จริงหรือ??พบเชื้อไวรัสที่ร้ายกว่าเอดส์ทำให้เด็ก 7 ขวบ เสียชีวิตใน 12 ชั่วโมง

น้องอายุ 7 ขวบ ไม่มีโรคประจำตัว ร่างกายแข็งแรงปกติทุกอย่าง น้องไปหาหมอด้วยอาการอาเจียน และหมอให้นอน รพ. เวลา 18.00 น. หมอให้ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย(เซป3) 100 กรัม ในครั้งแรก ต่อมาน้องบ่นปวดท้องหมอจึงให้ยาเคลือบกระเพาะทาน หลังจากทานน้องอาเจียนออกมา หมอจึงเปลี่ยนเป็นการให้ยาทางสายน้ำเกลือแทน หลังจากให้ยาน้องมีอาการอ่อนเพลีย ปากแห้ง และความดันต่ำต่อเนื่อง หมอจึงย้ายน้องมาห้อง ไอ.ซี.ยู  เวลา 03.00 น. อาการของน้องไม่ดีขึ้น ริมฝีปากแห้ง น้องบ่นหิวน้ำตลอดทั้งๆที่ให้น้ำเกลือตลอดเวลา และความดันต่ำต่อเนื่องตลอด จนน้องเกิดอาการช็อค และเสียชีวิตลง หมอแจ้งแต่เพียงว่าน้องมีการติดเชื้อไวรัส ทั้งๆที่หมอก็หาเชื้อไวรัสไม่เจอ เราจึงสงสัยการให้ยาของหมอ เพราะข้อห้ามของการให้ยาฆ่าเชื้อ(เซป3)คือห้ามมีการให้ร่วมกันกับยาที่มีส่วนผสมของแคลเซียม(ยาเคลือบกระเพาะ),แคลเซียมกลูโคเนต ภายใน 48 ชั่วโมง ตามฉลากยา ซึ่งจะมีผลอาจทำให้ยาเกิดการตกตะกอนในร่างกายได้ จึงเกิดคำถามขึ้นว่า น้องเสียชีวิตเนื่องจากมีการติดเชื้อไวรัส หรือ เกิดจากการให้ยากันแน่
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่