สวัสดีทุกคนนะคะ ต้องออกตัวก่อนนะคะว่ายืมบัญชีพันทิปของเพื่อนมาตั้งกระทู้ เป็นกระทู้ความรักที่น่ารักมากเลยล่ะค่ะ ลองเข้ามาอ่านกันนะคะ
เรากับแฟนคบกันมา 7 ปี ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมจนตอนนี้เราเรียนอยู่ปี 5 แล้ว แต่กว่าจะมาเป็นแฟนกันได้ก็ผ่านทั้งเรื่องตลก และเรื่องน่ารัก เข้าเรื่องเลยนะคะ เรากับบี (นามสมมติของแฟน) เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกัน เรียนโรงเรียนเดียวกันตั้งแต่ม.1 จนเข้ามหาวิทยาลัยก็ยีงเรียนที่เดียวกัน แต่ตอนม.ต้น เราเรียนกันคนละห้อง เลยไม่ค่อยรู้จักบี รู้แค่ว่าเรียนโรงเรียนเดียวกัน ขอเม้าท์บีหน่อยนะคะ ตอนม.ต้นบีอ้วนมาก ดูไม่น่าหลงไหลเอาซะเลย ยังจำได้ว่าเราเคยเห็นบีเดินข้างถนนในหมู่บ้านที่บีอาศัยอยู่ เดินก้มหน้างกๆ ดูไม่มีสง่าราศี ดูไปแล้วก็เหมือนเด็กข้างถนน จนเราก็อดสงสารไม่ได้ พอม.ปลาย เราก็ได้มาเรียนห้องเดียวกัน แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้สนใจบี ไม่รู้แม้กระทั่งว่าเรียนห้องเดียวกัน และเราก็ยังจำได้ว่าเราเคยเกลียดผู้ชายคนนึงมาก เหตุเพราะโดนแย่งที่นั่ง เราเลยด่าไปชุดใหญ่ ตอนนั้นเกลียดเข้ากระดูกดำเลยล่ะค่ะ อย่าว่าแต่เราเกลียดผู้ชายเลยค่ะ ผู้ชายที่มีเรื่องกับเราก็เกลียดเรามากเหมือนกัน และผู้ชายคนนั้นก็คือบีเองค่ะ (มารู้ทีหลัง หลังจากเป็นแฟนกันแล้ว ก็ย้อนความหลังสมัยเรียนมัธยมกัน จนมาเข้าเรื่องแย่งที่นั่ง จนต่างฝ่ายต่างมารู้ความจริงว่าเราสองคนนี่เองที่เคยเกลียดกันมาก่อน ก็หัวเราะแทบบ้าอะค่ะ) ต่อเลยนะคะ
ตอนม.4 บีผอมแล้ว หล่อแล้วด้วย (เราคิดว่าบีลดน้ำหนักเพราะจะสอบรด. แต่บีมาบอกทีหลังว่าลดน้ำหนักเพื่อจะมาจีบเรา น่ารักไปอีก) ก็จะมีเพื่อนผู้หญิงในห้องอีกคนประมาณว่าเป็นผู้หญิงสายฮา ก็ชอบแซวบีใหญ่เลย แซวทุกวัน จนเราเห็นก็คิดเกมส์สนุกๆ มาเล่นกับเพื่อนสนิทอีกคน กติกาคือแข่งกันจีบบี ถ้าใครจีบติดเป็นผู้ชนะ (แต่เกมส์นี้ไม่มีรางวัลนะคะ เล่นเอาสนุก) เกมส์ก็เริ่มขึ้น เรากับเพื่อนก็ผลัดกันแซวบีอยู่อย่างนั้นไม่นานนัก จนถึงวันหนึ่งเป็นคาบเรียนวิชาประวัติศาสตร์ เพื่อนก็เริ่มก่อนโดยถามบีว่ากินเข้ากับอะไร ปรากฏว่าบีไม่ตอบค่ะ จนมาถึงคิวเรา เราก็พูดไปว่าเมื่อเช้าบีกินข้าวกับแกงขนุนใช่ไหม บีก็หันมายิ้มแล้วตอบว่าใช่ เรากินแกงขนุน (แต่ความจริงบีไม่ได้กินนะคะ บีมาสารภาพทีหลัง หลังจากเป็นแฟนกันแล้ว)
หลังจากวันนั้นเรากับเพื่อนก็เลิกเล่นเกมส์นี้ เป็นเพราะเริ่มเบื่อแล้ว แต่เรื่องไม่จบค่ะ เรามีความรู้สึกว่าบีต้องคิดอะไรกับเราแน่นอน สังเกตจากพฤติกรรมที่บีชอบมาอยู่ในที่ๆ มีเรา ชอบหาเรื่องคุย ชอบมานั่งใกล้ รวมถึงชอบซื้อนั่นซื้อนี่มาให้กินตลอด จนบางครั้งเพื่อนผู้ชายในห้องก็ชอบแซวเรากับบี แต่ตอนนั้นเราไม่ได้คิดอะไรกับบีนะคะ เพราะที่บ้านเคร่งครัดเรื่องพวกนี้มาก บีก็ทำแบบนี้มาตลอดจนปลายเทอม จนเราก็เริ่มรู้สึกดีกับบี แต่ก็ยังคงปากแข็งและไม่แสดงออกให้รู้ว่ามีใจให้ จนปิดเทอม เราก็เริ่มรู้สึกเหมือนขาดอะไรไป คือไม่มีใครมาทำแบบที่บีทำให้ จนแน่ใจว่าตัวเองก็ชอบบีแน่นอนละ ด้วยความที่กลัวจะเสียผู้ชายน่ารักๆ แบบบีไป เราจึงได้คิดแผนการที่มีชื่อว่า เนียนให้เขามาขอเป็นแฟน
แล้วแผนการก็เริ่มขึ้น เราก็ได้คิดแผนการมาเป็นอย่างดีแล้วล่ะ ว่าจะให้บีมาขอเป็นแฟนยังไงโดยที่เราไม่ต้องเสียฟอร์ม เราก็ได้โทรไปหาเพื่อนสนิทอีกคนในกลุ่มให้ช่วยมาเป็นแม่สื่อให้ แผนการก็มีอยู่ว่า เราจะให้เพื่อนสนิทเราโทรไปหาบี แล้วถามว่าคิดยังไงกับเรา ถ้าบีตอบว่าชอบเรา ก็เริ่มแผนการต่อ คือการใช้แม่สื่อในการติดต่อให้ คำตอบออกมาแล้วว่าบีชอบเรา เพื่อนก็เริ่มแผนต่อ โดยบอกกับบีไปว่า ถ้าบีชอบเรามากก็จะช่วยให้สมหวัง โดยการให้เบอร์โทรติดต่อเพื่อสานสัมพันธ์กัน แบบประมาณว่าเรื่องนี้เราไม่รู้เรื่องนะ เป็นความประสงค์ของเพื่อนเราเองที่อยากให้บีสมหวังกับเรา จึงจัดการเป็นแม่สื่อให้ หลังจากเพื่อนเราจัดการธุระเสร็จแล้ว ก็รีบโทรมารายงานให้เราทราบ อีกสักพักไม่นานเกินรอ ก็มีเบอร์แปลกโทรเข้ามา เราก็รีบรับสายทันที เพราะมั่นใจว่าต้องเป็นบีแน่นอน เราก็ทำเป็นรับสายแบบงงๆ ว่าใครกันนะโทรมา บีก็เริ่มบทสนทนาก่อน แต่เราคุยกันแปบเดียวนะคะ เพราะเราต้องฟอร์มไว้ก่อน (เล่นตัวนิดหน่อย) สรุปวันนั้นบีก็คงดีใจอะค่ะที่ได้คุยกับเรา แต่หารู้ไม่ว่าแผนการทั้งหมด เราอยู่เบื้องหลังและเป็นคนจัดฉากมันเองทั้งหมด ความจริงก็คือเราอย่างให้เบอร์กับบีเอง
วันถัดมาบีก็โทรหาเราอีก แล้วมีหนึ่งประโยคที่บีพูดกับเรา แล้วทำให้เรายิ้มได้ทั้งวัน คือ บีบอกว่าต่อไปนี้ถ้าใครมาถามให้บอกไปว่าเราเป็นแฟนกันนะ (อะไรกัน นี่เพิ่งคุยกันได้ 2 วันเองนะ จะรีบไปไหน) เราก็คุยกันทุกวัน คุยแบบไม่รู้เบื่อ เพิ่งรู้ว่าความรักที่นอกเหนือจากคนในครอบครัวเป็นแบบนี้นี่เอง ทั้งที่เมื่อก่อนเรามีความรู้สึกว่าการมีแฟนเป็นเรื่องไร้สาระมาก แถมยังเคยสัญญากับเพื่อนว่าเราจะไม่มีมีแฟนเด็ดขาด ถ้ามีวันไหนจะเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวเลย จนวันนี้ผ่านมา 7 ปี ยังไม่ได้เลี้ยงเพื่อนเลยค่ะ บางวันคุยกันจนเกือบเช้า ไม่รู้เอาอะไรมาคุยนักหนา เรื่องราวการเป็นแฟนกันก็มีแค่นี้นะคะ แต่จะขอเล่าความน่ารักของผู้ชายคนนี้สักหน่อย บีเป็นผู้ชายที่น่ารัก ดูแลเอาใจใส่เราเป็นอย่างดี มีหลายเหตุการณ์ประทับใจที่บีทำให้ เช่น วันเกิดเราปีแรกที่คบกัน บีก็โทรให้เราไปหาที่บ้านเพื่อน เพื่อให้เราไปเอาเค้กช็อกโกแลตกับตุ๊กตาน้องควาย ไม่รู้ว่าบีรู้ได้ยังไงว่าเราชอบช็อกโกแลตกับควายมาก ทั้งที่เราไม่เคยบอกใครเลย แต่บีก็แอบขี้หึงและขี้งอลหน่อยเวลามีผู้ชายเข้ามาเกาะแกะเรา บีก็จะงอลๆ แต่ไม่เคยหายไปไหน บีทำให้เรารู้ว่าบีรักและเป็นห่วงเรามาก
ยังมีเหตุการณ์ที่ไม่รู้ว่าจะเรื่องว่าโรแมนติกหรือเปล่านะคะ คือ ตอนม.6 เราต้องไปรายงานตัวที่หมาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย แล้วบีก็ขอมาด้วย เพราะมีจุดประสงค์เพื่อที่จะมาดูบอลลีกแข่งกัน ตอนนั้นเรามาพร้อมกับเพื่อนอีก 4 คน รวมเป็น 6 คน แต่เราไปดูบอลกันแค่สองคน เพราะเพื่อนคนอื่นเลือกที่จะพักผ่อน ตอนไปสนามแข่งก็จะเป็นสนามแข่งของมหาวิทยาลัยอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงราย เรียกได้ว่าวันนั้นเราได้เที่ยวสองมหาวิทยาลัยเลย ตอนไปก็ขึ้นรถเมล์ไปลงหน้ามหาวิทยาลัย แล้วต้องเดินเข้าไปสนามอีกระยะทางไกลพอสมควร ไปแบบไม่รู้ที่ อาศัยสังเกตรถเอาว่าเขาไปทางไหนเยอะ แสดงว่าทางนั้นต้องเป็นสนามแข่ง เราก็ไปถึงสนามกันจนได้นะคะ ไปถึงก็ซื้อตั๋วเข้าชม วันนั้นเป็นนัดของเชียงรายกับบุรีรัมย์ พอบอลแข่งเสร็จก็มืดแล้ว ตอนนั้นเริ่มคิดหนักละว่าจะกลับกันยังไง โชคดีหน่อยที่มีรถรางของมหาวิทยาลัยพาไปส่งหน้าม. แต่เราก็เริ่มคิดหนักอีกแล้ว เพราะตอนนั้นไม่มีรถประจำทางเลย แล้วจากมหาวิทยาลัยไปห้องพักก็ไกลพอสมควร แต่เราก็ไม่สนใจ ก็เดินกลับกันสองคน ถนนก็มืดมาก เจอสุนัขบ้างเป็นบางที่ ก็วิ่งกันบ้าง สนุกไปอีกแบบ แบบว่าโรแมนติกในที่มืดและรายล้อมไปด้วยน้องหมาอะค่ะ แต่ก็รู้สึกดีนะคะที่ได้ใช้เวลาร่วมกัน จนในที่สุดฟ้าก็เป็นใจ มีรถประจำทางมาพอดี สบายละเราไม่ต้องวิ่งหนีหมาละ นี่ก็เป็นอีกเหตุการณ์ที่น่าประทับใจ
ถ้าจะให้เล่าเหตุการณ์ประทับใจทั้งหมดที่ได้รับจากผู้ชายคนนี้ คงต้องเล่ากันยาวอะค่ะ เอาเป็นว่าขออีกหนึ่งความประทับใจมากๆ จนน้ำตาไหลเลยนะคะ
เหตุการณ์นี้เกิดในวันเกิดของเราเมื่อตอนเรียนอยู่ปี 3 วันนั้นบีก็ทำเนียนอะค่ะว่าวันนี้เลิกเรียนดึกหน่อยนะ แล้วต้องไปทำงานต่อหอเพื่อน เราก็โอเค สงสัยวันนี้ไม่ได้เซอร์ไพรจากบีแล้วล่ะ หวังว่าพรุ่งนี้บีจะไม่ลืมเซอร์ไพรเรานะ วันนั้นพอเราเลิกเรียนเสร็จ เราก็ไปทำความสะอาดห้องให้บีตามปกติ พอทำเสร็จก็กำลังจะกลับห้อง เราก็ตัดสินใจโทรหาบี แต่บีไม่รับสาย เลยทักไปถามเพื่อนบี ก็ได้คำตอบว่าบีไปทำธุระอยู่มั้ง ด้วยความที่เริ่มดึกแล้ว เราก็เป็นห่วง สักพักเพื่อนที่อยู่หอเดียวกับบีก็มาเคาะประตูห้อง บอกมายืมของ เราก็ไม่ได้เอะใจอะไร เลยไปเปิดประตูให้ ปรากฏว่ามีชายหนุ่มยืนถือเค้กอยู่หน้าประตู แล้วค่อยๆ เดินเข้ามาหา พร้อมกับเปิดเพลงคู่ชีวิต (แหม น่ารักอีกละ) ต้องบอกว่าวันเกิดปีนั้นบีทำน้ำตาเราหยดไปเยอะเลยทีเดียว บีทำได้เนียนมาก ที่กลับห้องดึกเพราะไปหาซื้อเค้กอร่อยๆ ที่เราชอบมาให้ ความจริงคือบีกลับมาหอได้สักพักแล้ว แต่ที่เราไม่รู้เพราะบีแอบจอดรดไว้นอกหอ แล้วขึ้นไปจุดเทียนที่ดาดฟ้า แล้วค่อยมาแอบยืนหน้าห้อง
ความน่ารักของบียังไม่หมด เวลาเราอยากได้อะไรหรือไปที่ไหน บีก็ไม่เคยที่จะทำให้ไม่ได้ อย่างปิดเทอมเราก็จะนัดกับเพื่อนไปเที่ยวเกาะล้านกัน ไปกันแบบไม่รู้จักทาง อาศัย GPS บอกทางเอา เป็นการเดินทางที่สนุกและคุ้มค่ามาก ได้ไปเที่ยวกับคนที่เรารัก ทั้งในฐานะแฟนและเพื่อน ใช้เวลาและมีความสุขร่วมกัน ฤดูหนาวเราก็พากันไปเที่ยวกับเพื่อนอีกละ ไปเที่ยวม่อนแจ่ม ดอยอินทนนท์ ขับรถกันไปเรื่อยๆ ชีวิตมีความสุข
ความน่ารักของผู้ชายคนนี้ยังมีอีกมาก เก็บไว้ชื่นชมอีกนาน ใครจะไปคิดใช่ไหมคะว่าผู้หญิงคนนึงที่มีนิสัยเหมือนผู้ชายจะถูกผู้ชายคนนึงกุมหัวใจซะอยู่หมัด ใครจะไปรู้จากคนที่เคยเกลียดกันมาก ตอนนี้กลายเป็นคนที่รักกันมาก จากคนที่คุยกันได้สองวันแล้วตอบตกลงเป็นแฟนกัน จนมาถึง 7 ปีในทุกวันนี้ อีกสิ่งนึงที่ประทับใจคือ เราเป็นแฟนคนแรกของกันและกัน และเราก็รักกันมาจนถึงทุกวันนี้ แต่ทั้งหมดในชีวิตไม่ได้มีเฉพาะเรื่องน่าประทับใจนะคะ เราก็เคยผ่านช่วงเวลาที่เราเป็นฝ่ายทำให้บีเสียใจ และบีทำให้เราเสียใจ แต่สุดท้ายเราก็เชื่อว่า ถ้าเรารักกันจริง ไม่ว่าจะมีกี่เรื่องที่แย่เข้ามา มันก็จะผ่านไป และกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปเลย
เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับเรา น้อยมากที่จะมีคนรู้ความเป็นมาของต้นรักต้นนี้ เพื่อนสนิทไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ หากใครเข้ามาอ่านแล้วรู้ว่าเจ้าของกระทู้และคุณบีคือใคร ช่วยแชร์หน้าเฟสบีหน่อยนะคะ อยากให้บีได้มาอ่านเรื่องน่ารักๆของเรา ตอนนี้บีไม่รู้ว่าเรากำลังบรรยายเรื่องของเราอยู่ เอาไว้เซอร์ไพรบี ถ้านักสืบพันทิปสามารถแชร์หน้าเฟสถูกคน จะขอบคุณมากค่ะ
เพื่อนสนิทจ๋า มาอ่านหน่อยเร็ว
จากเพื่อนร่วมชั้นกลายเป็นเพื่อนร่วมห้อง จากคนที่เกลียดกลายเป็นคนที่รัก (มีแฟนได้เพราะมีแผนสูง)
เรากับแฟนคบกันมา 7 ปี ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมจนตอนนี้เราเรียนอยู่ปี 5 แล้ว แต่กว่าจะมาเป็นแฟนกันได้ก็ผ่านทั้งเรื่องตลก และเรื่องน่ารัก เข้าเรื่องเลยนะคะ เรากับบี (นามสมมติของแฟน) เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกัน เรียนโรงเรียนเดียวกันตั้งแต่ม.1 จนเข้ามหาวิทยาลัยก็ยีงเรียนที่เดียวกัน แต่ตอนม.ต้น เราเรียนกันคนละห้อง เลยไม่ค่อยรู้จักบี รู้แค่ว่าเรียนโรงเรียนเดียวกัน ขอเม้าท์บีหน่อยนะคะ ตอนม.ต้นบีอ้วนมาก ดูไม่น่าหลงไหลเอาซะเลย ยังจำได้ว่าเราเคยเห็นบีเดินข้างถนนในหมู่บ้านที่บีอาศัยอยู่ เดินก้มหน้างกๆ ดูไม่มีสง่าราศี ดูไปแล้วก็เหมือนเด็กข้างถนน จนเราก็อดสงสารไม่ได้ พอม.ปลาย เราก็ได้มาเรียนห้องเดียวกัน แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้สนใจบี ไม่รู้แม้กระทั่งว่าเรียนห้องเดียวกัน และเราก็ยังจำได้ว่าเราเคยเกลียดผู้ชายคนนึงมาก เหตุเพราะโดนแย่งที่นั่ง เราเลยด่าไปชุดใหญ่ ตอนนั้นเกลียดเข้ากระดูกดำเลยล่ะค่ะ อย่าว่าแต่เราเกลียดผู้ชายเลยค่ะ ผู้ชายที่มีเรื่องกับเราก็เกลียดเรามากเหมือนกัน และผู้ชายคนนั้นก็คือบีเองค่ะ (มารู้ทีหลัง หลังจากเป็นแฟนกันแล้ว ก็ย้อนความหลังสมัยเรียนมัธยมกัน จนมาเข้าเรื่องแย่งที่นั่ง จนต่างฝ่ายต่างมารู้ความจริงว่าเราสองคนนี่เองที่เคยเกลียดกันมาก่อน ก็หัวเราะแทบบ้าอะค่ะ) ต่อเลยนะคะ
ตอนม.4 บีผอมแล้ว หล่อแล้วด้วย (เราคิดว่าบีลดน้ำหนักเพราะจะสอบรด. แต่บีมาบอกทีหลังว่าลดน้ำหนักเพื่อจะมาจีบเรา น่ารักไปอีก) ก็จะมีเพื่อนผู้หญิงในห้องอีกคนประมาณว่าเป็นผู้หญิงสายฮา ก็ชอบแซวบีใหญ่เลย แซวทุกวัน จนเราเห็นก็คิดเกมส์สนุกๆ มาเล่นกับเพื่อนสนิทอีกคน กติกาคือแข่งกันจีบบี ถ้าใครจีบติดเป็นผู้ชนะ (แต่เกมส์นี้ไม่มีรางวัลนะคะ เล่นเอาสนุก) เกมส์ก็เริ่มขึ้น เรากับเพื่อนก็ผลัดกันแซวบีอยู่อย่างนั้นไม่นานนัก จนถึงวันหนึ่งเป็นคาบเรียนวิชาประวัติศาสตร์ เพื่อนก็เริ่มก่อนโดยถามบีว่ากินเข้ากับอะไร ปรากฏว่าบีไม่ตอบค่ะ จนมาถึงคิวเรา เราก็พูดไปว่าเมื่อเช้าบีกินข้าวกับแกงขนุนใช่ไหม บีก็หันมายิ้มแล้วตอบว่าใช่ เรากินแกงขนุน (แต่ความจริงบีไม่ได้กินนะคะ บีมาสารภาพทีหลัง หลังจากเป็นแฟนกันแล้ว)
หลังจากวันนั้นเรากับเพื่อนก็เลิกเล่นเกมส์นี้ เป็นเพราะเริ่มเบื่อแล้ว แต่เรื่องไม่จบค่ะ เรามีความรู้สึกว่าบีต้องคิดอะไรกับเราแน่นอน สังเกตจากพฤติกรรมที่บีชอบมาอยู่ในที่ๆ มีเรา ชอบหาเรื่องคุย ชอบมานั่งใกล้ รวมถึงชอบซื้อนั่นซื้อนี่มาให้กินตลอด จนบางครั้งเพื่อนผู้ชายในห้องก็ชอบแซวเรากับบี แต่ตอนนั้นเราไม่ได้คิดอะไรกับบีนะคะ เพราะที่บ้านเคร่งครัดเรื่องพวกนี้มาก บีก็ทำแบบนี้มาตลอดจนปลายเทอม จนเราก็เริ่มรู้สึกดีกับบี แต่ก็ยังคงปากแข็งและไม่แสดงออกให้รู้ว่ามีใจให้ จนปิดเทอม เราก็เริ่มรู้สึกเหมือนขาดอะไรไป คือไม่มีใครมาทำแบบที่บีทำให้ จนแน่ใจว่าตัวเองก็ชอบบีแน่นอนละ ด้วยความที่กลัวจะเสียผู้ชายน่ารักๆ แบบบีไป เราจึงได้คิดแผนการที่มีชื่อว่า เนียนให้เขามาขอเป็นแฟน
แล้วแผนการก็เริ่มขึ้น เราก็ได้คิดแผนการมาเป็นอย่างดีแล้วล่ะ ว่าจะให้บีมาขอเป็นแฟนยังไงโดยที่เราไม่ต้องเสียฟอร์ม เราก็ได้โทรไปหาเพื่อนสนิทอีกคนในกลุ่มให้ช่วยมาเป็นแม่สื่อให้ แผนการก็มีอยู่ว่า เราจะให้เพื่อนสนิทเราโทรไปหาบี แล้วถามว่าคิดยังไงกับเรา ถ้าบีตอบว่าชอบเรา ก็เริ่มแผนการต่อ คือการใช้แม่สื่อในการติดต่อให้ คำตอบออกมาแล้วว่าบีชอบเรา เพื่อนก็เริ่มแผนต่อ โดยบอกกับบีไปว่า ถ้าบีชอบเรามากก็จะช่วยให้สมหวัง โดยการให้เบอร์โทรติดต่อเพื่อสานสัมพันธ์กัน แบบประมาณว่าเรื่องนี้เราไม่รู้เรื่องนะ เป็นความประสงค์ของเพื่อนเราเองที่อยากให้บีสมหวังกับเรา จึงจัดการเป็นแม่สื่อให้ หลังจากเพื่อนเราจัดการธุระเสร็จแล้ว ก็รีบโทรมารายงานให้เราทราบ อีกสักพักไม่นานเกินรอ ก็มีเบอร์แปลกโทรเข้ามา เราก็รีบรับสายทันที เพราะมั่นใจว่าต้องเป็นบีแน่นอน เราก็ทำเป็นรับสายแบบงงๆ ว่าใครกันนะโทรมา บีก็เริ่มบทสนทนาก่อน แต่เราคุยกันแปบเดียวนะคะ เพราะเราต้องฟอร์มไว้ก่อน (เล่นตัวนิดหน่อย) สรุปวันนั้นบีก็คงดีใจอะค่ะที่ได้คุยกับเรา แต่หารู้ไม่ว่าแผนการทั้งหมด เราอยู่เบื้องหลังและเป็นคนจัดฉากมันเองทั้งหมด ความจริงก็คือเราอย่างให้เบอร์กับบีเอง
วันถัดมาบีก็โทรหาเราอีก แล้วมีหนึ่งประโยคที่บีพูดกับเรา แล้วทำให้เรายิ้มได้ทั้งวัน คือ บีบอกว่าต่อไปนี้ถ้าใครมาถามให้บอกไปว่าเราเป็นแฟนกันนะ (อะไรกัน นี่เพิ่งคุยกันได้ 2 วันเองนะ จะรีบไปไหน) เราก็คุยกันทุกวัน คุยแบบไม่รู้เบื่อ เพิ่งรู้ว่าความรักที่นอกเหนือจากคนในครอบครัวเป็นแบบนี้นี่เอง ทั้งที่เมื่อก่อนเรามีความรู้สึกว่าการมีแฟนเป็นเรื่องไร้สาระมาก แถมยังเคยสัญญากับเพื่อนว่าเราจะไม่มีมีแฟนเด็ดขาด ถ้ามีวันไหนจะเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวเลย จนวันนี้ผ่านมา 7 ปี ยังไม่ได้เลี้ยงเพื่อนเลยค่ะ บางวันคุยกันจนเกือบเช้า ไม่รู้เอาอะไรมาคุยนักหนา เรื่องราวการเป็นแฟนกันก็มีแค่นี้นะคะ แต่จะขอเล่าความน่ารักของผู้ชายคนนี้สักหน่อย บีเป็นผู้ชายที่น่ารัก ดูแลเอาใจใส่เราเป็นอย่างดี มีหลายเหตุการณ์ประทับใจที่บีทำให้ เช่น วันเกิดเราปีแรกที่คบกัน บีก็โทรให้เราไปหาที่บ้านเพื่อน เพื่อให้เราไปเอาเค้กช็อกโกแลตกับตุ๊กตาน้องควาย ไม่รู้ว่าบีรู้ได้ยังไงว่าเราชอบช็อกโกแลตกับควายมาก ทั้งที่เราไม่เคยบอกใครเลย แต่บีก็แอบขี้หึงและขี้งอลหน่อยเวลามีผู้ชายเข้ามาเกาะแกะเรา บีก็จะงอลๆ แต่ไม่เคยหายไปไหน บีทำให้เรารู้ว่าบีรักและเป็นห่วงเรามาก
ยังมีเหตุการณ์ที่ไม่รู้ว่าจะเรื่องว่าโรแมนติกหรือเปล่านะคะ คือ ตอนม.6 เราต้องไปรายงานตัวที่หมาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย แล้วบีก็ขอมาด้วย เพราะมีจุดประสงค์เพื่อที่จะมาดูบอลลีกแข่งกัน ตอนนั้นเรามาพร้อมกับเพื่อนอีก 4 คน รวมเป็น 6 คน แต่เราไปดูบอลกันแค่สองคน เพราะเพื่อนคนอื่นเลือกที่จะพักผ่อน ตอนไปสนามแข่งก็จะเป็นสนามแข่งของมหาวิทยาลัยอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงราย เรียกได้ว่าวันนั้นเราได้เที่ยวสองมหาวิทยาลัยเลย ตอนไปก็ขึ้นรถเมล์ไปลงหน้ามหาวิทยาลัย แล้วต้องเดินเข้าไปสนามอีกระยะทางไกลพอสมควร ไปแบบไม่รู้ที่ อาศัยสังเกตรถเอาว่าเขาไปทางไหนเยอะ แสดงว่าทางนั้นต้องเป็นสนามแข่ง เราก็ไปถึงสนามกันจนได้นะคะ ไปถึงก็ซื้อตั๋วเข้าชม วันนั้นเป็นนัดของเชียงรายกับบุรีรัมย์ พอบอลแข่งเสร็จก็มืดแล้ว ตอนนั้นเริ่มคิดหนักละว่าจะกลับกันยังไง โชคดีหน่อยที่มีรถรางของมหาวิทยาลัยพาไปส่งหน้าม. แต่เราก็เริ่มคิดหนักอีกแล้ว เพราะตอนนั้นไม่มีรถประจำทางเลย แล้วจากมหาวิทยาลัยไปห้องพักก็ไกลพอสมควร แต่เราก็ไม่สนใจ ก็เดินกลับกันสองคน ถนนก็มืดมาก เจอสุนัขบ้างเป็นบางที่ ก็วิ่งกันบ้าง สนุกไปอีกแบบ แบบว่าโรแมนติกในที่มืดและรายล้อมไปด้วยน้องหมาอะค่ะ แต่ก็รู้สึกดีนะคะที่ได้ใช้เวลาร่วมกัน จนในที่สุดฟ้าก็เป็นใจ มีรถประจำทางมาพอดี สบายละเราไม่ต้องวิ่งหนีหมาละ นี่ก็เป็นอีกเหตุการณ์ที่น่าประทับใจ
ถ้าจะให้เล่าเหตุการณ์ประทับใจทั้งหมดที่ได้รับจากผู้ชายคนนี้ คงต้องเล่ากันยาวอะค่ะ เอาเป็นว่าขออีกหนึ่งความประทับใจมากๆ จนน้ำตาไหลเลยนะคะ
เหตุการณ์นี้เกิดในวันเกิดของเราเมื่อตอนเรียนอยู่ปี 3 วันนั้นบีก็ทำเนียนอะค่ะว่าวันนี้เลิกเรียนดึกหน่อยนะ แล้วต้องไปทำงานต่อหอเพื่อน เราก็โอเค สงสัยวันนี้ไม่ได้เซอร์ไพรจากบีแล้วล่ะ หวังว่าพรุ่งนี้บีจะไม่ลืมเซอร์ไพรเรานะ วันนั้นพอเราเลิกเรียนเสร็จ เราก็ไปทำความสะอาดห้องให้บีตามปกติ พอทำเสร็จก็กำลังจะกลับห้อง เราก็ตัดสินใจโทรหาบี แต่บีไม่รับสาย เลยทักไปถามเพื่อนบี ก็ได้คำตอบว่าบีไปทำธุระอยู่มั้ง ด้วยความที่เริ่มดึกแล้ว เราก็เป็นห่วง สักพักเพื่อนที่อยู่หอเดียวกับบีก็มาเคาะประตูห้อง บอกมายืมของ เราก็ไม่ได้เอะใจอะไร เลยไปเปิดประตูให้ ปรากฏว่ามีชายหนุ่มยืนถือเค้กอยู่หน้าประตู แล้วค่อยๆ เดินเข้ามาหา พร้อมกับเปิดเพลงคู่ชีวิต (แหม น่ารักอีกละ) ต้องบอกว่าวันเกิดปีนั้นบีทำน้ำตาเราหยดไปเยอะเลยทีเดียว บีทำได้เนียนมาก ที่กลับห้องดึกเพราะไปหาซื้อเค้กอร่อยๆ ที่เราชอบมาให้ ความจริงคือบีกลับมาหอได้สักพักแล้ว แต่ที่เราไม่รู้เพราะบีแอบจอดรดไว้นอกหอ แล้วขึ้นไปจุดเทียนที่ดาดฟ้า แล้วค่อยมาแอบยืนหน้าห้อง
ความน่ารักของบียังไม่หมด เวลาเราอยากได้อะไรหรือไปที่ไหน บีก็ไม่เคยที่จะทำให้ไม่ได้ อย่างปิดเทอมเราก็จะนัดกับเพื่อนไปเที่ยวเกาะล้านกัน ไปกันแบบไม่รู้จักทาง อาศัย GPS บอกทางเอา เป็นการเดินทางที่สนุกและคุ้มค่ามาก ได้ไปเที่ยวกับคนที่เรารัก ทั้งในฐานะแฟนและเพื่อน ใช้เวลาและมีความสุขร่วมกัน ฤดูหนาวเราก็พากันไปเที่ยวกับเพื่อนอีกละ ไปเที่ยวม่อนแจ่ม ดอยอินทนนท์ ขับรถกันไปเรื่อยๆ ชีวิตมีความสุข
ความน่ารักของผู้ชายคนนี้ยังมีอีกมาก เก็บไว้ชื่นชมอีกนาน ใครจะไปคิดใช่ไหมคะว่าผู้หญิงคนนึงที่มีนิสัยเหมือนผู้ชายจะถูกผู้ชายคนนึงกุมหัวใจซะอยู่หมัด ใครจะไปรู้จากคนที่เคยเกลียดกันมาก ตอนนี้กลายเป็นคนที่รักกันมาก จากคนที่คุยกันได้สองวันแล้วตอบตกลงเป็นแฟนกัน จนมาถึง 7 ปีในทุกวันนี้ อีกสิ่งนึงที่ประทับใจคือ เราเป็นแฟนคนแรกของกันและกัน และเราก็รักกันมาจนถึงทุกวันนี้ แต่ทั้งหมดในชีวิตไม่ได้มีเฉพาะเรื่องน่าประทับใจนะคะ เราก็เคยผ่านช่วงเวลาที่เราเป็นฝ่ายทำให้บีเสียใจ และบีทำให้เราเสียใจ แต่สุดท้ายเราก็เชื่อว่า ถ้าเรารักกันจริง ไม่ว่าจะมีกี่เรื่องที่แย่เข้ามา มันก็จะผ่านไป และกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปเลย
เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับเรา น้อยมากที่จะมีคนรู้ความเป็นมาของต้นรักต้นนี้ เพื่อนสนิทไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ หากใครเข้ามาอ่านแล้วรู้ว่าเจ้าของกระทู้และคุณบีคือใคร ช่วยแชร์หน้าเฟสบีหน่อยนะคะ อยากให้บีได้มาอ่านเรื่องน่ารักๆของเรา ตอนนี้บีไม่รู้ว่าเรากำลังบรรยายเรื่องของเราอยู่ เอาไว้เซอร์ไพรบี ถ้านักสืบพันทิปสามารถแชร์หน้าเฟสถูกคน จะขอบคุณมากค่ะ
เพื่อนสนิทจ๋า มาอ่านหน่อยเร็ว