ผู้เข้าใจวิทย์ จะมองโลกอย่างถูกต้อง เข้าใจเหตุและผล ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคม ธรรมชาติอย่างถูกต้อง เมื่อเข้าใจถูกต้อง เข้าใจภาพรวม มองถึงสิ่งต่างๆก็จะปฎิบัติตนได้ถูกต้อง
ทราบถึงความใหญ่ของเอกภพ ตัวเราเล็กจิ๋วเยี่ยงไร ก็จะไม่ยโสโอหัง
เข้าใจเรื่อง วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ระบบสังคมก็จะเห็นโทษของการทำชั่วและประโยชน์ของการทำดี
ทราบถึงระบบสังคม ระบบนิเวศวิทยา เราจำเป็นต้องอยู่ร่วมกัน ก็จะอยู่ร่วมกับผุ้อื่น คิดถึงผู้อื่นด้วย
การใช้ชีวิตจำเป็นต้องมีการแข่งขันเพราะทรัพยากรมีจำกัดก็เข้าใจเรื่องของการแข่งขัน การแพ้ชนะ ดีใจ เสียใจ ก็จะเข้าใจมันและรับมืออย่างถูกต้อง ดีที่สุด
อ่านหนังสือมากก็เข้าใจโลก เพราะโลกนี้กว้างใหญ่มาก วิธีการลัดที่จะเข้าใจสิ่งต่างๆก็คือการอ่านหนังสือ อ่านนวนิยาย เห็นตัวตน ความคิดของมนุษย์ อ่านปรัชญา แม้แต่ปรัชญากรีกเมื่อ 2500 ปีมาแล้ว หลายอย่างก็ยังน่าสนใจ ปัญหาที่ชาวกรีกในอดีตเจอ ปัจจุบันเราก็เจอ แม้การดำเนินชีวิตของคนจะเปลี่ยนไป แต่แก่นใหญ่ใจความหลักก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก
แถมการเข้าใจวิทยาศาสตร์ ยังทำให้ฉลาดไม่หลงผิด ถูกหลอกง่าย เช่นถูกหลอกให้เชื่อความเชื่อผิดๆแล้วไปก่อการร้ายสร้างความเดือดร้อนแก่โลก
แต่นักอ่าน คนผู้ศึกษาก็ควรมีเกราะป้องกันตัวเองคือศีล และต้องแข็งแรงแบบทฤษฎีของผู้ปกครองของมาคีอาเวลลี ต้องแข็งแกร่ง และฉลาดด้วย แต่ต้องทำดี
แข็งแกร่งเพื่อให้ทำความดีได้สะดวกและไม่ถูกคนพาลกลั่นแกล้งได้ แข็งแรงแต่ไม่แข็งกระด้าง อ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ
การใช้ชีวิตในโลกนี้เปรียบดังการใช้คอมพิวเตอร์ ถ้าหลงผิด ไม่เข้าใจก็ใช้งานคอมไม่ได้ดี แต่เมื่อมีวิทยาศาสตร์มาทำให้เข้าใจธรรมชาติ เปรียบดังเข้าใจคอมพิวเตอร์ รู้ว่าปุ่มไหนทำอะไร ก็ใช้คอมได้ดี เปรียบดังมีชีวิตที่ดี
มีวิชาความรู้เปรียบได้ดังคนตาดีเทียบกับคนตาบอดฉะนั้นเลย
โสเครตีสบอกว่า ชีวิตที่ไม่มีการสำรวจตรวจสอบ ไม่ควรค่าแก่การมีชีวิตอยู่ ผมขอเพิ่มให้ว่าและการศึกษา เรียนรู้ อ่านหนังสือ ศึกษาวิทยาศาสตร์ คือการตรวจสอบธรรมชาติ ตรวจสอบตนเองที่ดีที่สุด
การเข้าใจวิทยาศาสตร์นั้นเปรียบดังเหมือนหงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด บอกหนทางแก่คนหลงทาง และตามประทีปในที่มืด ด้วยหวังว่า ผู้มีจักษุจักเห็นรูปได้
ผมคิดว่าผู้เข้าใจวิทยาศาสตร์ กฎของฟิสิกส์ จะเป็นคนดีได้โดยไม่ต้องพึ่งศาสนานะ
ผมคิดว่าผู้เข้าใจวิทยาศาสตร์ กฎของฟิสิกส์ จะเป็นคนดีได้โดยไม่ต้องพึ่งศาสนานะ
ทราบถึงความใหญ่ของเอกภพ ตัวเราเล็กจิ๋วเยี่ยงไร ก็จะไม่ยโสโอหัง
เข้าใจเรื่อง วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ระบบสังคมก็จะเห็นโทษของการทำชั่วและประโยชน์ของการทำดี
ทราบถึงระบบสังคม ระบบนิเวศวิทยา เราจำเป็นต้องอยู่ร่วมกัน ก็จะอยู่ร่วมกับผุ้อื่น คิดถึงผู้อื่นด้วย
การใช้ชีวิตจำเป็นต้องมีการแข่งขันเพราะทรัพยากรมีจำกัดก็เข้าใจเรื่องของการแข่งขัน การแพ้ชนะ ดีใจ เสียใจ ก็จะเข้าใจมันและรับมืออย่างถูกต้อง ดีที่สุด
อ่านหนังสือมากก็เข้าใจโลก เพราะโลกนี้กว้างใหญ่มาก วิธีการลัดที่จะเข้าใจสิ่งต่างๆก็คือการอ่านหนังสือ อ่านนวนิยาย เห็นตัวตน ความคิดของมนุษย์ อ่านปรัชญา แม้แต่ปรัชญากรีกเมื่อ 2500 ปีมาแล้ว หลายอย่างก็ยังน่าสนใจ ปัญหาที่ชาวกรีกในอดีตเจอ ปัจจุบันเราก็เจอ แม้การดำเนินชีวิตของคนจะเปลี่ยนไป แต่แก่นใหญ่ใจความหลักก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก
แถมการเข้าใจวิทยาศาสตร์ ยังทำให้ฉลาดไม่หลงผิด ถูกหลอกง่าย เช่นถูกหลอกให้เชื่อความเชื่อผิดๆแล้วไปก่อการร้ายสร้างความเดือดร้อนแก่โลก
แต่นักอ่าน คนผู้ศึกษาก็ควรมีเกราะป้องกันตัวเองคือศีล และต้องแข็งแรงแบบทฤษฎีของผู้ปกครองของมาคีอาเวลลี ต้องแข็งแกร่ง และฉลาดด้วย แต่ต้องทำดี แข็งแกร่งเพื่อให้ทำความดีได้สะดวกและไม่ถูกคนพาลกลั่นแกล้งได้ แข็งแรงแต่ไม่แข็งกระด้าง อ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ
การใช้ชีวิตในโลกนี้เปรียบดังการใช้คอมพิวเตอร์ ถ้าหลงผิด ไม่เข้าใจก็ใช้งานคอมไม่ได้ดี แต่เมื่อมีวิทยาศาสตร์มาทำให้เข้าใจธรรมชาติ เปรียบดังเข้าใจคอมพิวเตอร์ รู้ว่าปุ่มไหนทำอะไร ก็ใช้คอมได้ดี เปรียบดังมีชีวิตที่ดี
มีวิชาความรู้เปรียบได้ดังคนตาดีเทียบกับคนตาบอดฉะนั้นเลย
โสเครตีสบอกว่า ชีวิตที่ไม่มีการสำรวจตรวจสอบ ไม่ควรค่าแก่การมีชีวิตอยู่ ผมขอเพิ่มให้ว่าและการศึกษา เรียนรู้ อ่านหนังสือ ศึกษาวิทยาศาสตร์ คือการตรวจสอบธรรมชาติ ตรวจสอบตนเองที่ดีที่สุด
การเข้าใจวิทยาศาสตร์นั้นเปรียบดังเหมือนหงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด บอกหนทางแก่คนหลงทาง และตามประทีปในที่มืด ด้วยหวังว่า ผู้มีจักษุจักเห็นรูปได้
ผมคิดว่าผู้เข้าใจวิทยาศาสตร์ กฎของฟิสิกส์ จะเป็นคนดีได้โดยไม่ต้องพึ่งศาสนานะ