คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 1
ถ้าเป็นเอกสารของไทยอย่างเช่นพระราชพงศาวดารมีฉบับอยู่ในหอหลวงมาตั้งแต่สมัยโบราณ ถ้าศึกษาโดยละเอียดทั้งในเรื่องตัวฉบับฉบับ เนื้อหา อักขรวิธี จะพบว่ามีการชำระมาอย่างเป็นลำดับซึ่งบางฉบับมีตั้งแต่สมัยอยุทธยาจนช้าสุดสมัยรัชกาลที่ ๔ ไม่ใช่ของที่เพิ่งแต่งสมัยรัชกาลที่ ๕ ครับ และส่วนใหญ่ในปัจจุบันยังสามารถสอบทานต้นฉบับได้ในหอสมุดแห่งชาติ พระนครครับ
สำหรับหนังสือเกี่ยวกับไทยของต่างประเทศในสมัยนั้น สั่งมาจากต่างประเทศแล้วแปลเป็นภาษาไทย ซึ่งปัจจุบันก็มีฉบับต่างประเทศให้ศึกษาได้อย่างแพร่พลายทั่วไปครับ
ตัวหลักฐานพิจารณาโดยละเอียดแล้สแล้วไม่น่าเป็นสิ่งที่ถูกปลอมแปลงขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๕ เพราะในเนื้อหาเหตุการณ์ในหลักฐานประวัติศาสตร์ที่พบนั้น ถ้ามองอย่างเป็นกลางจะพบว่าการมีประวัติศาสตร์ยาวนานไม่ได้มีผลเอื้อต่อการช่วยเหลือไม่ให้รอดพ้นวิกฤติจากชาติอาณานิคมได้สักเท่าไหร่เลย แต่ถ้าจะบอกว่ามีสิ่งที่ช่วยได้ในระดับหนึ่ง น่าจะเป็นวิธีการศึกษาวิเคราะห์ ตีความ เนื้อหาทางประวัติศาสตร์ที่เป็นการตอบสนองบริบทของยุคสมัยโดยใช้มุมมองของ "ชาติ" สมัยนั้นมาประเมินสภาพสังคมในอดีตที่แสดงให้เห็นว่าสยามมีอารยธรรมยาวนาน มากกว่าจะมาจากตัวหลักฐานเองครับ
อย่างไรก็ตามต้องพิจารณาด้วยว่าในสมัยนั้นเพิ่งเป็นยุคบุกเบิกของการศึกษาประวัติศาสตร์ตามหลักวิชา หลักฐานต่างๆ ยังไม่พบมากเท่าในปัจจุบัน และบริบทของสังคมที่เผชิญหน้ากับชาติอาณานิคมในสมัยนั้นรวมถึงพื้นฐานของผู้ศึกษาประวัติศาสตร์ที่เป็นเจ้านายและข้าราชการสามารถส่งผลต่อการวิเคราะห์เนื้อหาในประวัติศาสตร์ได้สูง โดยอาจนำมุมมองของยุคสมัยตนไปตัดสินอดีตได้ (เช่นเดียวที่มีคนใช้มุมมองปัจจุบันนี้ไปตัดสินอดีต) จึงไม่ประหลาดที่ประวัติศาสตร์ในสมัยนั้นจะออกมาในแนวทางที่เรียกกันว่า "ราชาชาตินิยม" ครับ
สำหรับการวิเคราะห์ประวัติศาสตร์ในยุคนั้น ผมสันนิษฐานควรเป็นบริบททางสังคมของยุคสมัยที่ส่งผลต่อวิธีการการวิเคราะห์ มากกว่าจะเป็นการจงใจที่จะ 'เมค' เรื่องขึ้นครับ
เรื่องการเสาะหาหลักฐานทางประวัติศาสตร์สมัยรัชกาลที่ ๕ ได้มีการนำหนังสือไทยที่มีมาแต่ก่อนจากหอมนเทียรธรรม หอพระสมุดวชิรญาณ และหอพุทธศาสนสังคหะรวมกันตั้งเป็น "หอพระสมุดวชิรญาณสำหรับพระนคร" กรรมการหอพระสมุดได้มีการเสาะหาหนังสือเพิ่มเติมจากที่อื่น เช่นสั่งซื้อจากต่างประเทศอย่างที่กล่าวไปแล้ว รวมถึงหนังสือไทยตัวเขียนให้พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสมมตอมรพันธ์ตรวจหนังสือในหอหลวง และนำเรื่องที่สมควรมีเข้ามา ส่วนหน้าที่ในการหาหนังสือตัวเขียนอื่นที่ไม่ได้อยู่ในหอหลวง เป็นหน้าที่ของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ
สำหรับวิธีหาหนังสือตัวเขียน แนะนำให้อ่านพระนิพนธ์ของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพเรื่อง "หนังสือหอหลวง" ครับ
http://vajirayana.org/นิทานที่-๙-เรื่องหนังสือหอหลวง
สำหรับหนังสือเกี่ยวกับไทยของต่างประเทศในสมัยนั้น สั่งมาจากต่างประเทศแล้วแปลเป็นภาษาไทย ซึ่งปัจจุบันก็มีฉบับต่างประเทศให้ศึกษาได้อย่างแพร่พลายทั่วไปครับ
ตัวหลักฐานพิจารณาโดยละเอียดแล้สแล้วไม่น่าเป็นสิ่งที่ถูกปลอมแปลงขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๕ เพราะในเนื้อหาเหตุการณ์ในหลักฐานประวัติศาสตร์ที่พบนั้น ถ้ามองอย่างเป็นกลางจะพบว่าการมีประวัติศาสตร์ยาวนานไม่ได้มีผลเอื้อต่อการช่วยเหลือไม่ให้รอดพ้นวิกฤติจากชาติอาณานิคมได้สักเท่าไหร่เลย แต่ถ้าจะบอกว่ามีสิ่งที่ช่วยได้ในระดับหนึ่ง น่าจะเป็นวิธีการศึกษาวิเคราะห์ ตีความ เนื้อหาทางประวัติศาสตร์ที่เป็นการตอบสนองบริบทของยุคสมัยโดยใช้มุมมองของ "ชาติ" สมัยนั้นมาประเมินสภาพสังคมในอดีตที่แสดงให้เห็นว่าสยามมีอารยธรรมยาวนาน มากกว่าจะมาจากตัวหลักฐานเองครับ
อย่างไรก็ตามต้องพิจารณาด้วยว่าในสมัยนั้นเพิ่งเป็นยุคบุกเบิกของการศึกษาประวัติศาสตร์ตามหลักวิชา หลักฐานต่างๆ ยังไม่พบมากเท่าในปัจจุบัน และบริบทของสังคมที่เผชิญหน้ากับชาติอาณานิคมในสมัยนั้นรวมถึงพื้นฐานของผู้ศึกษาประวัติศาสตร์ที่เป็นเจ้านายและข้าราชการสามารถส่งผลต่อการวิเคราะห์เนื้อหาในประวัติศาสตร์ได้สูง โดยอาจนำมุมมองของยุคสมัยตนไปตัดสินอดีตได้ (เช่นเดียวที่มีคนใช้มุมมองปัจจุบันนี้ไปตัดสินอดีต) จึงไม่ประหลาดที่ประวัติศาสตร์ในสมัยนั้นจะออกมาในแนวทางที่เรียกกันว่า "ราชาชาตินิยม" ครับ
สำหรับการวิเคราะห์ประวัติศาสตร์ในยุคนั้น ผมสันนิษฐานควรเป็นบริบททางสังคมของยุคสมัยที่ส่งผลต่อวิธีการการวิเคราะห์ มากกว่าจะเป็นการจงใจที่จะ 'เมค' เรื่องขึ้นครับ
เรื่องการเสาะหาหลักฐานทางประวัติศาสตร์สมัยรัชกาลที่ ๕ ได้มีการนำหนังสือไทยที่มีมาแต่ก่อนจากหอมนเทียรธรรม หอพระสมุดวชิรญาณ และหอพุทธศาสนสังคหะรวมกันตั้งเป็น "หอพระสมุดวชิรญาณสำหรับพระนคร" กรรมการหอพระสมุดได้มีการเสาะหาหนังสือเพิ่มเติมจากที่อื่น เช่นสั่งซื้อจากต่างประเทศอย่างที่กล่าวไปแล้ว รวมถึงหนังสือไทยตัวเขียนให้พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสมมตอมรพันธ์ตรวจหนังสือในหอหลวง และนำเรื่องที่สมควรมีเข้ามา ส่วนหน้าที่ในการหาหนังสือตัวเขียนอื่นที่ไม่ได้อยู่ในหอหลวง เป็นหน้าที่ของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ
สำหรับวิธีหาหนังสือตัวเขียน แนะนำให้อ่านพระนิพนธ์ของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพเรื่อง "หนังสือหอหลวง" ครับ
http://vajirayana.org/นิทานที่-๙-เรื่องหนังสือหอหลวง
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
ประวัติศาสตร์
การศึกษา
ประวัติศาสตร์ไทย
สังคมศาสตร์
ชีวประวัติบุคคล
ใครพอทราบเรื่องหลักฐานประวัติศาสตร์ของกรมพระยาดำรงฯ บ้างครับ