุดการฝึกไว้ก่อน
5. ควรปฏิบัติต่อแมวด้วยความนุ่มนวล
6. การออกคำสั่งให้แมวทำตามนั้น คำสั่งจะต้องเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แมวจะได้ไม่สับสน
7. การแก้ไขหรือห้ามนั้นให้ใช้คำว่า “ไม่” หรือ “อย่า” โดยออกเสียงอย่างดังและหนักแน่นพร้อมกับใช้มือวางบนหัวแมว มองตาแมว และอาจจะทำหน้าตาท่าทางดุๆ ประกอบด้วยก็ได้ หลังจากทำเช่นนี้หลายๆ ครั้ง แมวก็จจะเข้าใจวิธีการสื่อความหมายแบบนี้ ถ้าเห็นแมวทำผิดจะต้องแก้ไข ทันทีเมื่อทำหลายๆ ครั้งเข้า แมวจะเข้าวิธีการสือความหมาย ครั้งต่อไป
เพียงแค่พูดคำว่า “ไม่” เฉยๆ โดยไม่จำเป็นต้องวางมือบนหัวมัน แมวจะเชื่อฟังแต่โดยดี วิธีนี้นอกจากเป็นการแก้นิสัยไม่ดีของแมวได้แล้ว ยังสามารถใช้ในการฝึกขั้นต่อๆ ไปได้อีกด้วย
8. ควรมีผู้ฝึกสอนเพียงคนเดียว ไม่ใช่ใครอยากฝึกหัดอย่างไรก็ฝึก เพราะจะทำให้แมวไม่เชื่อฟัง

#อ๊ะอะ สุดท้ายแล้ว555 รู้อะไรมั้ย แมวมีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิดนะ
1. ประโยชน์ด้านหัวใจ
เมื่อคุณเลี้ยงแมว คุณก็มีแนวโน้มที่จะมีอาการเส้นเลือดในสมองตีบหรือแตกน้อยลง โดยสามารถลดลงได้ถึง 30% นี่อาจจะไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจนักเมื่อคิดถึงว่าแมวสามารถช่วยลดความเครียดได้ และเมื่อประเมินจากข้อมูลที่ว่า ความเครียดคือสาเหตุหลักปัญหาเรื่องโรคหัวใจ การจะบอกว่าแมวสามารถช่วยลดความเสี่ยงด้านโรคหัวใจได้ก็คงไม่ผิดนัก
2. ลดระดับความดันในกระแสเลือด
คนที่เลี้ยงแมว มักจะไม่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องความดันเลือดพุ่งสูงในสถานการณ์ที่เคร่งเครียดเท่ากับคนที่ไม่เลี้ยง นักวิจัยพบว่าระดับความดันในเส้นเลือดของผู้ที่เลี้ยงแมวนั้น มีการควบคุมที่ดีกว่าผู้ที่เข้ารับการรักษาด้วยยา และไม่ได้เลี้ยงแมว
3. ระดับคลอเรสตอรอลลดลง
ระดับคลอเรสตอรอลสูงทำให้คุณมีปัญหาด้านสุขภาพ เช่น อาการเส้นเลือดในสมองตีบ หรือโรคหัวใจ นี่เป็นความรู้พื้นฐาน ซึ่งเป็นอาการที่ร้ายแรงมาก และอาจถึงขั้นเสียชีวิตถ้ามีอาการรุนแรง ข่าวดีก็คือ การเลี้ยงแมวช่วยลดปริมาณของคลอเรสตอรอลในร่างกายของคุณได้
4. ประโยชน์ด้านการเยียวยารักษา
เมื่อมีแมวอยู่ใกล้ๆ คุณ อ็อกซิโตซินจะถูกปลดปล่อยอยู่ในร่างกาย อ็อกซิโตซินเป็นฮอร์โมนที่เสริมสร้างในด้านของความรักและความไว้ใจ เมื่อคุณรู้สึกโกรธ และชีวิตของคุณแย่เกินจะทน การคุยกับแมวสามารถช่วยคุณได้ คุณจะรู้สึกดีขึ้นเพราะคุณสามารถระบายความรู้สึกออกมาได้โดยไม่ถูกตัดสิน ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณมักจะเจอเมื่อไปคุยกับมนุษย์คนอื่นๆ
5. ต้านความเครียด
หนึ่งในประโยชน์ของการมีแมวเป็นสัตว์เลี้ยงก็คือ สามารถช่วยลดระดับคอร์ติซอลในร่างกายลงได้ คอร์ติซอลคือสารเคมีที่เกิดขึ้นจากความเครียด เมื่อปริมาณของมันลดลง คุณก็ย่อมรู้สึกเครียดน้อยลงและมีความสุขขึ้นได้ ความเครียดนั้นไม่ดีต่อสุขภาพของคุณอย่างแน่นอน และยังสาเหตุของการเกิดโรคอีกหลายโรค เช่น โรคหัวใจ อาการปวดศีรษะ อาการซึมเศร้า ซึ่งสามารถนำไปสู่การเสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้ในที่สุด เพราะฉะนั้นหาแมวมาเลี้ยงสักตัวนะ จะได้ไม่เครียด
6. ทำให้อารมณ์ดีขึ้น
การใช้เวลาอยู่กับแมวทำให้คุณอารมณ์ดีขึ้นได้ ถ้าคุณรู้สึกแย่ การเล่นกับแมวหรือแค่ลูบตัวมันก็สามารถช่วยได้แล้ว การเล่นกับแมวหรือลูบแมวทำให้สารเซโรโทนิน สารเคมีที่ทำให้รู้สึกดี ปล่อยออกมาในร่างกาย และทำให้คุณอารมณ์ดีขึ้นได้ เมื่อคุณอารมณ์ดีขึ้น คุณก็จะมีร่างกายที่แข็งแรงขึ้นไปด้วย
7. เพิ่มภูมิคุ้มกันในร่างกาย
ซึ่งจะได้ผลดีเป็นพิเศษในเด็กทารก การมีแมวอยู่ใกล้ๆ ทำให้เด็กทารกมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง และมีอาการติดเชื้อเป็นภูมิแพ้ และโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจน้อยกว่าเมื่อโตขึ้น ยังมีการค้นพบเพิ่มเติมด้วยว่า เด็กที่เติบโตในบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงจะมีร่างกายที่แข็งแรงกว่าเด็กที่โตมาในบ้านที่ไม่มีสัตว์เลี้ยง ข้อสันนิษฐานก็คือ การมีสัตว์เลี้ยงทำให้เด็กๆ ต้องเจอกับสารก่อภูมิแพ้ตั้งแต่ตอนที่อายุยังน้อย ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันมีการพัฒนามากกว่านั่นเอง
8. เป็นเพื่อนคลายเหงา
เมื่อคุณเลี้ยงแมว คุณจะรู้สึกเหงาน้อยกว่าไม่มีแมวเลย แมวเป็นสัตว์ที่น่ารัก และการเลี้ยงดูผูกพันกับพวกมันก็ช่วยคลายเหงาได้ดีทีเดียว การมีใครสักคน หรือแมวสักตัว อยู่เป็นเพื่อนนั้นดีต่อสุขภาพของคุณ เพราะความเหงาก็ถือว่าเป็นอาการป่วยอย่างนึงด้วยนะ
เป็นไงกันบ้างคะ เห็นมั้ยแมวมีดีมากกว่าที่คุณคิดนะ

อ่านกันแล้ว **อย่าลืมมาแลกเปลี่ยนความคิดกันนะคะ**
พบกันใหม่ในกระทู้หน้านะคะ มารอกันได้เลยว่าต่อไปจะเป็นเรื่องอะไร เรามีความรู้ทั่วๆไปหลายเรื่องให้เพื่อนๆติดตาม และเข้ามาอ่านกันเลยล่ะคะ
ปล. ข้อมูลทั้งหมดเราเป็นคนรวบรวมจากหลายๆบทความ และมาจากการสังเกตุแมวที่บ้านเราเองเป็นส่วนใหญ่ค่ะ
cr. รู้ใจแมว ยิ่งรู้จัก ยิ่งใกล้กัน (หนังสือภาพ4สีค่ะ)
#เป็นความรู้อ่านดูไม่เสียหายค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่