สวัสดียามเช้าวันจันทร์ วันทำงานวันแรกของสัปดาห์ ครับ พี่ๆ น้องๆ ขาว ขาS และ ขา L และ ชาว Put,Call Option ทุกๆท่าน
เมื่อวานศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนี SET index ยังคงเคลื่อนไหวแกว่งตัวในกรอบแคบๆ (1586 - 1592 จุด) โดยตลาดยังคงรอปัจจัยใหม่ๆ
เข้ามาหนุนนำ อาทิเช่น การประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น BOJ ที่จะเกิดขึ้นวันที่ 31 มกราคมนี้ ว่าจะมีอะไรเซอไพร้ อีกหรือไม่
และการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ FOMC ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 2 กุมภาพันธ์นี้ ว่าจะส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยเมื่อไรบ้าง
ดังนั้นจึงทำให้ดัชนี ตลาดหุ้นไทย SET index ปิดตัวไปที่ระดับ 1590 จุด -0.20 จุด วันนี้มาติดตามกันต่อ ว่าดัชนี จะสามารถ
พุ่งทะยานยืนเหนือ 1600 จุด ได้หรือไม่
Fundamental
เอเชียเช้านี้ ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวเปิดวันนี้ร่วงลงเกือบ 100 จุด จากแรงเทขายทำกำไรภายหลังจากนิกเกอิทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่ง
ในช่วง 3 วันทำการก่อนหน้านี้ สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิเปิดลดลง 96.12 จุด หรือ -0.49% แตะที่ 19,371.28 จุด
ราคาหุ้นที่ปรับตัวลง นำโดยหุ้นกลุ่มประกันภัย กลุ่มไฟฟ้าและก๊าซ และกลุ่มเคมี
"ฝั่งสหรัฐ" ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อวันศุกร์ (27 ม.ค.) ท่ามกลางภาวะการซื้อขายที่ผันผวน หลังจากมีรายงานว่าผลิตภัณฑ์
มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 4/2559 ของสหรัฐขยายตัวต่ำกว่าคาดการณ์ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากผลประกอบการของ
บริษัทจดทะเบียนบางแห่ง ขณะที่นักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายและรอดูการพบปะกันของนายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ แห่งอังกฤษ และประธานาธิบดี
โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ที่ทำเนียบขาว
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 20,093.78 จุด ลดลง 7.13 จุด หรือ -0.04%
ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 5,660.78 จุด เพิ่มขึ้น 5.60 จุด หรือ +0.10%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,294.69 จุด ลดลง 1.99 จุด หรือ -0.09%
ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดอ่อนแรงลงหลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขประมาณการเบื้องต้นของการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ประจำไตรมาส 4 อยู่ที่ระดับ 1.9% โดยต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 2.2% เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของการส่งออก และการใช้จ่ายของผู้บริโภค
เมื่อพิจารณาทั้งปี 2016 เศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัวเพียง 1.6% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2011 และลดลงจากระดับ 2.6%
ในปี 2015นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ เช่น เครื่องบิน รถยนต์ และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มีอายุ
การใช้งานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป ร่วงลง 0.4% ในเดือนธ.ค. โดยได้รับผลกระทบจากอุปสงค์ที่ดิ่งลงสำหรับเครื่องบิน
หุ้นสตาร์บัคร่วงลง 4% หลังจากบริษัทเปิดเผยยอดขายที่น้อยกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ขณะที่หุ้นเชฟรอน ดิ่งลง 2.4% หลังจากบริษัท
เปิดเผยผลประกอบการที่ต่ำเกินคาดเช่นกัน
หุ้นอัลฟาเบท ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล ดิ่งลง 1.1% แม้ว่าบริษัทสามารถทำรายได้เพิ่มขึ้นถึง 22% ในไตรมาส 4 แตะที่ระดับ 2.61 หมื่นล้านดอลลาร์ และรายได้สุทธิ 5.3 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 8%
หุ้นอเมริกัน แอร์ ไลน์ ร่วงลง 5.3% ขณะที่หุ้นคอลเกต-ปาล์มโอลีฟ ร่วงลง 5.2% หลังจากทั้งสองบริษัทเปิดเผยผลประกอบการที่น้อยกว่าตัวเลขคาดการณ์
ส่วนหุ้นไมโครซอฟท์ ปรับตัวขึ้น 2.4% หลังจากบริษัทเปิดเผยตัวเลขรายได้รายไตรมาส ปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะ 2.607 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็น
กำไรต่อหุ้น 83 เซนต์ ซึ่งเหนือกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะมีรายได้ 2.53 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นกำไรต่อหุ้น 79 เซนต์
นักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายและรอดูการเจรจาการค้าในระหว่างการพบปะกันของนายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ ของอังกฤษ และประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ที่ทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตัน ดีซี ซึ่งนางเทเรซา เมย์ ถือเป็นผู้นำจากต่างประเทศคนแรกที่ได้เดินทางเยือนสหรัฐและเข้าพบ
ทรัมป์อย่างเป็นทางการ ภายหลังจากที่ทรัมป์เข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี
ทั้งนี้ คาดว่านอกจากประเด็นการค้าแล้ว ผู้นำทั้ง 2 ประเทศจะหารือกันถึงเรื่องความมั่นคงและความร่วมมือด้านข่าวกรอง ตลอดจนอนาคตของ
องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต้) ด้วยเช่นกัน
นักลงทุนจับตาการประชุมของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ในสัปดาห์นี้ และรอดูผลประกอบการของบริษัท
จดทะเบียนรายใหญ่ ซึ่งรวมถึงเฟซบุ๊ก และแอปเปิล อิงค์ ซึ่งจะมีการเปิดเผยในสัปดาห์นี้เช่นกัน
"ฝั่งยุโรป" ตลาดหุ้นยุโรปปิดแดนลบเมื่อคืนนี้ (27 ม.ค.) จากแรงขายหุ้นกลุ่มธนาคาร หลังยูบีเอส กรุ๊ป ของสวิตเซอร์แลนด์ รายงานผลประกอบการที่สร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุน
ดัชนี Stoxx Europe 600 ลดลง 1.12 จุด หรือ 0.30% ปิดที่ 366.38 จุด
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสลดลง 27.26 จุด หรือ 0.56% ปิดที่ 4,839.98 จุด
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันลดลง 34.36 จุด หรือ 0.29% ปิดที่ 11,814.27 จุด
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นอังกฤษเพิ่มขึ้น 23.00 จุด หรือ 0.32% ปิดที่ 7,184.49 จุด
ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวขึ้นคึกคักในช่วงสามวันที่ผ่านมา จากแรงซื้อหุ้นกลุ่มธนาคาร ประกอบกับนักลงทุนมีมุมมองที่เป็นบวกต่อการลงทุนในตลาดหุ้น
หลังจากดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กพุ่งขึ้นทะลุแนวต้านที่ระดับ 20,000 จุดเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งตลาดหุ้นนิวยอร์ก โดยหุ้นยุโรปได้อานิสงส์
จากความเคลื่อนไหวดังกล่าวและพุ่งขึ้นถึง 1.3% ปิดที่ระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 ปีเมื่อวันพุธที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม หุ้นยุโรปกลับมาปรับตัวลงในวันศุกร์ หลังจากที่หุ้นแบงก์อ่อนแรง นำโดยหุ้นยูบีเอส ที่ร่วงลง 4.5%
โดยธนาคารสัญชาติสวิสเปิดเผยว่า กำไรจากการดำเนินงานของธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง ลดลง 5% ในไตรมาสสี่ เมื่อเทียบกับในช่วงเดียวกันของ
ปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงต่อเนื่องสามไตรมาส แม้ผลกำไรสุทธิที่ลดลงแตะ 738 ล้านฟรังก์สวิส จะออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์
ไว้ก่อนหน้านี้ก็ตาม
สำหรับหุ้นแบงก์อื่นๆนั้น ยูนิเครดิต ของอิตาลี ลดลง 5.2% และคอมเมิร์ซแบงก์ ของเยอรมนี ลบ 0.9%
ด้านหุ้นเทสโก้พุ่งขึ้น 9.60% ขณะที่หุ้นบุคเกอร์ทะยานขึ้น 16.7% หลังเทสโก้ ซึ่งเป็นห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ที่สุดของอังกฤษ ประกาศทุ่มเงิน 3.7 พันล้านปอนด์ (4.64 พันล้านดอลลาร์) เพื่อซื้อกิจการของบริษัทบุคเกอร์ ซึ่งเป็นบริษัทค้าส่งอาหารรายใหญ่ นอกจากนี้ เทสโก้ยังเผยว่าบริษัทเตรียม
ที่จะเริ่มจ่ายเงินปันผลในปีงบการเงิน 2561
การซื้อกิจการบุคเกอร์จะทำให้เทสโก้สามารถรุกธุรกิจจัดส่งอาหารเข้าไปยังร้านอาหารและร้านกาแฟในอังกฤษ ซึ่งมีอัตราการขยายตัวมากกว่า
ตลาดของผู้บริโภคที่ซื้ออาหารมารับประทานที่บ้าน โดยที่ผ่านมา บุคเกอร์ได้จัดส่งอาหารให้แก่ร้านค้าต่างๆจำนวน 450,000 แห่ง ซึ่งรวมถึงเครือข่ายบริษัทต่างๆ ได้แก่ วากามามาส และคาร์ลุคซิโอ
ทั้งนี้ การทะยานขึ้นของหุ้นเทสโก้เป็นปัจจัยหนุนให้ดัชนีหุ้นลอนดอนปรับตัวขึ้นปิดแดนบวก สวนทางตลาดหุ้นอื่นๆในยุโรป
ขณะเดียวกัน นักลงทุนต่างรอดูการเจรจาการค้าในระหว่างการพบปะกันของนายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ ของอังกฤษ และประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์
ของสหรัฐ ที่ทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตัน ดีซี ซึ่งเมย์ถือเป็นผู้นำจากต่างประเทศคนแรกที่ได้เดินทางเยือนสหรัฐและเข้าพบทรัมป์อย่างเป็นทางการ
ภายหลังจากที่ทรัมป์เข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี
โดยนอกจากประเด็นการค้าแล้ว คาดว่าผู้นำทั้ง 2 ประเทศจะหารือกันถึงเรื่องความมั่นคงและความร่วมมือด้านข่าวกรอง ตลอดจนอนาคตขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต้) ด้วยเช่นกัน
Credit : สำนักข่าวอินโฟวเควสท์
Technical Analysis
SET index TF Day : ภายหลังจากวันพฤหัส ดัชนีได้พุ่งทะยานขึ้นไปทดสอบระดับ 1600 จุด ได้ไม่นานนัก ก็เผชิญกับ
แรงเทขายทำกำไรออกมา จนทำให้ปิดแท่งเทียนไปแบบ "Evening Star" ต่อมาวันศุกร์ ดัชนีก็ได้ย่อตัวลงมาเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ Indicator บางตัวได้เกิดสัญญาณ "Bearish Divergence" บ้างแล้ว ถ้าหากวันนี้ดัชนี
ไม่สามารถยืนเหนือ 1600 จุดได้ อาจจะมีการพักตัวลงมาก็เป็นได้
S50H17 TF Day : ภายหลังจากวันพฤหัส ดัชนีได้พุ่งทะยานขึ้นไปทดสอบระดับ 1000 จุด ได้ไม่นานนัก ก็เผชิญกับ
แรงเทขายทำกำไรออกมา จนทำให้ปิดแท่งเทียนไปแบบ "Evening Star" ต่อมาวันศุกร์ ดัชนีก็ได้ย่อตัวลงมาเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ Indicator บางตัวได้เกิดสัญญาณ "Bearish Divergence" บ้างแล้ว ถ้าหากวันนี้ดัชนี
ไม่สามารถยืนเหนือ 1000 จุดได้ อาจจะมีการพักตัวลงมาก็เป็นได้
TF60 : นับตั้งแต่วันพฤหัสที่ผ่านมา ดัชนี เปิด Gap ขึ้นมาทดสอบระดับ 1000 จุด แต่ไม่สามารถทะลุผ่านขึ้นไปได้
จึงย่อตัวลงมา และเคลื่อนไหวแกว่งตัวในกรอบ (991 - 999 จุด) ก็ต้องมาลุ้นกันว่าดัชนีจะเลือกไปในทิศทางใด
หากทะยานขึ้นไปยืนเหนือ 1000 จุดได้ ก็จะเป็นการยืนยันรูปแบบ "High and Tight Flag" พร้อมทะยาน
สู่ดวงดาวอันไกลโพ้น // แต่ถ้าหากหลุดระดับ 990 ลงมา ก็อาจจะกลายเป็นรูปแบบ Rectangle Top
เข้าสู่โหมดการพักฐาน อีกครั้ง ก็เป็นได้
Resistance 1000 1005 1010 / 1595 1600 1606
Support 990 985 980 / 1585 1580 1575
*EOD end of day
ผิดพลาดประการใดโปรดชี้แนะ
สำหรับพี่ๆ น้องๆ ที่ เล่น Put,Call Option ครับ ผมอาจจะไม่ ถนัดด้านนี้
แต่ ในกระทู้นี้ รับรองว่ามี จอมขมังเวทย์ Option เยอะครับ เชิญแชร์ iDea เจ๋งๆ เด็ดๆ / หรือข้อสงสัย สอบถามกันตามสบายเลยครับ
กู๊ดมอนิ่ง ชาว ขาS และ ขาL & ชาว Put,Call (30 Jan 17)
สวัสดียามเช้าวันจันทร์ วันทำงานวันแรกของสัปดาห์ ครับ พี่ๆ น้องๆ ขาว ขาS และ ขา L และ ชาว Put,Call Option ทุกๆท่าน
เมื่อวานศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนี SET index ยังคงเคลื่อนไหวแกว่งตัวในกรอบแคบๆ (1586 - 1592 จุด) โดยตลาดยังคงรอปัจจัยใหม่ๆ
เข้ามาหนุนนำ อาทิเช่น การประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น BOJ ที่จะเกิดขึ้นวันที่ 31 มกราคมนี้ ว่าจะมีอะไรเซอไพร้ อีกหรือไม่
และการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ FOMC ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 2 กุมภาพันธ์นี้ ว่าจะส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยเมื่อไรบ้าง
ดังนั้นจึงทำให้ดัชนี ตลาดหุ้นไทย SET index ปิดตัวไปที่ระดับ 1590 จุด -0.20 จุด วันนี้มาติดตามกันต่อ ว่าดัชนี จะสามารถ
พุ่งทะยานยืนเหนือ 1600 จุด ได้หรือไม่
Fundamental
เอเชียเช้านี้ ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวเปิดวันนี้ร่วงลงเกือบ 100 จุด จากแรงเทขายทำกำไรภายหลังจากนิกเกอิทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่ง
ในช่วง 3 วันทำการก่อนหน้านี้ สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิเปิดลดลง 96.12 จุด หรือ -0.49% แตะที่ 19,371.28 จุด
ราคาหุ้นที่ปรับตัวลง นำโดยหุ้นกลุ่มประกันภัย กลุ่มไฟฟ้าและก๊าซ และกลุ่มเคมี
"ฝั่งสหรัฐ" ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อวันศุกร์ (27 ม.ค.) ท่ามกลางภาวะการซื้อขายที่ผันผวน หลังจากมีรายงานว่าผลิตภัณฑ์
มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 4/2559 ของสหรัฐขยายตัวต่ำกว่าคาดการณ์ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากผลประกอบการของ
บริษัทจดทะเบียนบางแห่ง ขณะที่นักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายและรอดูการพบปะกันของนายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ แห่งอังกฤษ และประธานาธิบดี
โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ที่ทำเนียบขาว
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 20,093.78 จุด ลดลง 7.13 จุด หรือ -0.04%
ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 5,660.78 จุด เพิ่มขึ้น 5.60 จุด หรือ +0.10%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,294.69 จุด ลดลง 1.99 จุด หรือ -0.09%
ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดอ่อนแรงลงหลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขประมาณการเบื้องต้นของการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ประจำไตรมาส 4 อยู่ที่ระดับ 1.9% โดยต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 2.2% เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของการส่งออก และการใช้จ่ายของผู้บริโภค
เมื่อพิจารณาทั้งปี 2016 เศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัวเพียง 1.6% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2011 และลดลงจากระดับ 2.6%
ในปี 2015นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ เช่น เครื่องบิน รถยนต์ และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มีอายุ
การใช้งานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป ร่วงลง 0.4% ในเดือนธ.ค. โดยได้รับผลกระทบจากอุปสงค์ที่ดิ่งลงสำหรับเครื่องบิน
หุ้นสตาร์บัคร่วงลง 4% หลังจากบริษัทเปิดเผยยอดขายที่น้อยกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ขณะที่หุ้นเชฟรอน ดิ่งลง 2.4% หลังจากบริษัท
เปิดเผยผลประกอบการที่ต่ำเกินคาดเช่นกัน
หุ้นอัลฟาเบท ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล ดิ่งลง 1.1% แม้ว่าบริษัทสามารถทำรายได้เพิ่มขึ้นถึง 22% ในไตรมาส 4 แตะที่ระดับ 2.61 หมื่นล้านดอลลาร์ และรายได้สุทธิ 5.3 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 8%
หุ้นอเมริกัน แอร์ ไลน์ ร่วงลง 5.3% ขณะที่หุ้นคอลเกต-ปาล์มโอลีฟ ร่วงลง 5.2% หลังจากทั้งสองบริษัทเปิดเผยผลประกอบการที่น้อยกว่าตัวเลขคาดการณ์
ส่วนหุ้นไมโครซอฟท์ ปรับตัวขึ้น 2.4% หลังจากบริษัทเปิดเผยตัวเลขรายได้รายไตรมาส ปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะ 2.607 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็น
กำไรต่อหุ้น 83 เซนต์ ซึ่งเหนือกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะมีรายได้ 2.53 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นกำไรต่อหุ้น 79 เซนต์
นักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายและรอดูการเจรจาการค้าในระหว่างการพบปะกันของนายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ ของอังกฤษ และประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ที่ทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตัน ดีซี ซึ่งนางเทเรซา เมย์ ถือเป็นผู้นำจากต่างประเทศคนแรกที่ได้เดินทางเยือนสหรัฐและเข้าพบ
ทรัมป์อย่างเป็นทางการ ภายหลังจากที่ทรัมป์เข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี
ทั้งนี้ คาดว่านอกจากประเด็นการค้าแล้ว ผู้นำทั้ง 2 ประเทศจะหารือกันถึงเรื่องความมั่นคงและความร่วมมือด้านข่าวกรอง ตลอดจนอนาคตของ
องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต้) ด้วยเช่นกัน
นักลงทุนจับตาการประชุมของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ในสัปดาห์นี้ และรอดูผลประกอบการของบริษัท
จดทะเบียนรายใหญ่ ซึ่งรวมถึงเฟซบุ๊ก และแอปเปิล อิงค์ ซึ่งจะมีการเปิดเผยในสัปดาห์นี้เช่นกัน
"ฝั่งยุโรป" ตลาดหุ้นยุโรปปิดแดนลบเมื่อคืนนี้ (27 ม.ค.) จากแรงขายหุ้นกลุ่มธนาคาร หลังยูบีเอส กรุ๊ป ของสวิตเซอร์แลนด์ รายงานผลประกอบการที่สร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุน
ดัชนี Stoxx Europe 600 ลดลง 1.12 จุด หรือ 0.30% ปิดที่ 366.38 จุด
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสลดลง 27.26 จุด หรือ 0.56% ปิดที่ 4,839.98 จุด
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันลดลง 34.36 จุด หรือ 0.29% ปิดที่ 11,814.27 จุด
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นอังกฤษเพิ่มขึ้น 23.00 จุด หรือ 0.32% ปิดที่ 7,184.49 จุด
ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวขึ้นคึกคักในช่วงสามวันที่ผ่านมา จากแรงซื้อหุ้นกลุ่มธนาคาร ประกอบกับนักลงทุนมีมุมมองที่เป็นบวกต่อการลงทุนในตลาดหุ้น
หลังจากดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กพุ่งขึ้นทะลุแนวต้านที่ระดับ 20,000 จุดเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งตลาดหุ้นนิวยอร์ก โดยหุ้นยุโรปได้อานิสงส์
จากความเคลื่อนไหวดังกล่าวและพุ่งขึ้นถึง 1.3% ปิดที่ระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 ปีเมื่อวันพุธที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม หุ้นยุโรปกลับมาปรับตัวลงในวันศุกร์ หลังจากที่หุ้นแบงก์อ่อนแรง นำโดยหุ้นยูบีเอส ที่ร่วงลง 4.5%
โดยธนาคารสัญชาติสวิสเปิดเผยว่า กำไรจากการดำเนินงานของธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง ลดลง 5% ในไตรมาสสี่ เมื่อเทียบกับในช่วงเดียวกันของ
ปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงต่อเนื่องสามไตรมาส แม้ผลกำไรสุทธิที่ลดลงแตะ 738 ล้านฟรังก์สวิส จะออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์
ไว้ก่อนหน้านี้ก็ตาม
สำหรับหุ้นแบงก์อื่นๆนั้น ยูนิเครดิต ของอิตาลี ลดลง 5.2% และคอมเมิร์ซแบงก์ ของเยอรมนี ลบ 0.9%
ด้านหุ้นเทสโก้พุ่งขึ้น 9.60% ขณะที่หุ้นบุคเกอร์ทะยานขึ้น 16.7% หลังเทสโก้ ซึ่งเป็นห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ที่สุดของอังกฤษ ประกาศทุ่มเงิน 3.7 พันล้านปอนด์ (4.64 พันล้านดอลลาร์) เพื่อซื้อกิจการของบริษัทบุคเกอร์ ซึ่งเป็นบริษัทค้าส่งอาหารรายใหญ่ นอกจากนี้ เทสโก้ยังเผยว่าบริษัทเตรียม
ที่จะเริ่มจ่ายเงินปันผลในปีงบการเงิน 2561
การซื้อกิจการบุคเกอร์จะทำให้เทสโก้สามารถรุกธุรกิจจัดส่งอาหารเข้าไปยังร้านอาหารและร้านกาแฟในอังกฤษ ซึ่งมีอัตราการขยายตัวมากกว่า
ตลาดของผู้บริโภคที่ซื้ออาหารมารับประทานที่บ้าน โดยที่ผ่านมา บุคเกอร์ได้จัดส่งอาหารให้แก่ร้านค้าต่างๆจำนวน 450,000 แห่ง ซึ่งรวมถึงเครือข่ายบริษัทต่างๆ ได้แก่ วากามามาส และคาร์ลุคซิโอ
ทั้งนี้ การทะยานขึ้นของหุ้นเทสโก้เป็นปัจจัยหนุนให้ดัชนีหุ้นลอนดอนปรับตัวขึ้นปิดแดนบวก สวนทางตลาดหุ้นอื่นๆในยุโรป
ขณะเดียวกัน นักลงทุนต่างรอดูการเจรจาการค้าในระหว่างการพบปะกันของนายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ ของอังกฤษ และประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์
ของสหรัฐ ที่ทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตัน ดีซี ซึ่งเมย์ถือเป็นผู้นำจากต่างประเทศคนแรกที่ได้เดินทางเยือนสหรัฐและเข้าพบทรัมป์อย่างเป็นทางการ
ภายหลังจากที่ทรัมป์เข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี
โดยนอกจากประเด็นการค้าแล้ว คาดว่าผู้นำทั้ง 2 ประเทศจะหารือกันถึงเรื่องความมั่นคงและความร่วมมือด้านข่าวกรอง ตลอดจนอนาคตขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต้) ด้วยเช่นกัน
Credit : สำนักข่าวอินโฟวเควสท์
Technical Analysis
SET index TF Day : ภายหลังจากวันพฤหัส ดัชนีได้พุ่งทะยานขึ้นไปทดสอบระดับ 1600 จุด ได้ไม่นานนัก ก็เผชิญกับ
แรงเทขายทำกำไรออกมา จนทำให้ปิดแท่งเทียนไปแบบ "Evening Star" ต่อมาวันศุกร์ ดัชนีก็ได้ย่อตัวลงมาเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ Indicator บางตัวได้เกิดสัญญาณ "Bearish Divergence" บ้างแล้ว ถ้าหากวันนี้ดัชนี
ไม่สามารถยืนเหนือ 1600 จุดได้ อาจจะมีการพักตัวลงมาก็เป็นได้
S50H17 TF Day : ภายหลังจากวันพฤหัส ดัชนีได้พุ่งทะยานขึ้นไปทดสอบระดับ 1000 จุด ได้ไม่นานนัก ก็เผชิญกับ
แรงเทขายทำกำไรออกมา จนทำให้ปิดแท่งเทียนไปแบบ "Evening Star" ต่อมาวันศุกร์ ดัชนีก็ได้ย่อตัวลงมาเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ Indicator บางตัวได้เกิดสัญญาณ "Bearish Divergence" บ้างแล้ว ถ้าหากวันนี้ดัชนี
ไม่สามารถยืนเหนือ 1000 จุดได้ อาจจะมีการพักตัวลงมาก็เป็นได้
TF60 : นับตั้งแต่วันพฤหัสที่ผ่านมา ดัชนี เปิด Gap ขึ้นมาทดสอบระดับ 1000 จุด แต่ไม่สามารถทะลุผ่านขึ้นไปได้
จึงย่อตัวลงมา และเคลื่อนไหวแกว่งตัวในกรอบ (991 - 999 จุด) ก็ต้องมาลุ้นกันว่าดัชนีจะเลือกไปในทิศทางใด
หากทะยานขึ้นไปยืนเหนือ 1000 จุดได้ ก็จะเป็นการยืนยันรูปแบบ "High and Tight Flag" พร้อมทะยาน
สู่ดวงดาวอันไกลโพ้น // แต่ถ้าหากหลุดระดับ 990 ลงมา ก็อาจจะกลายเป็นรูปแบบ Rectangle Top
เข้าสู่โหมดการพักฐาน อีกครั้ง ก็เป็นได้
Resistance 1000 1005 1010 / 1595 1600 1606
Support 990 985 980 / 1585 1580 1575
*EOD end of day
ผิดพลาดประการใดโปรดชี้แนะ
สำหรับพี่ๆ น้องๆ ที่ เล่น Put,Call Option ครับ ผมอาจจะไม่ ถนัดด้านนี้
แต่ ในกระทู้นี้ รับรองว่ามี จอมขมังเวทย์ Option เยอะครับ เชิญแชร์ iDea เจ๋งๆ เด็ดๆ / หรือข้อสงสัย สอบถามกันตามสบายเลยครับ