มันคงจะจริงอย่างที่คนบอกว่า “เมื่อเราโตขึ้น ความฝันของเราจะค่อยๆเล็กลง จนสุดท้าย ก็หายไป...”
พรสวรรค์ เด็กสาวตัวอ้วนที่เกิดมาในครอบครัวที่ค่อนข้างมีฐานะ พ่อของเธอเป็นหมอ แม่ของเธอเป็นนางพยาบาล
แม่ของเธอชอบบอกกับเธอเสมอว่าเธอเป็นเด็กหัวดี ถ้าพยายามเธอจะต้องสอบเข้าคณะแพทย์ได้อย่างแน่นอน แต่เธอรู้ตัวเธอดีกว่าใคร เธอไม่ใช่เด็กหัวดี และไม่มีวันที่จะเป็นหมอได้ ไม่ใช่เพราะความไม่ฉลาด แต่เพราะเธอรู้สึกว่าเธอไม่ได้ต้องการใช้ชีวิตแบบนั้น
เธอเองก็เป็นเด็กคนหนึ่งที่เคยมีความฝันหลายอย่างที่เด็กคนหนึ่งจะมี ทั้งอยากเป็นนักร้อง อยากเป็นนักแสดง อยากทำธุรกิจของเธอเอง
ชีวิตที่เธอเองก็ไม่รู้ว่าในอนาคตมันจะเป็นอย่างไร เธอก็อยากลองทำ ลองทำในสิ่งที่ใครก็บอกว่า
“มันไม่มีอนาคต”
“เรียนจบมาเดี๋ยวก็ตกงาน”
“ถ้าตกงานจะไปทำอะไรกิน”
“เลือกอาชีพที่มันมั่นคงสิ”
แต่มันก็เป็นแค่ความคิดของเด็กที่ถูกมองว่า ยังไม่รู้จักโลกดีพอ เป็นไปได้อยากเหลือเกินสำหรับเธอที่จะทำตามความฝันของตัวเอง
สุดท้ายเธอก็ไม่กล้าคิด ไม่กล้าที่จะแสดงความคิดเห็นอะไรของเธอให้แม่รับรู้อีกเลย เพราะมันไม่มีประโยชน์ที่จะพูดออกไปอีกแล้ว
วันแล้ววันเล่า เธอก็ใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ ไม่ได้มีแรงบันดาลใจในการทำอะไร แค่เรียนๆไปเท่านั้น เพราะสิ่งที่เธอคิดก็ไม่เป็นได้ที่สนใจของใครอยู่ดี
จนเมื่อถึงเวลาที่ใกล้จะจบภาคเรียนม.6 วันที่จะต้องเลือกคณะ เธอก็ได้เลือก เลือกในสิ่งที่แม่ชอบ สิ่งที่แม่ต้องการ สิ่งที่แม่พอใจ
ผลสุดท้ายเธอไม่ติดหมอ แต่เธอติดเภสัชแทน สำหรับเธอ คิดว่าอย่างน้อยการติดเภสัชก็อาจจะทำให้แม่พอใจได้ แต่ก็เปล่า แม่ผิดหวัง
สิ่งที่แม่ต้องต้องการก็คือหมอเท่านั้น แม่เสียใจ และแน่นอนว่าเธอเองก็เสียใจเช่นกัน ที่ทำให้แม่มีความสุขไม่ได้ ทำให้แม่เครียด
แต่สิ่งที่เสียใจยิ่งกว่าสิ่งใด คือการที่นึกถึงความฝันของตัวเอง แล้วไม่ได้กล้าลงมือทำ ทำในสิ่งที่คนอื่นบอกมาตลอด
ถึงแม้จะมารู้ตัวตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะช้าไปไหม กับสิ่งที่เด็กคนอื่นๆ เขาเตรียมตัวกันพร้อมแล้วสำหรับคณะที่เธอชอบ แต่ก็คงจะช้าไปจริงๆ
พอถึงตอนนี้แล้ว เธอรู้สึกเครียดและเคว้งคว้างเหลือเกิน ที่ไม่สามารถจะเลือกอะไรได้เลย ไม่รู้จะทำอะไรต่อไป
ความฝันของแม่จบลงแล้ว ความฝันก็เธอเองก็จบลงมานานแล้วเหมือนกัน
ต่อจากนี้ไปก็คงได้แต่หวังว่าเส้นทางเส้นใหม่ที่เธอกำลังจะเลือกต่อไปนี้จะนำเธอไปสู่ความสำเร็จในสักวัน และทำให้แม่หายห่วงกับอนาคตของเธอ
เพราะเธอเองก็ไม่อยากให้แม่ของเธอต้องมาเครียดกับอนาคตของเธอแบบทุกวันนี้เหมือนกัน
/อยากฟังความเห็นของคนอ่านจังเลยค่ะ เพื่อจะเกิดความคิดอะไรในชีวิตบ้าง/
/ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ/
จาก เด็กม.6 คนหนึ่ง
บังเอิญต้องเขียนเรื่องสั้น เลยเอาเรื่องตัวเองมาเขียน เขียนไปร้องไห้ไป ทำไมชีวิตมันเศร้าขนาดนี้คะทุกคน ฮ่ะ.. ฮ่ะ..
แม่ของเธอชอบบอกกับเธอเสมอว่าเธอเป็นเด็กหัวดี ถ้าพยายามเธอจะต้องสอบเข้าคณะแพทย์ได้อย่างแน่นอน แต่เธอรู้ตัวเธอดีกว่าใคร เธอไม่ใช่เด็กหัวดี และไม่มีวันที่จะเป็นหมอได้ ไม่ใช่เพราะความไม่ฉลาด แต่เพราะเธอรู้สึกว่าเธอไม่ได้ต้องการใช้ชีวิตแบบนั้น
เธอเองก็เป็นเด็กคนหนึ่งที่เคยมีความฝันหลายอย่างที่เด็กคนหนึ่งจะมี ทั้งอยากเป็นนักร้อง อยากเป็นนักแสดง อยากทำธุรกิจของเธอเอง
ชีวิตที่เธอเองก็ไม่รู้ว่าในอนาคตมันจะเป็นอย่างไร เธอก็อยากลองทำ ลองทำในสิ่งที่ใครก็บอกว่า
“มันไม่มีอนาคต”
“เรียนจบมาเดี๋ยวก็ตกงาน”
“ถ้าตกงานจะไปทำอะไรกิน”
“เลือกอาชีพที่มันมั่นคงสิ”
แต่มันก็เป็นแค่ความคิดของเด็กที่ถูกมองว่า ยังไม่รู้จักโลกดีพอ เป็นไปได้อยากเหลือเกินสำหรับเธอที่จะทำตามความฝันของตัวเอง
สุดท้ายเธอก็ไม่กล้าคิด ไม่กล้าที่จะแสดงความคิดเห็นอะไรของเธอให้แม่รับรู้อีกเลย เพราะมันไม่มีประโยชน์ที่จะพูดออกไปอีกแล้ว
วันแล้ววันเล่า เธอก็ใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ ไม่ได้มีแรงบันดาลใจในการทำอะไร แค่เรียนๆไปเท่านั้น เพราะสิ่งที่เธอคิดก็ไม่เป็นได้ที่สนใจของใครอยู่ดี
จนเมื่อถึงเวลาที่ใกล้จะจบภาคเรียนม.6 วันที่จะต้องเลือกคณะ เธอก็ได้เลือก เลือกในสิ่งที่แม่ชอบ สิ่งที่แม่ต้องการ สิ่งที่แม่พอใจ
ผลสุดท้ายเธอไม่ติดหมอ แต่เธอติดเภสัชแทน สำหรับเธอ คิดว่าอย่างน้อยการติดเภสัชก็อาจจะทำให้แม่พอใจได้ แต่ก็เปล่า แม่ผิดหวัง
สิ่งที่แม่ต้องต้องการก็คือหมอเท่านั้น แม่เสียใจ และแน่นอนว่าเธอเองก็เสียใจเช่นกัน ที่ทำให้แม่มีความสุขไม่ได้ ทำให้แม่เครียด
แต่สิ่งที่เสียใจยิ่งกว่าสิ่งใด คือการที่นึกถึงความฝันของตัวเอง แล้วไม่ได้กล้าลงมือทำ ทำในสิ่งที่คนอื่นบอกมาตลอด
ถึงแม้จะมารู้ตัวตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะช้าไปไหม กับสิ่งที่เด็กคนอื่นๆ เขาเตรียมตัวกันพร้อมแล้วสำหรับคณะที่เธอชอบ แต่ก็คงจะช้าไปจริงๆ
พอถึงตอนนี้แล้ว เธอรู้สึกเครียดและเคว้งคว้างเหลือเกิน ที่ไม่สามารถจะเลือกอะไรได้เลย ไม่รู้จะทำอะไรต่อไป
ความฝันของแม่จบลงแล้ว ความฝันก็เธอเองก็จบลงมานานแล้วเหมือนกัน
ต่อจากนี้ไปก็คงได้แต่หวังว่าเส้นทางเส้นใหม่ที่เธอกำลังจะเลือกต่อไปนี้จะนำเธอไปสู่ความสำเร็จในสักวัน และทำให้แม่หายห่วงกับอนาคตของเธอ
เพราะเธอเองก็ไม่อยากให้แม่ของเธอต้องมาเครียดกับอนาคตของเธอแบบทุกวันนี้เหมือนกัน
/อยากฟังความเห็นของคนอ่านจังเลยค่ะ เพื่อจะเกิดความคิดอะไรในชีวิตบ้าง/
/ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ/
จาก เด็กม.6 คนหนึ่ง