ผูกพันหรือแค่....ขำๆ

กระทู้คำถาม
ก่อนอื่นผมขอเท้าความไปตอนที่ผมได้รู้จักกับน้องคนหนึ่ง(มันอาจจะยาวไปหน่อยนะครับ) ซึ่งเป็นน้องในสาขาของผมเอง ผมจำได้ว่าวันแรกที่คุยกันน้องเขาทักไลน์มาถามผม ว่าพี่ครับรับน้องสาขาเรานี้มันโหดไหม ผมก็ตกใจว่าผู้ชายคนนี้คือใครแล้วมาทักเราทำไม ผมเลยเอารูปดิสไลน์น้องไปถามในกลุ่มเพื่อนๆว่าผู้ชายคนนี้เป็นน้องสาขาผมรึเปล่า พอผมรู้ว่าเป็นน้องในสาขาผม ผมเลยตอบไปให้มันจบๆเพราะช่วงนั้นผมได้ออกทำกิจกรรมต่างจังหวัดซึ่งไม่ได้อยู่ไปเจอหน้าน้องที่มหาลัยเลยไม่รู้ว่าใครเป็นใคร  แล้วน้องเขาก็ชวนคุยบลาๆออกแนวกวนตีน มีถามผมว่าพี่เป็นเกย์ใช่ไหม รูปดิสยิ้มหวานจัง ตอนนั้นผมเองก็งงๆ ผมเลยบอกน้องเขาไปว่ากวนตีนแบบนี้รับน้องเจอกันแล้วน้องเขาเองก็บอกว่าได้พี่ จะได้รู้เหมือนกันว่าโหดเหมือนในไลน์รึเปล่า หลังจากวันแรกที่ผมคุยกับน้องเขาผมก็หายไปเลย จนมาถึงวันรับน้องที่เป็นวันแรกที่ผมได้เจอหน้าน้องเขาเป็นครั้งแรก ผมจำได้เลยว่าน้องมันมาไหว้ผมแล้วบอกว่าจำผมได้ป่าวพี่ที่คุยกันในไลน์เดือนที่แล้ว ผมเลยตอบน้องเขาไปว่าจำได้ดิว่ะ ซึ่งเอาจริงๆผมจำไม่ได้เลย จนต้องแอบไปเปิดไลน์ดูจนมาจำได้ว่าไอเด็กกวนตีนนี่เอง ผมเลยเข้าไปหาน้องมันแล้วบอกว่ากวนตีนแบบนี้ต้องโดนซะหน่อย ผมเลยเอาริบบิ้นมาผูกผมมันให้เป็นโบว์แล้วแต่งหน้ามันเลยโวยวายว่าไม่เอาเหมือนตุ๊ดเดี๋ยวผู้หญิงไม่มอง ผมเลยบอกน้องมันไปว่าห้ามให้หลุดถ้าหลุดโดน มันเลยบอกว่าโหดจริง ซึ่งนั้นเป็นครั้งแรกที่ผมได้ใกล้ชิดและเจอหน้าน้องเขา และหลังจากวันนั้นน้องมันก็ทักมาคุยกับผมเรื่อยๆในฐานะรุ่นน้องกับพี่ที่มหาลัยผมกับน้องเขาสนิทกัน จนมันมาขอให้ผมเป็นพี่เทคมัน นับตั้งแต่วันเจอกันครั้งแรกผมกับน้องเขาก็คุยกันได้ประมาณเดือนกว่าๆผมก็เริ่มรู้สึกคุยด้วยแล้วสบายใจกับน้องเขาเพราะน้องเขาเป็นคนอัธยาศัยดี เขากับคนอื่นง่ายและนิสัยส่วนมากมันก็คล้ายๆผม จนเพื่อนและพี่ๆบอกว่าพวกเหมือนกันมาก ซึ่งตอนนั้นผมไม่ได้รู้สึกกับน้องเขามากไปเกินพี่น้อง จนมาถึงเหตุการณ์ที่ทำให้ผมรู้สึกดีกับน้องเขาเกินกว่าน้อง คือวันนั้นเป็นวันแรกที่หนังเรื่อง Suicide squad เข้าโรงน้องเขาเลยชวนผมไปดูหนังเป็นเพื่อนน้องเขาผมเลยตกลงไปเพราะเบื่อๆถึงแม้ว่าตัวเองไม่ค่อยชอบการดูหนังในโรงและหนังประเภทนี้ก็ตามแต่ถือวาไปเดินเล่นสยามไปในตัว การดูหนังในวันนั้นทำให้ผมรู้สึกแปลกๆไปเลยเพราะเป็นครั้งแรกในการดูหนังกับน้องเขาและไปกินข้าวสองต่อสอง อีกทั้งน้องเขาทำตัวโครตไม่ปกติเหมือนที่อยู่มหาลัยทั้งอาการกิริยาคำพูดมันเปลี่ยนไปจนตอนดูหนังน้องเขาก็มาถามผมว่าหนาวไหม กินป่าวและก็มีการป้อนป็อปคอร์นให้ด้วยซึ่งทำให้ผมหลุดการโฟกัสหนังไปเลย และหลังจากการดูหนังในวันนั้นผมเองก็เริ่มรู้สึกได้ถึงความรู้สึกที่เปลี่ยนไปกับน้องเขาจนผมไปเล่ากับเพื่อนสนิทผม เพื่อนผมเลยตอบผมมาว่าก็รู้ว่ามันเป็นคนเฟรนด์ลี มันก็ปกติป่าวว่ะที่มันจะทำแบบนี้ ผมเลยบอกเพื่อนไปว่า เอ่อว่ะ กูลืมไปเลยว่าน้องกูมันอัธยาศัยดี แล้วผมกับน้องเขาก็คุยกันทุกวัน ถามเรื่องบลาๆในแต่ละวัน มีโทรบ้างนัดเจอบ้างเป็นบ้างวัน จนมาถึงวันที่ผมชวนน้องเขาไปกินข้าวและไปซื้อของที่สยามเป็นเพื่อน วันนั้นเราสองคนก็ไปกินข้าวและเดินเล่นตามปกติ จนมาถึงตอนที่ผมกำลังจะกลับผมเลยบอกน้องเขาไปว่างั้นแยกตรงนี้เลยละกันเพราะเราต้องขึ้นรถตรงนี้ไม่ใช่หรอเดี๋ยวรถติดอีกส่วนพี่ก็ขึ้นบีทีเอสเลย น้องเขาเลยบอกว่าไม่เป็นไรไปส่งพี่ก่อน ผมเลยบอกมันว่าแล้วแต่ถ้ากลับไปแล้วรถติดอย่ามาบ่นนะจะ จนกระทั้งถึงสถานีที่อนุสาวรีย์ในขณะที่เรากำลังเดินจนมาถึงทางแยกหน้า Jeffer ผมเลยบอกว่าส่งแค่นี้พอแล้วเดี๋ยวเดินกลับเองได้ น้องเขาเลยบอกว่าโอเคแล้วเจอกันน่ะ เลยก็น้อมตัวลงมาจูบหน้าผากผม อาการตอนนั้นผมวูบไปเลยเพราะมันไม่เคยคาดคิดว่าน้องเขาจะทำแบบนั้นท่ามกลางคนที่กำลังเดินบนสกายวอล์คพอตั้งสติได้ผมเลยบอกน้องมันว่าถ้าถึงบ้านอย่าทักมาบอกด้วย แล้วเราก็แยกกัน พอผมถึงห้องผมเลยทักไปบอกน้องเขาว่าถึงแล้วนะ แล้วน้องเขาก็บกว่าโอเคนี้รถติดแต่จะบ่นไม่ได้เดี๋ยวโดนด่า พอน้องเขาถึงบ้านเราก็คุยกันด้วยความที่ว่าผมรู้สึกงงๆกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และหลังจากวันนั้นผมกับน้องเขาก็ดูท่าที่จะไปในทางที่ดี เราคุยกันเกือบทุกวันและมีการนัดเจอกัน กินข้าวกันมาเรื่อยๆ ไปเที่ยวเล่นด้วยกัน จนมาถึงอีกวันหนึ่งคือวันที่ผมได้จัดงานเลี้ยงที่ห้องผม ในวันนั้นส่วนมากจะเป็นเพื่อนผมที่เป็นคอเหล้าและน้องเขาเพราะเพื่อนผมดันถูกชตากับน้องมันในเรื่องเกี่ยวกับการเล่นบอลเลยเพื่อนผมให้ชวนน้องเขามาในคืนนั้นก็ดูเหมือนจะไปด้วยดีผมและเพื่อนก็สนุกกับปาร์ตี้ส่วนน้องมันเองก็เละเทะเพราะไปเล่นเกมกับเพื่อนผมจนโดนเพียวไปหลายช็อต ผลที่ได้มาคือหัวราน้ำจนผมดูสภาพแล้วไปไม่ไหวเลยต้องลากมันไปห้องน้ำเพื่อให้มันอวกให้หมด ในขณะที่กำลังลูบหลังมันผมเลยบอกกับมันว่า คราวหน้าคราวหลังถ้าไม่ไหวก็บอกไม่ไหวอย่าทำห้าว สายอ่อนนี่หว่า มันเลยตอบกลับมาว่าใครอ่อนยังไหวเว้ย ผมเลยบอกมันว่าสภาพแบบนี้ยังกล้าบอกว่าไหว ยกมือยังไม่ได้เลย น้องมันเลยบอกว่าไม่เชื่อใช่ป่ะ งั้นดูนี่ แล้วมันคอดึงคอผมแล้วจูบปาก พร้อมบอกว่า เชื่อยังว่าไหว อารมณ์ตอนนั้นคือแบบใจผมไปแล้ว ทั้งช็อคและงงมาก ไม่รู้จะทำตัวยังไงต่อเลยได้แค่บอกมันว่าเสร็จยังรีบเข้าไปข้างไหนเหอะ พอน้องเขาจัดการทุกอย่างเรียบร้อยเราสองคนก็เข้าไปข้างไหนและบอกเพื่อนผมว่า ไม่ต้องให้มันกินแล้วมันเละล่ะให้มันนอนไปผมเลยบอกว่าไปนอนบนโซฟาไปและน้องเขาก็หลับไป จนกระทั้งผมและเพื่อนเริ่มไม่ไหวล่ะเราก็ต่างแยกย้ายไปนอนโดยที่บนเตียงผมเต็มไปด้วยเพื่อนผมและแฟนมันที่หลับตั้งแต่สองชั่วโมงแรก จะเหลือก็ตรงโซฟานี่แหละผมเลยทิ้งตัวไปนอนข้างน้องมันแต่คืนนั้นเราก็ไม่มีกันนะ555 ผมกับน้องเขาก็คุยกันโดยที่ผมรู้สึกชอบน้องเขาโดยที่ผมเองก็ไม่รู้ว่าน้องเขาคิดยังไงกับผม เพราะสิ่งที่น้องเขาทำ มันทำให้ผมคิดว่าน้องเขาเองก็รู้สึกดีเหมือนกัน เราสองคนก็คุยกันแบบนั้นเป็นระยะเวลา 2 เดือนกว่า จนมาถึงเดือนที่3ซึ่งเป็นเดือนเกิดของผมเอง โดยที่น้องเขาเคยบอกผมในตอนที่เรารู้จักกันแรกๆว่าวันเกิดเมื่อไหร่บอกผมด้วยนะ ผมจะซื้อของให้ผมเลยบอกว่าโอเคอย่าลืมเด็ดขาดสัญญากันแล้วนะเว้ย ถ้าผมจำไม่ผิดวันนั้นก่อนจะถึงวันเกิดผม4วัน ผมได้ไปข้าวสารกับรุ่นพี่ที่มหาลัยแล้วอยู่ๆน้องเขาก็ทักมาว่าอยากเมาไปด้วยได้ป่ะ ผมเลยบอกไปว่าถ้าอยากมาก็มาถึงแล้วโทรบอก ตอนนั้นผมไม่คิดว่าน้องเขาจะมาจริงๆเพราะมันมีหลายครั้งมากที่น้องเขาเคยบอกว่าจะมาแต่มันก็แค่อำเล่น จนผมเองก็คิดไปว่ามันคงอำเล่น แต่ในความเป็นจริงน้องเขามาจริง และคืนนั้นเองเราก็นั่งดื่มตามปกติจนแฟนพี่ที่มหาลัยมา ผมเลยแนะนำน้องเขาให้พี่รู้จักว่าชื่ออะไร พี่เขาเลยแซวว่าแฟนป่ะเนี่ย ผมเลยตอบพี่เขาใช่ ทำไมอ่าพี่ แล้วพี่เขาก็บอกว่าป่าวนึกว่าน้องหน้าคล้ายกันเชยๆ หลังจากนั้นเรานั่งกันได้สักพักผมก็ออกไปสูบบุหรี่ข้างนอกสักพักน้องเขาก็ตามมา พร้อมมาหยิบบุหรี่จากมือผมแล้วก็เหยียบมันทิ้งเฉย พร้อมกับบอกผมว่าสูบเยอะไปไหมแล้วก็โยงไปกับประโยคคำถามที่ว่า ”ที่บอกกับพี่เมื่อกี่เรื่องจริงหรือขำๆ” ผมเลยตอบว่าถ้าจริงอ่ะ น้องมันเลยบอกว่าถ้าจริงก็ไม่เป็นไรแต่ผมขอบอกอะไรอย่างหนึ่งนะ ผมยังไม่พร้อมที่จะมีใครยังสนุกกับการใช้ชีวิตแบบสันโดษอยู่ ผมเลยบอกน้องไปว่าโอเค เอาที่น้องสบายใจ พอจบเรื่องคืนนั้น ก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นผมกับน้องก็คุยกันปกติ จนมาถึงวันเกิดผมในเฟสบุ๊คของผมนั้นก็ครึกครื้นด้วยคำอวยพรจากพี่และน้อง แต่ผมเองในวันนั้นก็รอแค่น้องเขาคนเดียว รอว่าเมื่อไหร่จะมาอวยพรและไหนที่สัญญาที่เคยบอก และผลปรากฏว่าน้องเขากลับไม่มาอวยพรและไม่ทำตามสัญญา ยอมรับเลยว่าคืนนั้นเป็นคืนวันเกิดที่แย่มากตั้งแต่ที่เคยมีมาจนผมรอไหว ผมเลยทักไปถามน้องเขาเลยว่า ไม่คิดที่จะมาอวยพรเลยใช่ไหม แล้วไหนที่บอกว่าวันเกิดจะมาไง มันคืออะไรว่ะ คำตอบที่ผมได้คือ ทำไมมันต้องไป มันสำคัญขนาดนั้นเลยหรอ ขนาดพ่อแม่พี่ของน้องเขา เขายังไม่ไปเลย มันทำให้ผมมืดสนิทและกลั้นน้ำตาไม่ไหว พร้อมบอกน้องเขาว่าทำไมผมถึงรอแค่น้องเขา และบอกถึงความรู้สึกที่มีต่อน้องเขา จนพี่และเพื่อนบอกต่างเป็นเดียวกันว่า “พอได้แล้ว จบแค่นี้ วันนี้ มันเคลียร์ตั้งแต่คืนนั้นแล้วที่มันบอกว่ายังไม่พร้อมที่จะมีใคร  ทั้งที่สิ่งที่มันทำกับมันเหมือนสิ่งที่คนรักทำกัน พี่น้องเขาไม่ทำกันแบบนี้ “ หลังจากวันนั้นผมกับน้องเขาก็ห่างกันโดยที่ผมเองก็ไม่รู้ว่าที่ผ่านน้องเขาคิดยังไงกับผมกันแน่ เจอกันที่มหาลัยต่างคนต่างหลบหน้า ตั้งแต่วันนั้นก็ผ่านมา 2 เดือนกว่า ที่ผมไม่ได้คุยกับน้องเขา จนมาถึงอาทิตย์ที่ผ่านมาน้องเขาก็ทักมาและคุยกันปรึกษากันบ้าง คือตอนนี้ผมไม่รู้ว่าจะเอาไงต่อดี และที่ผ่านมาน้องเขาคิดยังไงกับผมกันแน่หรือเรื่องทุกอย่างผมคิดเองแค่ฝ่ายเดียว ผมควรทำไงดีครับ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่