ผมมักได้ยินสลิ่มชน และบรรดากระแดะชนทั้งหลาย
ชอบพูดว่า คนจนเสียภาษีน้อย จะมามีสิทธิ์เท่าคนรวยที่เสียภาษีมากได้อย่างไร
บางคนที่ไม่มีภูมิรู้เรื่องภาษี ก็บอกว่าคนจนไม่เสียภาษี
โวยว่า มีแค่คนแค่สามล้านกว่าคนเท่านั้น ที่เสียภาษีเพื่อเป็นงบประมาณใช้จ่ายทั้งประเทศ
บางคนพอมีภูมิหน่อยก็พอรู้ว่าคนจนก็เสียภาษี แต่ก็ดักดานไปถึงขนาดพูดว่า พวกคนจน เสียแค่แว็ตไม่กี่บาท
แต่จะเอาหมด ทั้ง 30 บาทรักษาทุกโรค รถเมล์ฟรี รถไฟฟรี เบี้ยคนจน ฯลฯ
เป็นการเอาเงินภาษีคนรวยมาจ่ายให้ทั้งนั้น ไม่ยุติธรรม
หนักสุด ก็คือความเห็นสุดโต่งที่ว่า ฆ่ามันให้ตายหมด พวกคนจนนี่ พวกถ่วงประเทศ
คนมีสติปัญญานั้น จะมีอยู่อย่างน้อย 2 อย่าง
หนึ่ง คือ การสังเกต และ พิจารณา
สอง คือ การหาเหตุผลในเรื่องนั้น ๆ
แต่สำหรับคนโง่ ขาดสติปัญญา จะไม่มีทั้งสองอย่าง ไม่ชอบศึกษาสืบค้นเรียนรู้ข้อเท็จจริง
มักแค่เชื่อในสิ่งที่โดนกรอกหูฝังหัว ซึ่งหากเป็นสิ่งที่ถูกใจก็รับ แต่หากเป็นเรื่องไม่ชอบไม่พอใจ ก็ไม่รับข้อมูล
ประเด็นเรื่องภาษีนั้น
มีข้อสังเกต และข้อพิจารณา ว่า ทำไมโลกนี้ จึงมีระบบเก็บภาษีแบบอัตราก้าวหน้า และมีการกำหนดเกณฑ์รายได้ที่ต้องจ่ายภาษี
เมื่อสังเกต พิจารณา ก็ต้องหาเหตุผล
การหาเหตุผลก็ต้องหาข้อมูล ศึกษาหลักการทางภาษี ก็จะมีคำตอบ
ไม่ใช่แค่เขาว่าคนรวยเสียภาษีมาก คนจนเสียภาษีน้อย หรือไม่เสีย ก็เชื่อ
ดักดาน และไร้เหตุผลสิ้นดี
ตามหลักคิด วิธีคิดของสลิ่ม และบรรดากระแดะชน นั้น (กระแดะชน บางตัวไม่เสียภาษี และเสียภาษีน้อยมาก แต่กระแดะด่าคนอื่น)
ก็ควรไม่ต้องมีการเก็บภาษี
ใครจะรวย ใครจนก็จัดการเอาเอง จะได้ไม่มีการกล่าวหา อวดอ้างกันว่า ใครจ่ายภาษีน้อย ใครจ่ายมาก
เช่น คนรวยอยากได้ถนน ก็สร้างเอง คนจนอยากได้ถนน ไม่มีเงินสร้าง ก็ลุยป่าไป
สร้างถนนแล้ว ก็ให้คนรวยที่สร้างใช้ไป คนอื่นไม่มีสิทธิ์ หากอยากใช้ ก็จ่ายเงินให้เจ้าของถนน
หรือ คนรวยเท่านั้นที่ควรมีสิทธิ์ใช้ไฟฟ้า ควรมีสิทธิ์ใช้ 30 บาทรักษาทุกโรค ฯลฯ
ยุติธรรมดี ไม่ต้องมีใครได้เปรียบเสียเปรียบใคร
จริงไหม ?
แต่บ้านเมืองคงโกลาหลพิลึก !!!
ที่รัฐบาลในโลกนี้ ต้องกำหนดเกณฑ์รายได้การจ่ายภาษี ใครรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ก็ไม่ต้องเสียภาษี
ต้องใช้ระบบอัตราภาษีก้าวหน้า ใครมีรายได้ตามเกณฑ์น้อย จ่ายภาษีน้อง ใครมีรายได้มาก จ่ายภาษีมาก
นั่นเพราะวิธีนี้ ระบบนี้ เป็นระบบที่ "เป็นธรรม" ในสังคมประเทศ
ด้วยเหตุผลทาง "โอกาส" และ "การเข้าถึง" ในการตักตวง ในการใช้ทรัพยากรของประเทศ
ให้คำนึงถึงข้อมูลที่ว่า สยามพารากอน ใช้พลังงานไฟฟ้าเทียบเท่ากับจังหวัดเล็ก ๆ แห่งหนึ่งเลยทีเดียว
(บอกแค่นี้ ที่เหลือคิดเอง ถ้าคิดไม่ได้ ก็ช่างหัว)
ประเด็นสำคัญ เป็นที่ถกเถียงแบบเข้าใจผิดมานาน
นั่นก็คือเรื่องที่ว่า คนรวยเสียภาษีมากกว่าคนจน
จริงไหม ?
ปีงบประมาณ 2559 (ต.ค.58 - ก.ย. 59) ที่ผ่านมา
ประเทศไทยเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ 318,112.255 ล้านบาท
เก็บภาษีนิติบุคคลได้ 604,473.741 ล้านบาท
เก็บภาษีมูลค่าเพิ่มได้ 715,788.083 ล้านบาท
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้http://dataservices.mof.go.th/Dataservices/GovernmentRevenue
หากสังเกต หากพิจารณาสักนิด
จะเห็นว่า บุคคลธรรมดาที่มีรายได้ต้องจ่ายภาษี นิติบุคคล นั้น มีรายได้จากไหน จากพวกตัวเองเท่านั้นหรือ ?
จะเห็นว่า ภาษีมูลค่าเพิ่มที่จ่ายต่อหัวเท่ากัน 7% นั้น จากคนรวยหรือคนจนมากกว่ากัน ?
และมีการวิจัยมากมาย ที่ชี้ให้เห็นว่า คนรวยนั้น ไม่ได้เสียภาษีมากกว่าคนจนเท่าไรเลย
โดยการคิดแบบ "อัตราส่วน" ไม่ใช่การคิดด้วย "จำนวน"
คนจนประเทศไทย กับคนชั้นกลาง เสียภาษีเท่า ๆ กันในอัตราส่วนราว ๆ 15-18%
คนรวย เสียภาษีในอัตราส่วนราว ๆ 25-27%
แต่รวยนั้น มีรายได้ในอัตราส่วนที่มากกว่าคนจนและคนชั้นกลาง ไม่รู้กี่เท่า !!!
และอัตราส่วนจำนวนประชากร ที่คนรวยมีจำนวนแค่หยิบมือ แต่คนจนนั้นล้นประเทศ !!!
คนรวยที่ว่าเสียภาษี 35% แต่ความจริงแล้ว เมื่อหักค่าลดหย่อนต่าง ๆ แล้ว
คนรวยบางคนจ่ายภาษีแค่ 10-15% เท่านั้นเอง
ความเข้าใจผิดที่ว่า คนรวยเสียภาษีมากกว่าคนจน จึงเป็นความเข้าใจที่ผิด โง่ ดักดาน
เพราะไปมองแค่เรื่อง "จำนวน" ไม่มองถึง "อัตราส่วน"
และไม่มองถึง "โอกาส" และ "การเข้าถึง" ทรัพยากรของประเทศ
เมื่อบ่ะ
จบดอก
ขี้เกียจเถียง และอธิบายเพิ่มเติม หน่ายสลิ่ม เบื่อกระแดะชน
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้นึกถึงวอเรน บัฟเฟต มหาเศรษฐีโลก
แกออกมาวอนรัฐ ว่าให้จัดเก็บภาษีคนอย่างแกนี่ใหม่ คือให้คิดในอัตราก้าวหน้า
เพราะแต่ละปีแกมีรายได้มหาศาล กลับเสียภาษีแค่ 15% แต่ลูกน้องแก เสียภาษี 35%
แกมีรายได้จากปันผล จึงเสียน้อย แต่ลูกน้องแกมีรายได้เป็นเงินเดือน ก็เสียมาก
เพิ่งสังเกตเห็นว่า พิมพ์คำ ใคร(จะ)รวย ติดกันไม่ได้ โดนกรองเหลือแค่สระ ใ
ต้องใส่คำว่า จะ เข้าแทรก ถึงผ่าน
คนเรานั้น หากแค่มีสติปัญญา เรื่องภาษีอากรนั้น ไม่ใช่เรื่องเข้าใจยากเลย แต่เพราะขาดสติปัญญา จึงเข้าใจผิดอยู่เสมอมา
ชอบพูดว่า คนจนเสียภาษีน้อย จะมามีสิทธิ์เท่าคนรวยที่เสียภาษีมากได้อย่างไร
บางคนที่ไม่มีภูมิรู้เรื่องภาษี ก็บอกว่าคนจนไม่เสียภาษี
โวยว่า มีแค่คนแค่สามล้านกว่าคนเท่านั้น ที่เสียภาษีเพื่อเป็นงบประมาณใช้จ่ายทั้งประเทศ
บางคนพอมีภูมิหน่อยก็พอรู้ว่าคนจนก็เสียภาษี แต่ก็ดักดานไปถึงขนาดพูดว่า พวกคนจน เสียแค่แว็ตไม่กี่บาท
แต่จะเอาหมด ทั้ง 30 บาทรักษาทุกโรค รถเมล์ฟรี รถไฟฟรี เบี้ยคนจน ฯลฯ
เป็นการเอาเงินภาษีคนรวยมาจ่ายให้ทั้งนั้น ไม่ยุติธรรม
หนักสุด ก็คือความเห็นสุดโต่งที่ว่า ฆ่ามันให้ตายหมด พวกคนจนนี่ พวกถ่วงประเทศ
คนมีสติปัญญานั้น จะมีอยู่อย่างน้อย 2 อย่าง
หนึ่ง คือ การสังเกต และ พิจารณา
สอง คือ การหาเหตุผลในเรื่องนั้น ๆ
แต่สำหรับคนโง่ ขาดสติปัญญา จะไม่มีทั้งสองอย่าง ไม่ชอบศึกษาสืบค้นเรียนรู้ข้อเท็จจริง
มักแค่เชื่อในสิ่งที่โดนกรอกหูฝังหัว ซึ่งหากเป็นสิ่งที่ถูกใจก็รับ แต่หากเป็นเรื่องไม่ชอบไม่พอใจ ก็ไม่รับข้อมูล
ประเด็นเรื่องภาษีนั้น
มีข้อสังเกต และข้อพิจารณา ว่า ทำไมโลกนี้ จึงมีระบบเก็บภาษีแบบอัตราก้าวหน้า และมีการกำหนดเกณฑ์รายได้ที่ต้องจ่ายภาษี
เมื่อสังเกต พิจารณา ก็ต้องหาเหตุผล
การหาเหตุผลก็ต้องหาข้อมูล ศึกษาหลักการทางภาษี ก็จะมีคำตอบ
ไม่ใช่แค่เขาว่าคนรวยเสียภาษีมาก คนจนเสียภาษีน้อย หรือไม่เสีย ก็เชื่อ
ดักดาน และไร้เหตุผลสิ้นดี
ตามหลักคิด วิธีคิดของสลิ่ม และบรรดากระแดะชน นั้น (กระแดะชน บางตัวไม่เสียภาษี และเสียภาษีน้อยมาก แต่กระแดะด่าคนอื่น)
ก็ควรไม่ต้องมีการเก็บภาษี ใครจะรวย ใครจนก็จัดการเอาเอง จะได้ไม่มีการกล่าวหา อวดอ้างกันว่า ใครจ่ายภาษีน้อย ใครจ่ายมาก
เช่น คนรวยอยากได้ถนน ก็สร้างเอง คนจนอยากได้ถนน ไม่มีเงินสร้าง ก็ลุยป่าไป
สร้างถนนแล้ว ก็ให้คนรวยที่สร้างใช้ไป คนอื่นไม่มีสิทธิ์ หากอยากใช้ ก็จ่ายเงินให้เจ้าของถนน
หรือ คนรวยเท่านั้นที่ควรมีสิทธิ์ใช้ไฟฟ้า ควรมีสิทธิ์ใช้ 30 บาทรักษาทุกโรค ฯลฯ
ยุติธรรมดี ไม่ต้องมีใครได้เปรียบเสียเปรียบใคร
จริงไหม ?
แต่บ้านเมืองคงโกลาหลพิลึก !!!
ที่รัฐบาลในโลกนี้ ต้องกำหนดเกณฑ์รายได้การจ่ายภาษี ใครรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ก็ไม่ต้องเสียภาษี
ต้องใช้ระบบอัตราภาษีก้าวหน้า ใครมีรายได้ตามเกณฑ์น้อย จ่ายภาษีน้อง ใครมีรายได้มาก จ่ายภาษีมาก
นั่นเพราะวิธีนี้ ระบบนี้ เป็นระบบที่ "เป็นธรรม" ในสังคมประเทศ
ด้วยเหตุผลทาง "โอกาส" และ "การเข้าถึง" ในการตักตวง ในการใช้ทรัพยากรของประเทศ
ให้คำนึงถึงข้อมูลที่ว่า สยามพารากอน ใช้พลังงานไฟฟ้าเทียบเท่ากับจังหวัดเล็ก ๆ แห่งหนึ่งเลยทีเดียว
(บอกแค่นี้ ที่เหลือคิดเอง ถ้าคิดไม่ได้ ก็ช่างหัว)
ประเด็นสำคัญ เป็นที่ถกเถียงแบบเข้าใจผิดมานาน
นั่นก็คือเรื่องที่ว่า คนรวยเสียภาษีมากกว่าคนจน
จริงไหม ?
ปีงบประมาณ 2559 (ต.ค.58 - ก.ย. 59) ที่ผ่านมา
ประเทศไทยเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ 318,112.255 ล้านบาท
เก็บภาษีนิติบุคคลได้ 604,473.741 ล้านบาท
เก็บภาษีมูลค่าเพิ่มได้ 715,788.083 ล้านบาท
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
หากสังเกต หากพิจารณาสักนิด
จะเห็นว่า บุคคลธรรมดาที่มีรายได้ต้องจ่ายภาษี นิติบุคคล นั้น มีรายได้จากไหน จากพวกตัวเองเท่านั้นหรือ ?
จะเห็นว่า ภาษีมูลค่าเพิ่มที่จ่ายต่อหัวเท่ากัน 7% นั้น จากคนรวยหรือคนจนมากกว่ากัน ?
และมีการวิจัยมากมาย ที่ชี้ให้เห็นว่า คนรวยนั้น ไม่ได้เสียภาษีมากกว่าคนจนเท่าไรเลย
โดยการคิดแบบ "อัตราส่วน" ไม่ใช่การคิดด้วย "จำนวน"
คนจนประเทศไทย กับคนชั้นกลาง เสียภาษีเท่า ๆ กันในอัตราส่วนราว ๆ 15-18%
คนรวย เสียภาษีในอัตราส่วนราว ๆ 25-27%
แต่รวยนั้น มีรายได้ในอัตราส่วนที่มากกว่าคนจนและคนชั้นกลาง ไม่รู้กี่เท่า !!!
และอัตราส่วนจำนวนประชากร ที่คนรวยมีจำนวนแค่หยิบมือ แต่คนจนนั้นล้นประเทศ !!!
คนรวยที่ว่าเสียภาษี 35% แต่ความจริงแล้ว เมื่อหักค่าลดหย่อนต่าง ๆ แล้ว
คนรวยบางคนจ่ายภาษีแค่ 10-15% เท่านั้นเอง
ความเข้าใจผิดที่ว่า คนรวยเสียภาษีมากกว่าคนจน จึงเป็นความเข้าใจที่ผิด โง่ ดักดาน
เพราะไปมองแค่เรื่อง "จำนวน" ไม่มองถึง "อัตราส่วน"
และไม่มองถึง "โอกาส" และ "การเข้าถึง" ทรัพยากรของประเทศ
เมื่อบ่ะ
จบดอก
ขี้เกียจเถียง และอธิบายเพิ่มเติม หน่ายสลิ่ม เบื่อกระแดะชน
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
เพิ่งสังเกตเห็นว่า พิมพ์คำ ใคร(จะ)รวย ติดกันไม่ได้ โดนกรองเหลือแค่สระ ใ
ต้องใส่คำว่า จะ เข้าแทรก ถึงผ่าน