วงในลือ อาจจะจ่ายแค่ค่าปรับให้โรงแรมแล้วแพ็กกระเป๋ากลับบ้านเร็ว ๆ นี้ ...

กระทู้ข่าว
คนขโมยภาพวาดใน รร.ญี่ปุ่น เป็น ขรก.กระทรวงพาณิชย์ พร้อมประสานขอเข้าพบ 26 ม.ค.

พาณิชย์ รับคนขโมยภาพวาดจากโรงแรมในญี่ปุ่น เป็น ขรก.พาณิชย์จริง สั่ง สคต.โอซากา ประสานขอเข้าพบ 26 ม.ค. นี้ พร้อมทำงานร่วมสถานทูตไทย-สถานกงสุลไทยในโอซากา ให้ความช่วยเหลือแล้ว ยันรอได้ข้อเท็จจริงครบถ้วน จะสอบโทษทางวินัย ยอมรับ ตกใจข่าว เหตุเป็นบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ ด้าน “ปลัดพาณิชย์” มอบกรมทรัพย์สินทางปัญญา ตั้งกรรมการสอบวินัยเอง วงในลือ อาจจะจ่ายแค่ค่าปรับให้โรงแรมแล้วแพ็กกระเป๋ากลับบ้านเร็วๆ นี้ ...</p>
วันที่ 25 ม.ค. 60 นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ได้แถลงข่าวกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจญี่ปุ่นได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเป็นชายไทย ขโมยภาพวาดจากโรงแรมที่พัก 3 ภาพ ว่า กระทรวงพาณิชย์ ได้รับรายงานจากกระทรวงการต่างประเทศว่า เมื่อวันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจญี่ปุ่นได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย เป็นชายไทย และเป็นผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์จริงตามที่ปรากฏเป็นข่าว หลังจากได้ขโมยภาพวาดในโรงแรมที่พัก กระทรวงพาณิชย์ จึงได้สั่งการให้สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ณ นครโอซากา ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศญี่ปุ่น และสถานกงสุลไทยในโอซากาในการให้ความช่วยเหลือ และจะประสานกับทางการญี่ปุ่นขอเข้าพบข้าราชการคนดังกล่าวในวันที่ 26 ม.ค. นี้ แต่ยังไม่ได้รับคำตอบว่าจะให้เข้าพบได้หรือไม่

อย่างไรก็ตาม หากข้าราชการคนดังกล่าว เดินทางกลับมาประเทศไทยเมื่อไร น่าจะได้รับทราบข้อเท็จจริงทั้งหมด และน่าจะดำเนินการต่างๆ ตามขั้นตอนของกฎระเบียบของข้าราชการต่อไป แต่ขณะนี้ เรื่องดังกล่าวอยู่ในดำเนินการตามกฎหมายของญี่ปุ่น และไม่รู้จะใช้เวลาดำเนินการนานเท่าไร

“หากการพิจารณาตามกฎหมายของญี่ปุ่นแล้วเสร็จ และมีข้อมูลชัดเจนว่า ข้าราชการคนดังกล่าวเข้าข่ายกระทำความผิดจริง จะดำเนินการเอาผิดทางวินัย ซึ่งโทษวินัยมีตั้งแต่เบาไปหาหนัก เช่น ภาคทัณฑ์ ลดเงินเดือน ปลดออก ให้ออก ต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น แต่ขณะนี้ ยังไม่อยากพูดไปก่อนว่า กรณีนี้จะผิดโทษวินัยร้ายแรงจนถึงขั้นต้องให้ออกหรือไม่ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ ผู้บริหารกระทรวงฯ ทั้งปลัดกระทรวงพาณิชย์ รมช. และรมว.รับทราบแล้ว และกำชับให้หาข้อเท็จจริงให้ได้โดยเร็ว”

นายทศพล กล่าวอีกว่า การเดินทางไปญี่ปุ่นของข้าราชการคนดังกล่าว มี 2 ภารกิจคือ ภารกิจแรก เดินทางเพื่อเข้าร่วมประชุมงานด้านทรัพย์สินทางปัญญาของภาครัฐ และมหาวิทยาลัยของญี่ปุ่นเชิญไปร่วมประชุมเรื่องการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของภาครัฐ ระหว่างวันที่ 20-25 ม.ค. 60 โดยมีกำหนดเดินทางกลับไทยวันที่ 25 ม.ค. แต่ได้เลื่อนการเดินทางกลับอย่างไม่มีกำหนด

“ตอนได้ข่าว รู้สึกตกใจ และไม่อยากเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง เพราะท่านเป็นบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถมากของกรมฯ และของกระทรวงพาณิชย์ เป็นนักเรียนทุนรัฐบาลญี่ปุ่น เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการผลักดันการแก้ปัญหางานที่คั่งค้างของกรมฯ เป็นคนทำงานจริงจัง ไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย” นายทศพล กล่าว

ด้าน นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมลักษณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กรณีนี้คงต้องรอทางการญี่ปุ่นสอบสวนข้อเท็จจริงก่อน หลังจากนั้นจะมอบหมายให้กรมทรัพย์สินทางปัญญา ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบตรงสอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้ง เพื่อดำเนินการตามระเบียบวินัยของข้าราชการกระทรวง โดยต้องให้ความเป็นธรรมกับข้าราชการคนดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาไปตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ซึ่งจะมีโทษวินัยอย่างไร ต้องรอผลของทางการญี่ปุ่นออกมาก่อน ส่วนจะทำให้ภาพลักษณ์ของกระทรวงพาณิชย์เสื่อมเสียหรือไม่ มองว่าไม่น่าจะเกี่ยวข้องกัน เพราะเหตุการณ์นี้เป็นเรื่องส่วนบุคคล และเป็นเวลานอกราชการ อีกทั้งข้าราชการคนดังกล่าวก็เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ ประวัติการทำงานดีมาโดยตลอด

ส่วน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องมีการพิจารณาและให้ความเป็นธรรม แต่ต้องรอผลการตรวจสอบจากญี่ปุ่นก่อน ว่ามีเหตุผลและข้อเท็จจริงในการกระทำอย่างไร หากผิดจริงจะดำเนินการตามระเบียบขั้นตอนทางราชการ และตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าเรื่องดังกล่าวไม่น่าจะกระทบต่อภาพลักษณ์ และการทำงานของกระทรวงพาณิชย์

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ได้รับประสานจากกระทรวงการต่างประเทศว่า ขณะนี้ข้าราชการคนดังกล่าวได้ยอมรับผิดกับทางการญี่ปุ่นแล้ว ซึ่งตามกระบวนการน่าจะจ่ายเพียงแค่ค่าปรับให้กับทางโรงแรม เจ้าของภาพวาดที่ได้ขโมยมา และเดินทางกลับประเทศไทยได้ในเร็วๆ นี้

สำหรับประวัติของข้าราชการคนดังกล่าว ซึ่งตามข่าวระบุชื่อว่า นายสุภัฒ สงวนดีกุล ตำแหน่งรองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญานั้น เกิดเมื่อวันที่ 22 ม.ค.2500 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี-โท ด้านเศรษฐศาสตร์การค้าระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยนาโกย่า เริ่มรับราชการที่กรมการค้าต่างประเทศ ในปี 2527 จากนั้น เป็นเลขานุการโท สำนักงานที่ปรึกษาการพาณิชย์ กรุงออตตาวา, เลขานุการเอก (ฝ่ายการพาณิชย์) สำนักงานที่ปรึกษาการพาณิชย์ กรุงออตตาวา, เลขานุการเอก (ฝ่ายการพาณิชย์) สำนักงานที่ปรึกษาการพาณิชย์ กรุงโตเกียว, ที่ปรึกษา (ฝ่ายการพาณิชย์) สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ กรุงจาการ์ตา, อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการพาณิชย์) สำนักงานการพาณิชย์ในต่างประเทศ กรุงบรัสเซลส์, กงสุล (ฝ่ายการพาณิชย์) สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ นครซิดนีย์, ผู้อำนวยการสำนักอาเซียน กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ, ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครโอซากา และเป็นรองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปัจจุบัน โดยจะเกษียณอายุราชการ เดือน ก.ย.60



อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/843736

ปล. อย่าฟังความข้างเดียว คงแค่ความเคยชินของบางคนในกระทรวงนี้

เรื่องจิ๊บ ๆ คับ ...
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่