โลกออนไลน์ : ยาพิษ หรือขุมทรัพย์ อยู่ที่ว่าจะมองมุมไหน

กระทู้สนทนา
cr.https://plus.google.com/+5wprcomm

ไม่รู้เพราะสังคมบังคับเราให้เสพติดความรุนแรง หรือจำเป็นต้องเผชิญข่าวแง่ลบกันจนชินชากันแน่นะครับ
อะไรก็ตามบนหน้าหนังสือพิมพ์มักจะเป็นข่าวแง่ลบ ความล้มเหลว การได้เสพความทุกข์คนอื่นดูเหมือนจะกลายเป็นเรื่องปกติ
มีผู้เขียนท่านหนึ่งเคยกล่าวไว้ว่า "ผมเลือกจะเปิดหนังสือพิมพ์หน้ากีฬาก่อน เพราะมันมีแต่ข่าวของคนที่ประสบความสำเร็จ"
แต่กลับกัน พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งของเรานั้น หนักไปทางอะไรที่ไม่เจริญหูเจริญตาเท่าไหร่นัก

เมื่อกลับมาพิจารณาปัญหาเกี่ยวกับสังคมออนไลน์จะพบข่าว เช่น
"โรงเรียนออกนโยบายยึดโทรศัพท์ระหว่างวัน ป้องกันเด็กติดโซเชียลเน็ตเวิร์ค"
"เด็กพัฒนาช้า เหตุติดโซเนียลอย่างหนัก"
"ลูกน้อยติดแทปเลต ปัญหาของพ่อแม่ยุคใหม่"

มันง่ายนะครับ ที่จะหาอะไรทำนองนี้มาเสพ เมื่อมองไปทางไหนเราก็จะพบความเลวร้ายของโลกออนไลน์เสมอ
บ้างก็สะท้อนสังคม บ้างก็ชี้นำสังคม ไม่ว่าจะด้วยอะไรก็ตาม ข่าวสารต่าง ๆ ทำให้มันเหมือนมอมเมาเยาวชนของเราอย่างน่ากลัว
และก็มีบ้างที่มาจากผู้คนในสังคมด้วยกันเอง เช่น

"ลูกอยู่ ป.6 แต่คุณครูสั่งให้หาการบ้านทางอินเตอร์เน็ต หารูป หาข่าว มันสมควรหรอครับ?"
"อาจารย์สั่งการบ้านผ่านเฟซบุ๊ค แบบนี้สมควรไหมคะ?"


ก่อนจะเครียดกันมากไปกว่านี้ ผมอยากนำเสนอว่า โลกอินเตอร์เน็ตที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้
มันเป็นคลังความรู้ขนาดใหญ่ มันกว้างไกลอย่างไม่มีขอบเขต หากมันมีโทษ มันก็ต้องมีคุณเช่นกัน

ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไม การพูดถึงมันในแง่ลบ ถึงง่ายดายกว่าแง่บวกมากนัก

เมื่อก่อน เราจะหาข้อมูลอะไร ก็ต้องไปห้องสมุด ถามบรรณารักษ์ว่าหมวดหมู่สิ่งที่เราต้องการหานั้น
อยู่ชั้นวางไหน ตัวอักษรหมวดใด ระบุตำแหน่งเพื่อมากรีดทีละเล่ม ให้ได้ในสิ่งที่เราต้องการ
แต่นาทีนี้ หากเทียบความรู้ของห้องสมุดคงเป็นแค่คลองสายหนึ่ง เพียงแค่คุณหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา
คุณจะได้พบข้อมูลที่ยิ่งใหญ่กว่ามหาสมุทรอยู่ในมือตัวเอง ไม่ว่าที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้ตามต้องการ

ตัวผมเองทุกวันนี้ ก็หาข้อมูลต่าง ๆ ได้จากอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าจะกูเกิล เฟซบุ๊ค หรืออะไรก็ตามเท่าที่โทรศัพท์จะอนุญาต
ไม่เห็นว่าการใช้โลกออนไลน์ของผมจะมีปัญหาแต่อย่างใด กลับกันมันทำให้ชีวิตผมง่ายมากขึ้นด้วยซ้ำ

กลับมาที่พาดหัวข่าวข้างต้น ผู้ปกครอง ครูอาจารย์ รวมถึงหลักสูตรการศึกษากำลังประสบปัญหา Future Shock
เพราะไม่สามารถหมุนตัวเองให้ตามทันเทคโนโลยีได้ กระทั่งตามความคิดเด็กสมัยนี้ยังไม่ทัน

พ่อแม่หลายคนกลัวลูก ๆ จะติดเกม จึงเลือกที่จะห้ามอย่างเด็ดขาด หรือจำกัดเวลาเล่น
แต่จะดีกว่าไหมครับ หากเราสอนให้เขาเรียนรู้ที่จะใช้อย่างถูกวิธี
ฝึกให้ใช้ และไม่ให้ใช้ ปล่อยให้เขาฝึกใช้วิจารณญาณตามที่ตัวเขาเองเห็นว่าสมควร

ครูอาจารย์ทำไมต้องให้เราท่องจำอะไรมากมาย เมื่อเราสามารถหาทุกอย่างได้จากโลกอินเตอร์เน็ต
เราจะจำปีพ.ศ. หรือ ค.ศ. ที่ยาก วุ่นวาย และซับซ้อนทำไม ในเมื่อเพียงทัช หรือคลิกทีเดียว ก็สามารถบันดาลทุกอย่างมาได้
ข้อสอบท่องจำก็เช่นกัน มันจำเป็นหรอครับ ที่ต้องมานั่งท่องเป็นนกแก้วนกขุนทอง
เปลี่ยนการสอบท่องจำ เป็นการสอบโดยการหาความรู้ในอินเตอร์เน็ตไม่ดีกว่าหรอ ในเมื่อมันสามารถมาประยุกต์ใช้ได้จริงมากกว่า

ทุกอย่างมันมีข้อดี และข้อเสียครับ แต่ข้อเสียของมัน คงมีคนพูดแทนผมไปเยอะแล้ว
โลกเราหมุนไปไกลมากจากยุคที่เราเกิด การปรับตัวเข้ากับมันเป็นสิ่งสำคัญ
แต่ที่สำคัญกว่านั้น คือเราสามารถใช้ประโยชน์จากมันได้มากเท่าที่เราต้องการครับ

ทำไมเราต้องปิดกั้นมหาสมุทร และบังคับให้เด็กพายเรือในคลองเล็ก ๆ แค่เพราะเรากลัวจะควบคุมไม่ได้
เราเปลี่ยนเป็นสอนขับเรือให้ถูกต้องบนน้ำทะเลน่าจะดีกว่านะครับ

ผมเพิ่งเริ่มทำเพจสำหรับพูดคุย อยากได้กำลังใจ และคำติชมจากทุกคนนะครับ
เพจ : โตแล้วคุยอะไรก็ได้
https://www.facebook.com/TalksWithKaowPong/

อมยิ้ม07อมยิ้ม07อมยิ้ม07อมยิ้ม07อมยิ้ม07อมยิ้ม07อมยิ้ม07อมยิ้ม07อมยิ้ม07
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่