✿ ตายแล้ว เกิดใหม่ นกใหญ่ “รีบอร์น”

คำเตือน !! กระทู้นี้เป็นกระทู้ "เวิ่นเว้อ" เนื้อหาประกอบด้วยความคิดเห็นในเชิงสาระแนและบันเทิง โปรดใช้วิจารณญาณในการคิด วิแคระห์และแยกเยาะ

ขอแจ้งให้ทราบล่วงหน้าก่อนด้วยว่า ท่านจะไม่ได้อะไรจากการอ่านกระทู้นี้ นอกจากการได้เข้าไปเผือกรู้เผือกเห็นข่าวคราวจาก "เขาพลอง สเตเดียม"





ปีนี้เป็นอีกหนึ่งปี ที่ต้องมารีวิวทีมที่ "ตกชั้น" ยืนยันว่ามันเป็นความรู้สึกที่สุดแสนจะสะเทือนใจ ชนิดที่ใครไม่ประสบด้วยตนเอง ไม่มีทางเข้าใจ หรือเข้าถึง

ปีก่อนหน้านู้น “เพื่อนตำรวจ” ในฐานะแชมป์ดิวิชั่นหนึ่ง ซึ่งควรจะได้ขยับขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุด ถูกพักทีม   ซึ่งนับว่าเป็นชะตากรรมที่โหดร้ายกว่าตกชั้น

ปีก่อนหน้านี้ “ชัยนาท ฮอร์นบิล” ซึ่งกำลังดิ้นรนหนีตายในช่วงท้ายฤดูกาล ยังไม่ทันจะแข่งขันครบทุกแมทซ์ ก็ถูกตัดสินให้ตกชั้น




ก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อหาและสาระ  อยากแชร์ความรู้สึกต่อการตกชั้นของ “ชัยนาท ฮอร์นบิล” ในปีนี้ก่อน

ขออ้างถึงกระทู้ https://pantip.com/topic/35134458 ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องมาจากการแข่งขันไทยลีก ระหว่างทีมปราสาทสายฟ้าและทีมนกใหญ่พิฆาต

ผลการแข่งขันจบลงด้วยสกอร์ 0 – 0 โดยข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในเกม คือโช ชิโมจิยิงประตูได้ แต่ผู้ช่วยผู้ตัดสินที่สอง ยกธงล้ำหน้า ค้านสายตาแฟนบอล

ผลการพิจารณาของคณะกรรมการฯ สรุปออกมาว่า โช ชิโมจิ ไม่ได้ล้ำหน้า เป็นผลให้ผู้ช่วยผู้ตัดสินที่สองถูกพักการปฏิบัติหน้าที่





นึกสังหรณ์ใจตั้งแต่ในวันนั้นแล้ว ว่าสุดท้ายแล้ว “สองแต้มที่ถูกพรากไป” จะมีผลทำให้ชัยนาท อยู่รอดหรือตกชั้น และมันก็เป็นจริงในช่วงท้ายฤดูกาล

ถ้าเพียงแค่ชัยนาทไม่พลาดสองแต้มดังกล่าว ซึ่งเกิดจากความผิดพลาดของผู้ตัดสิน ชัยนาทก็จะมีคะแนนอยู่ในโซนที่อยู่รอดในลีกสูงสุดต่อไป


ปีก่อนหน้านู้น ชัยนาทลงแข่งขันในเกมนัดสุดท้าย เพื่อชี้ชะตาว่าจะอยู่รอดหรือตกชั้น

และการอยู่รอดในปีที่แล้ว ก็ไม่ได้ได้มาเพราะโชคช่วย แม้จะลงสนามพบกับทีมแบงค็อก ยูไนเต็ด ก็สามารถเก็บสามแต้มและอยู่รอดในลีกสูงสุดได้

แต่ปีที่ผ่านมา ชัยนาทไม่มีแม้แต่โอกาสจะตัดสินชะตาของตนเอง เนื่องจากสมาคมฟุตบอลสั่งยุติการแข่งขันในเกมที่เหลือ

นับว่าเป็นเคราะห์ซ้ำกรรมซัดของสโมสรเล็กๆ แต่คงสร้างความเสียหายอย่างมหาศาล โดยเฉพาะต่อความรู้สึกของคนที่เป็น "แฟนบอล"

(ส่วนตัวแล้ว แม้จะไม่เห็นด้วยเท่าใดนัก แต่ก็เลือกวิธีการบริหารจัดการความรู้สึกที่ง่ายและดีต่อใจของตัวเองที่สุด ก็คือ "ยอมรับ" ใน "ชะตา + กรรม")

อย่างที่เคยบอกนั่นแหละว่า แฟนบอลอาจจะก้มหน้าก้มตายอมรับชะตากรรมได้ แต่ไม่มีใครยอมรับการตัดสินที่ไม่ได้มาตรฐาน กรุณาแก้ไขและพัฒนา




เดิมทีตั้งใจจะนำข่าวสารทั้งหมด ตั้งแต่ช่วงปลายฤดูกาลที่แล้ว มาอัพเดท  แต่โชคร้าย ข้อมูลทั้งหลายที่ได้เตรียมเอาไว้ สูญหายไปกับโน๊ตบุ๊คเครื่องเก่า

จึงขออัพเดทข่าวคราวจาก "เขาพลอง สเตเดียม" แบบสั้นๆง่ายๆและพอได้ใจความ ตามไทม์ไลน์  ดังนี้


"Florent Sinama Pongolle" อดีตนักเตะลิเวอร์พูลที่เข้ามาเล่นในเลกสอง "ดาวซัลโวของทีม" ต่อสัญญาทั้งที่ยังไม่รู้เลยว่าจะได้เล่นในลีกสูงสุดหรือไม่

โดย "Flo" ต่อสัญญาออกไปอีก 2 ฤดูกาล   ได้ "ใจ" แฟนบอล ไปเต็มๆ





"โค้ชอ้วก" วรกรณ์ วิจารณ์ณรงค์ (คุมทีม 15 นัด   ชนะ 6 เสมอ 2 แพ้ 7   เก็บ 20 จาก 45 คะแนน)  ถ้าจำไม่ผิด น่าจะย้ายไปร่วมงานกับ "อาร์มี่ ยูไนเต็ด"





ปล่อย 3 นักเตะต่างชาติล็อตแรก ครบทั้งกองหลัง กองกลางและกองหน้า อันไปกอบไปด้วย "Jo Tae-keun" , "Kazuto Kushida" และ "Deivdy Reis"





เปิดตัวโควต้าต่างชาติ "Diego Emiliano Silva Silva" นักเตะสัญชาติอุรุกวัย อดีตดาวซัลโวสูงสุดของสโมสรล้านช้าง ยูไนเต็ด (ทีมจากลาวพรีเมียร์ลีก)





ปล่อย 5 นักเตะไทย อันประกอบด้วย "สมภพ นิลวงษ์" , "ภาณุวัฒน์ ไฟไหล" , "ยอดรัก นาเมืองรักษ์" , "อดิศักดิ์ กลิ่นโกสุมภ์" และ "อาทิตย์ บุตรจินดา"





ปล่อย "พิชิตย์ ใจบุญ" กองกลางมากประสบการณ์ที่เล่นเกมรับได้ขยันและดุดันถูกใจเจ้าของกระทู้มาก  พิชิตย์ย้ายไปร่วมทีมค้างคาวไฟ สุโขทัย เอฟซี





ปล่อยนักเตะไทยมากประสบการณ์ 5 คน ประกอบด้วย "สมเจตร สัตบุษ" , "รัชพล นาวันโน" , "ไพโรจน์ โสคำ" , "อัสมิง แม" และ "พิศาล ดอกไม้แก้ว"





เปิดตัวเฮดโค้ชคนใหม่ "Dr.Björn Kliem" ชาวเยอรมัน (แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางศัลยกรรมกระดูกและข้อ)   โค้ชใหม่คนนี้ หน้าตาใจดี และดีกรีไม่ธรรมดา


เป็นทั้งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางศัลยกรรมกระดูกและข้อ (Orthopaedics) , ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา , โค้ชฟิตเนสระดับ DFLV-A-Licence ,

โค้ชรักบี้ระดับ DRV-C-License , โค้ชด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพระดับ DBS-S-Licence (Rehabilitation Coach) , ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาการกีฬา

ผลงานด้านฟุตบอล เป็นอดีตนักฟุตบอลอาชีพ และเป็นโค้ชฟุตบอลระดับ UEFA A-License  เคยทำงานด้านดูแลเยาวชนของสมาคมฟุตบอลเยอรมัน




เปิดตัว 2 นักเตะไทย ดาวรุ่ง   "เตชธร สีหะวงษ์" กองหน้า/ตัวริมเส้นซ้าย-ขวา (สัญญา 3 ปี)   และ "รัชนาท อรัญญไพโรจน์" กองกลาง/หน้าต่ำ (ยืมตัว)





ปล่อย "Sho Shimoji" (สโมสรแจงจากกันด้วยดี แต่มีคนคาใจ ทำไมโช ชิโมจิไม่ได้โพสต์อำลาแฟนบอล เหมือนตอนที่เจ้าตัวย้ายออกจากเพื่อนตำรวจ)





คุณ "อนุรุทธิ์ นาคาศัย" รองประธานสโมสรและผู้จัดการทีม และ "Florent Sinama Pongolle" เยี่ยมและให้กำลังใจแฟนพันธุ์แท้ชัยนาท และลิเวอร์พูล




เปิดตัว "Park Jong-Oh" เซ็นเตอร์แบ็ค ชาวเกาหลี (อายุ 25 ปี สูง 188 ซม.) ซึ่งทางสโมสรมั่นใจว่า จะมาทดแทนการจากไปของ "Jo Tae-keun" ได้





เปิดตัวนักเตะต่างชาติ 2 คนสุดท้าย "Javlon Guseynov" ปราการหลัง ชาวอุซเบกิสถาน  และ "Mustafa Azadzoy" กองกลางตัวรุก ชาวอัฟกานิสถาน





เปิดตัวนักเตะไทย ดาวรุ่งเพิ่มอีก 2 คน "ทศวี ดีประเสริฐ" ผู้เล่นตำแหน่งกองกลาง และ "ปฏิพัทธ์ คำสัตย์" (ถ้าเข้าใจไม่ผิด น่าจะเป็นตัวริมเส้นด้านซ้าย)





เปิดตัว “กฤษชนะ ยอดอาจ” (หรือชื่อเดิม "สมพงษ์ ยอดอาจ") ผู้รักษาประตูที่อาจจะดูตัวค่อนข้างเล็ก แต่ทดแทนได้ด้วยความคล่องตัวและประสบการณ์





เซ็นสัญญา “ฉัตรชัย คุ้มพญา” 2 ปี ซึ่งในเลกที่สองของฤดูกาลที่ผ่านมา ได้มาช่วยเสริมแดนกลางของชัยนาท (จากสัญญายืมตัวจากแบงค็อก ยูไนเต็ด)





เปิดตัว โจ้ ห้าหลา “ศรายุทธ ชัยคำดี” ดาวรุ่ง เอ๊ย กองหน้าประสบการณ์สูง มาทดแทน "สมเจตร สัตบุษ" กองหน้าประสบการณ์สูงอีกคนที่ปล่อยออกไป





และสุดท้าย จำไม่ได้ว่าเป็นการยืมตัวต่อหรือเป็นการเซ็นสัญญา “อนุวัฒน์ น้อยชื่นพันธ์” ... รู้แค่ว่า ฤดูกาล 2017 จะมี "จ่าหน่อง" อยู่กับทีมอย่างแน่นอน





นักเตะย้ายเข้า-ออก เป็นไปตาม "วิถีของฟุตบอล" แต่ก็อดที่จะใจหายไม่ได้   ถ้าสโมสรไม่ตกชั้น คงไม่ต้องปรับเปลี่ยนโค้ชและนักเตะมากมายขนาดนี้

ถามว่า "ชัยนาท ฮอร์นบิล 2017" จะเป็นยังไง

คงตอบ โดยวิเคราะห์ (หรืออีกนัยหนึ่ง "มโน") ประกอบกับอ้างจากคำพูดของผู้บริหารสโมสร ได้ว่า

"ชัยนาท ฮอร์นบิล" จะลงทำการแข่งขันในฤดูกาล 2017 ไม่ว่าจะในลีกใดก็ตาม อาจจะปรับขนาดทีมให้เล็กลง (จากที่เคยลงทะเบียนนักเตะเต็มอัตรา)

ในส่วนของอายุเฉลี่ยของนักเตะ ไม่แน่ใจว่าจะลดลงหรือไม่ เพราะเท่าที่เห็น ก็ยังเป็นการใช้งานนักเตะประสบการณ์สูงผสมผสานกับดาวรุ่ง


สปอนเซอร์ยังให้การสนับสนุนอยู่ เพียงแต่งบประมาณในการทำทีมอาจจะถูกตัดทอนลงไป

และ "ชัยนาท ฮอร์นบิล" จะเข้าร่วมการแข่งขันในโลโก้ใหม่ (ได้รับการอนุมัติจากสมาคมเรียบร้อยแล้ว) และในคอนเซปท์ "รีบอร์น" หรือ "กำเนิดใหม่"






ใส่รายละเอียดเพิ่มเติมในส่วนของโลโก้ใหม่เล็กน้อย เป้าหมายคือปรับให้ดูดุดัน เปลี่ยนเป็นหันหน้าไปทางขวา (ความก้าวหน้า) ไม่มีกรอบ (ความอิสระ)




ข้อมูลทั้งหมดในกระทู้ อาจจะไม่เป๊ะ แต่ก็ประมาณนี้แหละ

(กระทู้เร่งรีบ รีบเขียน รีบโพสต์ อ่านข้อมูลต้นเรื่องคร่าวๆรอบเดียว ไม่ได้เก็บข้อมูลโดยละเอียด ใครสนใจประเด็นไหน ติดตามเพิ่มเติมด้วยตนเองละกัน)



ยัง !!! กระทู้ยังจบไม่ได้ เพราะยังไม่ได้เวิ่นเว้อ มีต่อด้านล่าง

v
v
v
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่