ข้าราชการจะไม่ได้รับการอนุมัติให้ลาออกจากราชการในระหว่างถูกตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย
จนกว่าการสอบสวนจะเสร็จสิ้น
งานนี้ อุ้มกันเกินงาม คนอุ้มจะโดนมาตรา 157 เอาด้วยนะครับ
ตอนนี้ กำลังมีการปกป้องอุ้มชูช่วยเหลือกันเต็มที่
ด้วยการอ้างว่า ไม่ใช่การผิดวินัยร้ายแรง ไม่มีโทษที่สุดถึงจำคุก ยอมความกันเรียบร้อยแล้ว
ซึ่งกฎหมายเปิดช่องให้ไม่ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนก็ได้ (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน 2551 หมวด 7)
แค่แจ้งให้เจ้าตัวทราบ และชี้แจงข้อกล่าวหา ลงโทษสูงสุดเพียงลดขั้นเงินเดือน แล้วจบเรื่อง
และตอนนี้ กำลังจะหาทางลอดช่องนี้ อาจด้วยการลงโทษแค่ขั้นภาคทัณฑ์
แล้วก็ทำเรื่องลาออกจากราชการ (ตามที่เป็นข่าวว่า กลับถึงไทยจะทำเรื่องลาออก)
ลอยนวล
น่าเกลียดมากครับ
ที่มีความพยายามใช้เทคนิคทางข้อกฎหมายเพื่อช่วยเหลือกัน
พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน 2551 บัญญัติไว้ชัดครับ
ว่าการกระทำอันผิดวินัยร้ายแรง คืออย่างไร และการกระทำของรองอธิบดีก็เข้าข่ายเต็ม ๆ
มาตรา 85 (4)

ฉะนั้น เมื่อพิจารณาตามพฤติกรรม และข้อเท็จจริงของข้อกฎหมายแล้ว
เป็นอื่นไม่ได้เลยครับ นอกจากปลดออก หรือไล่ออก
นายวิษณุ เครืองาม ตอนแรกก็ให้สัมภาษณ์ว่า หากผิดจริง ก็มีโทษสองสถาน คือปลดออก กับ ไล่ออก
แต่ตอนหลัง กลับบอกว่า ขอความเป็นธรรมด้วย เพราะการลักทรัพย์ที่เกิดขึ้น
ญี่ปุ่นไม่ถือว่าเป็นคดีอาญา ไม่ใช่ฐานความผิดวินัยร้ายแรงตามระเบียบข้าราชการพลเรือน
งานนี้ หากอยากช่วยเหลือกัน ทำได้แค่ใช้มาตรา 97 ครับ (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน 2551)
คือมีเหตุอันควรลดหย่อน คุณงามความดีที่เคยรับราชการ แต่โทษก็ไม่น้อยกว่าปลดออก
ซึ่งยังมีสิทธิ์ได้รับบำเหน็จบำนาญเหมือนลาออกจากราชการ
ไม่ใช่จะอุ้มกันให้ลาออกได้ง่าย ๆ สบาย ๆ อย่างที่เป็นข่าว
การประพฤติชั่ว ที่เสื่อมเสียต่อเกียรติข้าราชการ และประเทศชาติ กระทบต่อความรู้สึกของสังคมขนาดนี้
หากยังบอกว่าไม่ถึงขั้นผิดวินัยร้ายแรง
ก็ตามสบายครับ เพราะอำนาจอยู่ในมือพวกท่าน ก็พิจารณาหาทางอุ้มกันไป
หากไม่อายประชาชน
เรื่องรองอธิบดี ตามระเบียบ ตามกฎหมายแล้ว ลาออกไม่ได้ ต้องปลดออกหรือไล่ออกเท่านั้น อย่าให้ประชาชนเอือมเลยครับ
จนกว่าการสอบสวนจะเสร็จสิ้น
งานนี้ อุ้มกันเกินงาม คนอุ้มจะโดนมาตรา 157 เอาด้วยนะครับ
ตอนนี้ กำลังมีการปกป้องอุ้มชูช่วยเหลือกันเต็มที่
ด้วยการอ้างว่า ไม่ใช่การผิดวินัยร้ายแรง ไม่มีโทษที่สุดถึงจำคุก ยอมความกันเรียบร้อยแล้ว
ซึ่งกฎหมายเปิดช่องให้ไม่ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนก็ได้ (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน 2551 หมวด 7)
แค่แจ้งให้เจ้าตัวทราบ และชี้แจงข้อกล่าวหา ลงโทษสูงสุดเพียงลดขั้นเงินเดือน แล้วจบเรื่อง
และตอนนี้ กำลังจะหาทางลอดช่องนี้ อาจด้วยการลงโทษแค่ขั้นภาคทัณฑ์
แล้วก็ทำเรื่องลาออกจากราชการ (ตามที่เป็นข่าวว่า กลับถึงไทยจะทำเรื่องลาออก)
ลอยนวล
น่าเกลียดมากครับ
ที่มีความพยายามใช้เทคนิคทางข้อกฎหมายเพื่อช่วยเหลือกัน
พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน 2551 บัญญัติไว้ชัดครับ
ว่าการกระทำอันผิดวินัยร้ายแรง คืออย่างไร และการกระทำของรองอธิบดีก็เข้าข่ายเต็ม ๆ
มาตรา 85 (4)
ฉะนั้น เมื่อพิจารณาตามพฤติกรรม และข้อเท็จจริงของข้อกฎหมายแล้ว
เป็นอื่นไม่ได้เลยครับ นอกจากปลดออก หรือไล่ออก
นายวิษณุ เครืองาม ตอนแรกก็ให้สัมภาษณ์ว่า หากผิดจริง ก็มีโทษสองสถาน คือปลดออก กับ ไล่ออก
แต่ตอนหลัง กลับบอกว่า ขอความเป็นธรรมด้วย เพราะการลักทรัพย์ที่เกิดขึ้น
ญี่ปุ่นไม่ถือว่าเป็นคดีอาญา ไม่ใช่ฐานความผิดวินัยร้ายแรงตามระเบียบข้าราชการพลเรือน
งานนี้ หากอยากช่วยเหลือกัน ทำได้แค่ใช้มาตรา 97 ครับ (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน 2551)
คือมีเหตุอันควรลดหย่อน คุณงามความดีที่เคยรับราชการ แต่โทษก็ไม่น้อยกว่าปลดออก
ซึ่งยังมีสิทธิ์ได้รับบำเหน็จบำนาญเหมือนลาออกจากราชการ
ไม่ใช่จะอุ้มกันให้ลาออกได้ง่าย ๆ สบาย ๆ อย่างที่เป็นข่าว
การประพฤติชั่ว ที่เสื่อมเสียต่อเกียรติข้าราชการ และประเทศชาติ กระทบต่อความรู้สึกของสังคมขนาดนี้
หากยังบอกว่าไม่ถึงขั้นผิดวินัยร้ายแรง
ก็ตามสบายครับ เพราะอำนาจอยู่ในมือพวกท่าน ก็พิจารณาหาทางอุ้มกันไป
หากไม่อายประชาชน