ชาวไอนุคือชนพื้นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ตามตำนานพวกเขาคือผู้ครอบครองดินแดนญี่ปุ่นมาช้านาน ว่ากันว่า “ชาวไอนุอยู่ที่นี่หลายแสนปีก่อนที่บุตรแห่งพระอาทิตย์จะมา”
พื้นที่อาศัยของชาวไอนุส่วนใหญ่อยู่ในแถบของเกาะฮอกไกโด รวมไปถึงเกาะคูริลและเกาะซาฮาลินซึ่งตั้งอยู่ระหว่างพื้นที่ของประเทศญี่ปุ่นและรัสเซีย
ชาวไอนุในอดีตยึดมั่นถือมั่นในวัฒนธรรมประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ จนทำให้พวกเขาถูกรัฐบาลเอะโดะเนรเทศ ปัจจุบันมีประชากรชาวไอนุอาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่นประมาณ 24,000 คน แต่ส่วนใหญ่เป็นประชากรที่ยากจนและไม่ได้รับการศึกษา ขัดกับความเจริญของดินแดนนี้อย่างสิ้นเชิง
หากจะกล่าวถึงวัฒนธรรมที่โดดเด่นของชาวไอนุคงจะเป็นการสังเวยหมี หญิงสาวกับรอยสัก และรองเท้าหนังปลา แต่จะมีสักกี่คนที่มีโอกาสได้สัมผัสเอกลักษณ์ที่แท้จริงของพวกเขาซึ่งยังมีเรื่องราวน่าสนใจให้ศึกษาอีกมากมาย
ความสัมพันธ์ระหว่างชาวไอนุกับ “หมี”
ชาวไอนุเป็นชนเผ่าที่มีความใกล้ชิดกับธรรมชาติ พวกเขาเชื่อว่าพระเจ้านั้นแปลงกายมาเป็นพืช สัตว์ และสิ่งอื่นๆ ในธรรมชาติเพื่อปกปักรักษาและให้ชีวิตแก่มนุษย์
พิธีกรรมที่สำคัญที่สุดพิธีกรรมหนึ่งของชาวไอนุคือ “iyomante” ซึ่งเป็นการส่งวิญญาณของสัตว์กลับคืนสู่สวรรค์ จัดขึ้นเป็นประจำในช่วงเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ ชาวไอนุจะทำพิธีบูชายัญหมี (หรือบางครั้งก็เป็นนกฮูก) โดยการจับลูกหมีมาเลี้ยงดูอย่างดีจนมีอายุได้ 2 ปี จากนั้นจึงทำพิธีส่งพวกมันกลับคืนสู่สวรรค์เพื่อเป็นการส่งข้อความถึง “บิดาแห่งหมีผู้ยิ่งใหญ่บนท้องฟ้า” เนื้อและหนังของหมีจะถูกนำมาใช้เป็นอาหารและเครื่องนุ่งห่ม ส่วนกะโหลกศีรษะจะถูกนำไปเป็นเครื่องสักการะบูชาเพื่อระลึกถึงพระเจ้า
เพลงและการเต้นรำ
เครื่องดนตรีที่สำคัญของชาวไอนุคือเครื่องสายอย่าง “mukkuri” และ “tonkori”
บางครั้งหญิงชาวไอนุก็จะนั่งล้อมเป็นวงและตีกลองเพื่อบรรเลงและขับร้องเพลงในเทศกาล
การแต่งงานและรอยสัก
หญิงชาวไอนุจะเริ่มทำการ “สัก” ตั้งแต่อายุ 12 ปี โดยสร้างสัญลักษณ์รอบริมฝีปาก มือ และแขน เมื่อสักจนครบถ้วนภายในเวลา 3 ปี หญิงชาวไอนุวัย 15 หรือ 16 ปี ก็พร้อมที่จะออกเรือน รอยสักของหญิงชาวไอนุจะต้องทำการสักโดยผู้หญิงด้วยกันเท่านั้น ในยุคเอะโดะรัฐบาลญี่ปุ่นได้ออกกฎหมายห้ามสักและถือว่ารอยสักเป็นเครื่องหมายของความรุนแรง เพราะมีการใช้เป็นสัญลักษณ์ในการเคลื่อนไหวของกลุ่มอาชญากรรม
การแต่งงานของหญิงชาวไอนุบางครั้งก็ขึ้นอยู่กับพ่อแม่ แต่ส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับความพอใจของหนุ่มสาว เมื่อชายหนุ่มชาวไอนุต้องการจะสู่ขอหญิงสาวที่หมายปองเขาจะเดินทางไปเยือนบ้านของฝ่ายหญิง ผู้หญิงจะเสิร์ฟข้าวมาในถ้วย ฝ่ายชายจะทานข้าวครึ่งถ้วยและส่งกลับคืนให้หญิงสาว ถ้าเธอทานต่อจนหมดหมายความว่าเธอยอมรับ แต่ถ้าคว่ำข้าวที่เหลือลงหมายความถึงการปฏิเสธ นอกจากนี้ในพิธีแต่งงานก็จะมีการทานข้าวคนละครึ่งถ้วยเพื่อเป็นสัญญารักเช่นกัน
เด็กๆ ชาวไอนุจะใช้ชื่อเล่นจนกระทั่งมีอายุได้ 2 ถึง 3 ปี จึงจะได้รับการตั้งชื่อจริง
ชุดพื้นเมือง
ชุดพื้นเมืองของชาวไอนุทำมาจากหนังและขนของนก รวมไปถึงหนังของหมี กวาง จิ้งจอก แมวน้ำ สุนัข และสัตว์อื่นๆ หรือแม้กระทั่งหนังของปลาอย่างแซลมอนและปลาเทราต์ นอกจากนี้ยังมีชุดสีขาวที่ทำจากพืชอย่างต้นข้าวไรย์หรือต้นเอล์ม เครื่องแต่งกายของชาวไอนุจะใช้วิธีการปะติดและเย็บปักถักร้อย เมื่อผ้าฝ้ายได้รับความนิยมแพร่หลายมากขึ้นในญี่ปุ่นก็มีการเย็บปักอย่างละเอียดและซับซ้อนมากขึ้นตามไปด้วย
หญิงชาวไอนุจะสวมผ้าโพกศีรษะ ต่างหู และสร้อยคอที่ทำจากลูกแก้ว
ชาวชาวไอนุนิยมไว้หนวดเคราและพกดาบสั้นติดตัวเสมอ
อาหาร
ในฤดูร้อนชาวไอนุจะใช้เรือแคนูไม้ออกล่าปลาแซลมอนและสัตว์อื่นๆ ในแม่น้ำ หรือออกไปล่าปลากระโทงดาบ ปลาทูน่า ปลาแสงอาทิตย์ แมวน้ำ ปลาโลมา หรือกระทั่งวาฬในมหาสมุทร
ในฤดูหนาวชาวไอนุจะหันมาล่าหมี กวาง และสัตว์ป่าอื่นๆ เพื่อนำเนื้อมาต้ม ตากแห้ง และรมควัน
ปัจจุบันสามารถลองชิมเมนูเด็ดของชาวไอนุอย่างเช่น “rataskep” (สตูว์ซอส) “ohaw” (ซุป) และ “mefun” (เครื่องในปลาหมักเกลือ) ได้ที่ร้าน “HaruKor” ในกรุงโตเกียว
ภาษา
ชาวไอนุมีภาษาพูดเป็นของตัวเองแต่ไม่มีภาษาเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร พวกเขาถ่ายทอดวัฒนธรรมการพูดด้วยการเล่าเรื่องราวผ่านรุ่นสู่รุ่น สถานที่หลายแห่งในฮอกไกโดมาจากภาษาของชาวไอนุเช่น ซัปโปะโระ (แม่น้ำที่แห้งและใหญ่) มุโระรัง (พื้นที่ลาดเอียงขนาดเล็ก) ทะเลสาบโทยะ (ชายฝั่งของสระน้ำ)
ชมภาพที่น่าสนใจของชาวไอนุเพิ่มเติมได้ในวิดีโอด้านล่างนี้เลย
ที่มา: Rocketnews24
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้http://www.meekhao.com/history/ainu-in-japan
เจาะลึกเรื่องน่ารู้ของ “ชาวไอนุ” ชนพื้นเมืองที่ครองดินแดนญี่ปุ่นมาแสนนาน!
พื้นที่อาศัยของชาวไอนุส่วนใหญ่อยู่ในแถบของเกาะฮอกไกโด รวมไปถึงเกาะคูริลและเกาะซาฮาลินซึ่งตั้งอยู่ระหว่างพื้นที่ของประเทศญี่ปุ่นและรัสเซีย
ชาวไอนุในอดีตยึดมั่นถือมั่นในวัฒนธรรมประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ จนทำให้พวกเขาถูกรัฐบาลเอะโดะเนรเทศ ปัจจุบันมีประชากรชาวไอนุอาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่นประมาณ 24,000 คน แต่ส่วนใหญ่เป็นประชากรที่ยากจนและไม่ได้รับการศึกษา ขัดกับความเจริญของดินแดนนี้อย่างสิ้นเชิง
หากจะกล่าวถึงวัฒนธรรมที่โดดเด่นของชาวไอนุคงจะเป็นการสังเวยหมี หญิงสาวกับรอยสัก และรองเท้าหนังปลา แต่จะมีสักกี่คนที่มีโอกาสได้สัมผัสเอกลักษณ์ที่แท้จริงของพวกเขาซึ่งยังมีเรื่องราวน่าสนใจให้ศึกษาอีกมากมาย
ความสัมพันธ์ระหว่างชาวไอนุกับ “หมี”
ชาวไอนุเป็นชนเผ่าที่มีความใกล้ชิดกับธรรมชาติ พวกเขาเชื่อว่าพระเจ้านั้นแปลงกายมาเป็นพืช สัตว์ และสิ่งอื่นๆ ในธรรมชาติเพื่อปกปักรักษาและให้ชีวิตแก่มนุษย์
พิธีกรรมที่สำคัญที่สุดพิธีกรรมหนึ่งของชาวไอนุคือ “iyomante” ซึ่งเป็นการส่งวิญญาณของสัตว์กลับคืนสู่สวรรค์ จัดขึ้นเป็นประจำในช่วงเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ ชาวไอนุจะทำพิธีบูชายัญหมี (หรือบางครั้งก็เป็นนกฮูก) โดยการจับลูกหมีมาเลี้ยงดูอย่างดีจนมีอายุได้ 2 ปี จากนั้นจึงทำพิธีส่งพวกมันกลับคืนสู่สวรรค์เพื่อเป็นการส่งข้อความถึง “บิดาแห่งหมีผู้ยิ่งใหญ่บนท้องฟ้า” เนื้อและหนังของหมีจะถูกนำมาใช้เป็นอาหารและเครื่องนุ่งห่ม ส่วนกะโหลกศีรษะจะถูกนำไปเป็นเครื่องสักการะบูชาเพื่อระลึกถึงพระเจ้า
เพลงและการเต้นรำ
เครื่องดนตรีที่สำคัญของชาวไอนุคือเครื่องสายอย่าง “mukkuri” และ “tonkori”
บางครั้งหญิงชาวไอนุก็จะนั่งล้อมเป็นวงและตีกลองเพื่อบรรเลงและขับร้องเพลงในเทศกาล
การแต่งงานและรอยสัก
หญิงชาวไอนุจะเริ่มทำการ “สัก” ตั้งแต่อายุ 12 ปี โดยสร้างสัญลักษณ์รอบริมฝีปาก มือ และแขน เมื่อสักจนครบถ้วนภายในเวลา 3 ปี หญิงชาวไอนุวัย 15 หรือ 16 ปี ก็พร้อมที่จะออกเรือน รอยสักของหญิงชาวไอนุจะต้องทำการสักโดยผู้หญิงด้วยกันเท่านั้น ในยุคเอะโดะรัฐบาลญี่ปุ่นได้ออกกฎหมายห้ามสักและถือว่ารอยสักเป็นเครื่องหมายของความรุนแรง เพราะมีการใช้เป็นสัญลักษณ์ในการเคลื่อนไหวของกลุ่มอาชญากรรม
การแต่งงานของหญิงชาวไอนุบางครั้งก็ขึ้นอยู่กับพ่อแม่ แต่ส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับความพอใจของหนุ่มสาว เมื่อชายหนุ่มชาวไอนุต้องการจะสู่ขอหญิงสาวที่หมายปองเขาจะเดินทางไปเยือนบ้านของฝ่ายหญิง ผู้หญิงจะเสิร์ฟข้าวมาในถ้วย ฝ่ายชายจะทานข้าวครึ่งถ้วยและส่งกลับคืนให้หญิงสาว ถ้าเธอทานต่อจนหมดหมายความว่าเธอยอมรับ แต่ถ้าคว่ำข้าวที่เหลือลงหมายความถึงการปฏิเสธ นอกจากนี้ในพิธีแต่งงานก็จะมีการทานข้าวคนละครึ่งถ้วยเพื่อเป็นสัญญารักเช่นกัน
เด็กๆ ชาวไอนุจะใช้ชื่อเล่นจนกระทั่งมีอายุได้ 2 ถึง 3 ปี จึงจะได้รับการตั้งชื่อจริง
ชุดพื้นเมือง
ชุดพื้นเมืองของชาวไอนุทำมาจากหนังและขนของนก รวมไปถึงหนังของหมี กวาง จิ้งจอก แมวน้ำ สุนัข และสัตว์อื่นๆ หรือแม้กระทั่งหนังของปลาอย่างแซลมอนและปลาเทราต์ นอกจากนี้ยังมีชุดสีขาวที่ทำจากพืชอย่างต้นข้าวไรย์หรือต้นเอล์ม เครื่องแต่งกายของชาวไอนุจะใช้วิธีการปะติดและเย็บปักถักร้อย เมื่อผ้าฝ้ายได้รับความนิยมแพร่หลายมากขึ้นในญี่ปุ่นก็มีการเย็บปักอย่างละเอียดและซับซ้อนมากขึ้นตามไปด้วย
หญิงชาวไอนุจะสวมผ้าโพกศีรษะ ต่างหู และสร้อยคอที่ทำจากลูกแก้ว
ชาวชาวไอนุนิยมไว้หนวดเคราและพกดาบสั้นติดตัวเสมอ
อาหาร
ในฤดูร้อนชาวไอนุจะใช้เรือแคนูไม้ออกล่าปลาแซลมอนและสัตว์อื่นๆ ในแม่น้ำ หรือออกไปล่าปลากระโทงดาบ ปลาทูน่า ปลาแสงอาทิตย์ แมวน้ำ ปลาโลมา หรือกระทั่งวาฬในมหาสมุทร
ในฤดูหนาวชาวไอนุจะหันมาล่าหมี กวาง และสัตว์ป่าอื่นๆ เพื่อนำเนื้อมาต้ม ตากแห้ง และรมควัน
ปัจจุบันสามารถลองชิมเมนูเด็ดของชาวไอนุอย่างเช่น “rataskep” (สตูว์ซอส) “ohaw” (ซุป) และ “mefun” (เครื่องในปลาหมักเกลือ) ได้ที่ร้าน “HaruKor” ในกรุงโตเกียว
ภาษา
ชาวไอนุมีภาษาพูดเป็นของตัวเองแต่ไม่มีภาษาเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร พวกเขาถ่ายทอดวัฒนธรรมการพูดด้วยการเล่าเรื่องราวผ่านรุ่นสู่รุ่น สถานที่หลายแห่งในฮอกไกโดมาจากภาษาของชาวไอนุเช่น ซัปโปะโระ (แม่น้ำที่แห้งและใหญ่) มุโระรัง (พื้นที่ลาดเอียงขนาดเล็ก) ทะเลสาบโทยะ (ชายฝั่งของสระน้ำ)
ชมภาพที่น่าสนใจของชาวไอนุเพิ่มเติมได้ในวิดีโอด้านล่างนี้เลย
ที่มา: Rocketnews24 [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้