ลองนึกดูว่าถ้าวันนี้บ้านเราค่าไฟแพงขึ้นสัก 3-4 เท่า ชีวิตประจำวันเราจะเปลี่ยนไปยังไงบ้าง
เริ่มตั้งแต่ตื่นนอนเลยละกัน ตื่นมาล้างหน้าแปรงฟัน อาบน้ำอุ่นก็ต้องคิดก่อน ชงกาแฟ ปิ้งขนมปัง ไหนจะหุงข้าวอีก ต้องใช้ไฟฟ้าทั้งนั้น ออกจากบ้านขึ้นรถไฟฟ้าก็เจออีก ถึงออฟฟิศเปิดแอร์ ต้องคิดแล้วคิดอีก เปิดคอมทำงาน ถ่ายเอกสาร พรีเซนต์งาน ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีกเยอะ ตอนค่ำจะเปิดไฟสักดวงสองดวงให้บ้านสว่างปลอดภัย ก็แลกมาด้วยค่าไฟแสนแพง จนไม่กล้าใช้กันเลย
โลกนี้ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ หรอก จะโลกสวยมาใช้พลังงานสะอาดร้อยเปอร์เซนต์ก็ต้องจ่ายค่าไฟแพงหูฉีก รับกันไหวไหมกับค่าไฟที่จะแพงขึ้นลิบลิ่ว เคยจ่ายกันอยู่ 3 บาทกว่าๆ นี่ล่อปาขึ้นไปยูนิตละเฉียด 10 บาท
ก็ตามนั้นแหละครับคุณผู้ชม บุญของประเทศเราจริงๆ ที่ยังมีกลุ่ม NGOs ที่คัดค้านไปเรื่อย รู้นะว่ามีข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีถ่านหินสะอาดว่าในโลกนี้เค้าไปถึงไหนกันแล้ว แต่ตีมึนทำเป็นเบลอๆ บอกว่าถ่านหินสกปรกเป็นตัวร้าย ต้านถ่านหินหัวชนฝากันอยู่ ทั้งๆ ที่ลึกๆ ก็รู้ดีว่าถ่านหินเป็นตัวที่ทำให้ค่าไฟถูก ทำให้เราได้เห็นความจริงอีกด้านกับสิ่งที่ NGOs พยายามบิดเบือนให้เราเชื่อ
ที่ต้องขอบคุณ NGOs ก็เพราะเป็นคนมาให้ข้อมูลสนับสนุนพลังงานทดแทนร้อยเปอร์เซนต์ แต่ตัวเองดันยังใช้ไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าถ่านหินอยู่ อ้าว...แบบนี้ก็แสดงว่าพลังงานทดแทนมันเวิร์คหรือไม่ถามใจตัวเองดู
อยากโลกสวยตามกระแส มีชีวิตไฮโซแต่โลว์รายได้อย่างบ้านเรา จะมามัวติดหรูแต่ไม่มีตังค์กินข้าวกันก็คงจะไม่ได้ วันนี้ให้แข่งกับลาว เขมร เวียดนามยังจะไม่ไหวเลย
ถ้าอยากกินข้าวแกงจานละ 100 เร็วๆ ก็ต้องเชื่อตาม NGOs ให้เจ็บกระดองใจเล่นน่ะใช่เลย เพราะนอกจากพลังงานสะอาดจะทำให้โลกสวยแล้ว ยังช่วยถีบค่าไฟพุ่งทะยานบานไม่หุบ วันนี้ยังไม่เจอกันกับตัว แต่คนที่ก้มหน้ารับกรรมไม่ใช่ใครก็ลูกหลานเราในรุ่นต่อไปกันทั้งนั้น งามไส้ไหมล่ะ NGOs ไทย ทำไมทำกันแบบนี้ ไหวมั้ย???
บุญแค่ไหนที่ประเทศไทยยังมี NGOs ???
เริ่มตั้งแต่ตื่นนอนเลยละกัน ตื่นมาล้างหน้าแปรงฟัน อาบน้ำอุ่นก็ต้องคิดก่อน ชงกาแฟ ปิ้งขนมปัง ไหนจะหุงข้าวอีก ต้องใช้ไฟฟ้าทั้งนั้น ออกจากบ้านขึ้นรถไฟฟ้าก็เจออีก ถึงออฟฟิศเปิดแอร์ ต้องคิดแล้วคิดอีก เปิดคอมทำงาน ถ่ายเอกสาร พรีเซนต์งาน ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีกเยอะ ตอนค่ำจะเปิดไฟสักดวงสองดวงให้บ้านสว่างปลอดภัย ก็แลกมาด้วยค่าไฟแสนแพง จนไม่กล้าใช้กันเลย
โลกนี้ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ หรอก จะโลกสวยมาใช้พลังงานสะอาดร้อยเปอร์เซนต์ก็ต้องจ่ายค่าไฟแพงหูฉีก รับกันไหวไหมกับค่าไฟที่จะแพงขึ้นลิบลิ่ว เคยจ่ายกันอยู่ 3 บาทกว่าๆ นี่ล่อปาขึ้นไปยูนิตละเฉียด 10 บาท
ก็ตามนั้นแหละครับคุณผู้ชม บุญของประเทศเราจริงๆ ที่ยังมีกลุ่ม NGOs ที่คัดค้านไปเรื่อย รู้นะว่ามีข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีถ่านหินสะอาดว่าในโลกนี้เค้าไปถึงไหนกันแล้ว แต่ตีมึนทำเป็นเบลอๆ บอกว่าถ่านหินสกปรกเป็นตัวร้าย ต้านถ่านหินหัวชนฝากันอยู่ ทั้งๆ ที่ลึกๆ ก็รู้ดีว่าถ่านหินเป็นตัวที่ทำให้ค่าไฟถูก ทำให้เราได้เห็นความจริงอีกด้านกับสิ่งที่ NGOs พยายามบิดเบือนให้เราเชื่อ
ที่ต้องขอบคุณ NGOs ก็เพราะเป็นคนมาให้ข้อมูลสนับสนุนพลังงานทดแทนร้อยเปอร์เซนต์ แต่ตัวเองดันยังใช้ไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าถ่านหินอยู่ อ้าว...แบบนี้ก็แสดงว่าพลังงานทดแทนมันเวิร์คหรือไม่ถามใจตัวเองดู
อยากโลกสวยตามกระแส มีชีวิตไฮโซแต่โลว์รายได้อย่างบ้านเรา จะมามัวติดหรูแต่ไม่มีตังค์กินข้าวกันก็คงจะไม่ได้ วันนี้ให้แข่งกับลาว เขมร เวียดนามยังจะไม่ไหวเลย
ถ้าอยากกินข้าวแกงจานละ 100 เร็วๆ ก็ต้องเชื่อตาม NGOs ให้เจ็บกระดองใจเล่นน่ะใช่เลย เพราะนอกจากพลังงานสะอาดจะทำให้โลกสวยแล้ว ยังช่วยถีบค่าไฟพุ่งทะยานบานไม่หุบ วันนี้ยังไม่เจอกันกับตัว แต่คนที่ก้มหน้ารับกรรมไม่ใช่ใครก็ลูกหลานเราในรุ่นต่อไปกันทั้งนั้น งามไส้ไหมล่ะ NGOs ไทย ทำไมทำกันแบบนี้ ไหวมั้ย???