สวัสดีค่ะ ตอนนี้เรามีปัญหาชีวิตที่ไม่รู้ว่ามันจะหายไปตอนไหน คือเรื่องมันเกิดจาก เราเอาโทรศัพท์ไปโรงเรียน ที่บ้านเราห้ามไม่ให้เอาโทรศัพท์ไปโรงเรียนเรารู้ แต่เราคิดว่าแค่เอาไปฟังเพลงบนรถคงไม่เป็นไร เพราะเราขึ้นรถรับส่ง บนรถไม่มีใครที่รู้จักสนิทด้วยเลย มีแต่รุ่นน้อง เราก็เอาไปฟังเพลงทุกวัน จนวันหนึ่งเราคิดว่าที่บ้านคงไม่ว่าแค่เอาไปฟังเพลง ปกติเวลาลงรถก่อนเข้าบ้านจะเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าก่อน แต่วันนั้นไม่รู้อะไรดลใจ เลยเดินฟังเพลงใส่หูฟังเข้าบ้าน ที่บ้านเห็นถามว่า "เดี๋ยวนี้เอาโทรศัพท์ไปโรงเรียนแล้วหรอ" เราบอกว่าหนู่เอาไปฟังเพลงบนรถเฉยๆ ซึ่งเราก็เอาไปฟังเพลงบนรถอย่างเดียวเพราะไม่ได้สมัครเน็ตเพราะที่บ้าน มี WiFi เลยไม่สมัครเวลาไปโรงเรียน เปลื้องตัง เขาก็ด่าค่ะ ด่าคำหยามด้วย ยกตัวอย่าง แหม่เริ่มแล้วเนอะ __แหล เราแค่เอาไปฟังเพลง ก็ดูเป็นอย่างนั้นเลยหรอ เราร้องไห้ด้วย จริงๆเวลาเรียนเราไม่เคยเอาออกมาเล่นเลยนะ ที่เอาไปก็เอาไปฟังเพลงอย่างเดียวบนรถ ด่าเอาทุกเรื่องมาด่า แวบแรกที่เราคิดคือความตายเพื่อหนีปัญหา แต่ก็ไประบายกะเพื่อนก็ดีขึ้นนิดนึง เลิกคิดไป พออีกวันเขาออกไปทำงานไปแต่เช้าประมาณตี4ได้ เรายังไม่ตื่น แล้วเขาอุ่นต้มไก่ไว้แล้วรีบไป ลืมปิดแก๊สไฟลุกจะไหม้บ้านเราตื่นมา เพราะคนข้างบ้างเห็นแล้วเรียก จึงปิดแก๊สทันแต่ของในหม้ไหม้หมดเลย เราก็ไปโรงเรียนตังไม่มีสักบาท เขาไม่ให้เลยดีที่เอาตังในกระปุกไปกินข้าวกลางวันพแตอนเย็นกลับบ้านมา เราก็โดนด่าหาว่าไม่ตื่นมาดู นี่ถ้าข้างบ้านไม่มาบ้านไหม้แล้ว เราก็งง เราผิดอะไร ด่าเรื่องนั้นไม่พอลามมาเรื่องไม่ห่อข้าวไปกินเหมือนน้องข้างบ้าน ประหยัดตัง ด่าว่า เริ่ม_แหลอีก เอาโทรศัพท์ไปโรงเรียน ตั้งแต่เราเกิดมานะแฟนเรายังไม่กล้ามีเลย เราตั้งใจว่าเรียนก่อน อยากทำให้เขาภูมิใจ เราตั้งใจเรียนนะ แต่ทำไม เราต้องโดนด่า ต่างๆนาๆกลับบ้านมาเราไม่สบายใจเลย โดนด่า จนร้องไห้แอบร้องคนเดียวทุกวัน เมื่อก่อนเราคิดว่าครอบครัวเราเคยมีความสุขกว่านี้ แต่ตอนนี่ความสุขหายไปไหนหมด บางทีเราคิดว่าเขาคงเหนื่อยจากการทำงาน แต่มองอีกทางถ้าไม่มีเราเขาคงไม่ต้องเหนื่อยขนาดนี้เลยคิดอยากตายเลย เขาคงมีความสุขขึ้น แต่อีกใจก็กลัวบาป แล้วอีกอย่างเรายังไม่ได้ตอบแทนบุญคุณเขาเลยใครเคยคิดแบบนี้บ้าง แล้วมีทางออกให้เปลี่ยน แนวคิดที่จะฆ่าตัวตายบ้าง
เคยคิดอยากตายเพื่อหนีปัญหาไหม