หลังปีใหม่ที่ผ่านมา กับทีมเพื่อนได้มีโอาสได้ไปต่างประเทศ ฟังดูหรูและไกล
เวียดนาม ข้างบ้านเราค่ะ คุณผู้ชม เนื่องจากทีมเพื่อน สมัยเรียนมหาลัย คบกันมานาน
นานกว่าสิบปี คุยกันยังไง ก็ไม่แน่ใจ กลายเป็นว่า รวมตัวกันไปเที่ยวซะงั้น
ปีครึ่งก่อนหน้านี้ ไปท่องแดนซากุระ อันนั้นก็หรรษา ไม่ใช่น้อย (ค่อยเล่าแหละกัน)
หลังจากกลับจากญี่ปุ่น เพื่อนๆ ก็คุยกันในไลน์ ผลออกมาว่า จะไปเวียดนาม ต้นปี 60
ตั๋วหางแดง ออกมา รวมไปกลับ ไม่เกิน 3,000 บาท สอยกันสิค่ะ
ทิ้งเวลานาน ผ่านไป ก่อนออกเดินทาง 3 เดือนได้ทำการอ่านรีวิว จากพันทิป บล๊อกต่างๆ
ทำการสรุปว่า 5 วัน 7 คืน ของเรา จะมีแผนดังนี้
วันที่ 6 เดินทางจากจุดต่างๆ ของประเทศไทย (เพื่อนๆ อยู่คนละจังหวัด จะมารวมตัวกันที่ดอนเมือง)
ไอ้เรารึ มาจากเกาะกลางอันดามัน ออกเดินทาง ไฟล์ท 5 ทุ่ม เพื่อนอีก 3 คน ไฟล์ท เที่ยงคืน
ความสนุกบังเกิด เพราะฝนตกหนัก รถติด ออกจากบ้าน 2 ทุ่ม ถึงสนามบิน อีก 30 นาที 5 ทุ่ม
วิ่งสิค่ะ เช็คอินน์มาแล้ว จะได้กอดลาเพื่อนที่มาส่งรึ ก็ไม่ได้ วิ่งหน้าตั้ง วิ่งจนพนักงาหางแดง ต้องเบรค
ด้วยประโยคที่ว่า “พี่คะ ไฟล์ทห้าทุ่มใช่ไหมค่ะ ไม่ต้องรีบค่ะ เครืองยังไม่เรียก เครื่องยังไม่เข้าเกทค่ะ ”
ประสบการณ์การทำงานที่เกี่ยวกับวงการนี้ แน่นอน ดีเลย์ คุณได้สิทธิ์นั้นเดียวนี้ และเพื่อน 3 คนเดินลากกระเป๋า
สวยๆ เดินเพลินๆ แกรรรร ดีเลย์หรา หัวเราะ ถ่ายรูปเมามันส์กันไป เราก็เดินขึ้นเครื่อง เพื่อนเราขึ้นรถบัสไปเกทไกลๆ
สุดท้ายไอ้เพื่อนเราก็ดีเลย์ แหม เริ่มต้นก็สวยซะแล้ว ถึงสนามบิน ตี 2 เดินตีกันไปกันมา จะนอน สลีปบ๊อก เพื่อนคนนึงกล่าว ชั่วโมงละ 500 บาท สติไหม แพงเว่อร์ เดินข้ามฝั่งไปเช็คอินน์ อมารี ดีกว่าป่ะ บ่นไปบ่นมา ไปโผ่น อีกอาคาร
ต่างชาตินอนกันตามเก้าอี้ เราก็นอนได้สินะ แฮทแท็กก็ตามมา “แก ทำงานมาทั้งปี เพื่ออะไร” ว๊ายๆๆ โดน
มองกันไปมองกันมา เดินหาไรกินรองท้องดีกว่า เพราะหางแดงไปเวียดนาม 07.30 มีเวลา
เซเว่น คือ เป้าหมาย 4 คน ข้าว 4 กล่อง ไข่ต้ม พร้อมน้ำพริก ที่หอบติดกระเป๋าไว้กินกันตายจากบ้าน
อิ่มกันไป แอบงีบกันไป เพื่อนที่มาจากเชียงใหม่ และ เขตกรุงเทพ ก็มาถึง พร้อมเค้ก และแซนวิช กล่องเบิ้ม
กินกันอีกสิค่ะ รออะไร …วุ่นวายกะ การรีปริ้นต์ตั๋ว เหตุเพราะกฏอะไรไม่รู้ไม่เข้าใจ เช็คอินท์แล้วได้คิวอาร์โค้ดมา
แต่ก็ไม่สามารถขึ้นเครื่องได้ ก็ต้องไปฝ่าฝูงชนชาวจีน ไปเคาน์เตอร์ ระหว่างนั้น เพื่อนชาวสุราษฏร์ก็มาถึง
ที่จริง 2 นางมาก่อนแล้ว 1 วัน และแล้วทีมเรา 8 สาว ก็พร้อมเดินทางไปหาลุงโฮ
เช้าวันที่ 7 มค.60 ความสนุก ก็มีมาตั้งแต่เดินเข้า ตม. มีอ้อโต เข้าแคปซูล และที่เคาน์เตอร์
ไอ้เราก็ชอบอะไรเดิมๆ เข้าแถวสิ เพื่อน 2 คนก็เข้าด้วย พอถึงคิว เพื่อนก็ เอ๊ะ เข้าแถวถูกป่าวว่ะ
เห้ย มีธงประเทศไทยนะ เราก็ต้องได้สิ แต่คำว่า เอ๊ะ มันก็ทำให้เราวิ่งงงๆ แต่เพื่อนอีกคน ยังคงยืนที่เดิม
ก็ผ่าน ตม.ไปได้ ไงๆๆ ก็ต่อแถวที่เดิม ก็ผ่านไปไม่โดนคุณตำรวจกัก เพื่อนๆ ออกมากันครบ แล้วก็อวดกัน
ฉันได้สแตมป์ ชั้นไม่มี แต่สุดท้าย 2 คน ที่ลนลานเมื่อกี้ ชนะ ตรงได้แม็กใบขาเข้า เอ่อ..มันน่าอวดตรงไหน
มารอที่เกท เพื่อขึ้นเครื่อง คนเยอะมาก ได้ลงหลักปักฐาน ตรงหน้าห้องสูบบุหรี่ ติดกันเป็นหน้าห้องน้ำ
อโคจรมากใช่ไหม แต่มันมีสิ่งที่หน้าดึงดูดคือ เสาชาร์จแบตฟรี โครงการดีๆ ของท่าอากาศยาน
ชาร์จไป ถ่ายรูปไป กินเค้กไป สูดกลิ่นไป เพลินจะตาย ได้เวลาขึ้นเครื่องแหละ ทำไม่เรียก
เอ๊ะ เกทอื่นๆ ไปหมดอาคารแหละ อืม …ดีเลย์อีกแหละ …จะทุกครั้งเลยใช่ไหม เครื่องช้าไป เกือบ 20 นาที
นั่งปุ๊บ หลับปั๊บ ล้อยังไม่ทันเลื่อนจากเกท ช่วงนี้ไม่มีความทรงจำเลยจริงๆ รู้สึกตัวอีกที กัปตัน บรรยายว่า
ยินดีต้อนรับ สู่โฮจิมินทร์ เวลาตรงกับประเทศไทย ตอนนี้เวลา 09.35 นาที เอ๊ะ ตอนออกมา จำได้ว่าดีเลย์นะ
มาถึงซะ ตรงเวลาเชียว เหยียบมิดใช่ไหมค่ะคุณกัปตัน มองออกนอกหน้าต่าง นี่มันกรุงเทพ ที่เดิมป่ะว่ะ
แดดเหมือน อากาศเหมือน บรรยากาศเหมือน เดินเข้าสู่ตัวอาคาร ยังจะเดินออกประตูเฉยๆ ซะงั้น
จนเพื่อนบอก แกๆๆ ต้องผ่านตม. ก่อน เอ้า ลืม จริงๆ เหมือนอยู่กรุงเทพ ที่เดิมเลย หันไปทางซ้าย เอ่อ เห็นชนชาติ
คาซัคสถาน และ รัสเซีย อืม ค่อยเหมือนต่างประเทศมาหน่อย ผ่านตม. มาได้แบบฉลุย ไม่มีอะไรสะดุด อาจจะเพราะ
หน้าคล้าย เพื่อนบ้าน แต่ติดตรงเคาน์เตอร์สูงไปนะ โผล่มาได้แค่ตา ลำบาก ตม. ต้องชะโงกหน้ามาดู
เดินออกจากตม .เพื่อนรอเอากระเป๋า ที่เหลือ เข้าห้องน้ำ เติมน้ำฟรี รอกันไป ….สักพัก เราต้องแลกเงินสินะ
เดินออกจากมา ก็จะเจอ เคาน์เตอร์ ให้แลกเงิน มากมาย เดินดูได้ตามใจชอบ เช็คเรท ราคากันไป
ตอนไปนั้นได้เรท 22,700 ดอง ตัวเลขเยอะ คิดไม่ทัน เลยกองเงินดอลล่าห์ให้ ช่วยคิดหน่อยเถอะค่ะ
เท่าไรก็เท่านั้น อ่อ ลืมบอก ทีมเราจะมีเงินกองกลางในการเที่ยว รอบนี้ ค่าตั๋วรถ และค่าโรงแรม จ่ายไปแล้วยังเหลือ
เอามาแลก ได้ 4,449,000 สี่ล้านกว่า …ดอง… รวยค่ะ รวย จริงๆ ก็แค่ 198 US เอง แลกเงินกองกลางเสร็จ
ก็แลกเงินส่วนตัวกันไป คนละ 50 100 120 US ว่ากันไป สิ่งต่อไปที่ต้องทำคือ ซิมการ์ด เอาไว้โทรรึ มันไม่ใช่ประเด็นหลัก
โพสต์ ไลน์ ไว้ตามตัว กันสิ นั่นสิ ประเด็นใหญ่ 8 สาว ยืนหน้าเคาน์เตอร์ ประมาณมาประท้วง นาน นานมาก
ไม่ใช่เพราะเลือกเบอร์สวย งงกะค่าเงินค่ะ ซิมเดียว สองแสนกว่า บ้าแล้ว และก็ได้ยินเสียง น้องผู้ชายคนนึงบอกมากว่า พี่ครับ ก็ประมาณ 160 บาทครับ หัวทั้งทีม ไม่แพงนะครับ ได้เน็ตตั้ง 9 กิ๊ก คนไทยใช่ไหมค่ะ ผ่านไป 5 นาที ยังไม่ได้ซิมนะ ได้ประวัติน้องเค้า ซะงั้น หลังจากจัดการเปลี่ยนซิม ทอนเงิน ยืมเงินกันวุ่นวายกันไป ต้องออกไปหารถแหละ
ทีมเราได้ใช้บริการของบริษัทเวียตซี เช่ารถรับ – ส่ง สนามบิน สำหรับ 8 คนในราคา 20 US ถือว่าไม่แพง
และสะดวกสำหรับกรุ๊ปใหญ่ๆ ที่เดินทาง เดินออกมา ต้องหาป้ายชื่อ โห ในสนามบินคนไม่เยอะ แต่คนที่มารับ เยอะมาก เดินเจอป้ายชื่อเพื่อนแหละ พยายามสื่อสารว่า นี่ชื่อพวกชั้นนะ น้องๆ ที่มารับ ส่ายหน้าอย่างเดียว สักพักก็มีคนวิ่งมาหา พยายามคุยกัน เหมือนจะรู้เรื่อง แต่ก็ไม่อยู่ดี เดินตามกันไป แล้วรถก็มาจอดตรงหน้า ถ่ายรุปสิค่ะ อันนี้คือสิ่งที่ต้องทำ ล้อรถหมุน พร้อมเสียงแตร แหมๆ กลัวพวกเราจะมาไม่ถึงเวียดนามใช่ไหมค่ะ ออกมาได้สักแป๊บ นั่นคนจำนวนมากมามุงอะไร เพื่อนๆ ที่นั่งด้านหน้าบอกว่า คนขับบอกว่า มารับดารา แหมๆ หูผึ่งสิค่ะ ทางเราก็อยากมุง แต่นะ ใครหล่ะ จะรู้จักไหม แค่เห็นจำนวนไม้เซลฟี่ ท่าจะดังจริงๆ ดัง..ดัง เสียงแตรดังเกินไปแล้วนะ สมคำร่ำลือจริงๆ
พี่โชเฟอร์ พาดริฟ ฟาสแปด พี่ขับซะ พวกเราต้องพึงมะลอกอ สามรส ยาดม พิมเสนน้ำ เวียนหัว ปวดหูกะเสียงแตรของพี่ และเสียงแตร บนท้องถนน 40 นาที พี่เค้าก็มาจอดข้างถนน ขนกระเป๋ามาวางข้างฟุตบาท แล้วก็ชี้ๆ เอ่อ ยังไง มองไปข้างหน้า บริษัท เวียตซี ..ที่ที่เราต้องมาเอาตั๋วรถนอน ตั๋วรถ ที่เราจองไว้ตลอดทริป ออฟฟิศอยู่ตรงหน้า ห่างกันแค่เอื้อมมือ แต่จะข้ามถนนไปยังไงหล่ะ พี่ๆ ชาวเวียด ไม่มีการเบรค ไม่สนใจ ไม่จอด ไม่ชลอ อะไรกันเลย เอาว่ะ จับมือไว้แล้วไปด้วยกัน หาจังหวะ แล้ววิ่ง รอด..นั่งทำใจในออฟฟิศเวียตซี ได้ อย่า อย่าคิดว่า จะไม่ต้องป่วนแหละ มันเพิ่งเริ่มต้นต่างหาก
เดี๋ยวมาต่อ…ขอเวลาแพร๊บ
[CR] โฮจิมินห์ ดาลัด มุยเน่ 5 วัน 4 คืน
เวียดนาม ข้างบ้านเราค่ะ คุณผู้ชม เนื่องจากทีมเพื่อน สมัยเรียนมหาลัย คบกันมานาน
นานกว่าสิบปี คุยกันยังไง ก็ไม่แน่ใจ กลายเป็นว่า รวมตัวกันไปเที่ยวซะงั้น
ปีครึ่งก่อนหน้านี้ ไปท่องแดนซากุระ อันนั้นก็หรรษา ไม่ใช่น้อย (ค่อยเล่าแหละกัน)
หลังจากกลับจากญี่ปุ่น เพื่อนๆ ก็คุยกันในไลน์ ผลออกมาว่า จะไปเวียดนาม ต้นปี 60
ตั๋วหางแดง ออกมา รวมไปกลับ ไม่เกิน 3,000 บาท สอยกันสิค่ะ
ทิ้งเวลานาน ผ่านไป ก่อนออกเดินทาง 3 เดือนได้ทำการอ่านรีวิว จากพันทิป บล๊อกต่างๆ
ทำการสรุปว่า 5 วัน 7 คืน ของเรา จะมีแผนดังนี้
วันที่ 6 เดินทางจากจุดต่างๆ ของประเทศไทย (เพื่อนๆ อยู่คนละจังหวัด จะมารวมตัวกันที่ดอนเมือง)
ไอ้เรารึ มาจากเกาะกลางอันดามัน ออกเดินทาง ไฟล์ท 5 ทุ่ม เพื่อนอีก 3 คน ไฟล์ท เที่ยงคืน
ความสนุกบังเกิด เพราะฝนตกหนัก รถติด ออกจากบ้าน 2 ทุ่ม ถึงสนามบิน อีก 30 นาที 5 ทุ่ม
วิ่งสิค่ะ เช็คอินน์มาแล้ว จะได้กอดลาเพื่อนที่มาส่งรึ ก็ไม่ได้ วิ่งหน้าตั้ง วิ่งจนพนักงาหางแดง ต้องเบรค
ด้วยประโยคที่ว่า “พี่คะ ไฟล์ทห้าทุ่มใช่ไหมค่ะ ไม่ต้องรีบค่ะ เครืองยังไม่เรียก เครื่องยังไม่เข้าเกทค่ะ ”
ประสบการณ์การทำงานที่เกี่ยวกับวงการนี้ แน่นอน ดีเลย์ คุณได้สิทธิ์นั้นเดียวนี้ และเพื่อน 3 คนเดินลากกระเป๋า
สวยๆ เดินเพลินๆ แกรรรร ดีเลย์หรา หัวเราะ ถ่ายรูปเมามันส์กันไป เราก็เดินขึ้นเครื่อง เพื่อนเราขึ้นรถบัสไปเกทไกลๆ
สุดท้ายไอ้เพื่อนเราก็ดีเลย์ แหม เริ่มต้นก็สวยซะแล้ว ถึงสนามบิน ตี 2 เดินตีกันไปกันมา จะนอน สลีปบ๊อก เพื่อนคนนึงกล่าว ชั่วโมงละ 500 บาท สติไหม แพงเว่อร์ เดินข้ามฝั่งไปเช็คอินน์ อมารี ดีกว่าป่ะ บ่นไปบ่นมา ไปโผ่น อีกอาคาร
ต่างชาตินอนกันตามเก้าอี้ เราก็นอนได้สินะ แฮทแท็กก็ตามมา “แก ทำงานมาทั้งปี เพื่ออะไร” ว๊ายๆๆ โดน
มองกันไปมองกันมา เดินหาไรกินรองท้องดีกว่า เพราะหางแดงไปเวียดนาม 07.30 มีเวลา
เซเว่น คือ เป้าหมาย 4 คน ข้าว 4 กล่อง ไข่ต้ม พร้อมน้ำพริก ที่หอบติดกระเป๋าไว้กินกันตายจากบ้าน
อิ่มกันไป แอบงีบกันไป เพื่อนที่มาจากเชียงใหม่ และ เขตกรุงเทพ ก็มาถึง พร้อมเค้ก และแซนวิช กล่องเบิ้ม
กินกันอีกสิค่ะ รออะไร …วุ่นวายกะ การรีปริ้นต์ตั๋ว เหตุเพราะกฏอะไรไม่รู้ไม่เข้าใจ เช็คอินท์แล้วได้คิวอาร์โค้ดมา
แต่ก็ไม่สามารถขึ้นเครื่องได้ ก็ต้องไปฝ่าฝูงชนชาวจีน ไปเคาน์เตอร์ ระหว่างนั้น เพื่อนชาวสุราษฏร์ก็มาถึง
ที่จริง 2 นางมาก่อนแล้ว 1 วัน และแล้วทีมเรา 8 สาว ก็พร้อมเดินทางไปหาลุงโฮ
เช้าวันที่ 7 มค.60 ความสนุก ก็มีมาตั้งแต่เดินเข้า ตม. มีอ้อโต เข้าแคปซูล และที่เคาน์เตอร์
ไอ้เราก็ชอบอะไรเดิมๆ เข้าแถวสิ เพื่อน 2 คนก็เข้าด้วย พอถึงคิว เพื่อนก็ เอ๊ะ เข้าแถวถูกป่าวว่ะ
เห้ย มีธงประเทศไทยนะ เราก็ต้องได้สิ แต่คำว่า เอ๊ะ มันก็ทำให้เราวิ่งงงๆ แต่เพื่อนอีกคน ยังคงยืนที่เดิม
ก็ผ่าน ตม.ไปได้ ไงๆๆ ก็ต่อแถวที่เดิม ก็ผ่านไปไม่โดนคุณตำรวจกัก เพื่อนๆ ออกมากันครบ แล้วก็อวดกัน
ฉันได้สแตมป์ ชั้นไม่มี แต่สุดท้าย 2 คน ที่ลนลานเมื่อกี้ ชนะ ตรงได้แม็กใบขาเข้า เอ่อ..มันน่าอวดตรงไหน
มารอที่เกท เพื่อขึ้นเครื่อง คนเยอะมาก ได้ลงหลักปักฐาน ตรงหน้าห้องสูบบุหรี่ ติดกันเป็นหน้าห้องน้ำ
อโคจรมากใช่ไหม แต่มันมีสิ่งที่หน้าดึงดูดคือ เสาชาร์จแบตฟรี โครงการดีๆ ของท่าอากาศยาน
ชาร์จไป ถ่ายรูปไป กินเค้กไป สูดกลิ่นไป เพลินจะตาย ได้เวลาขึ้นเครื่องแหละ ทำไม่เรียก
เอ๊ะ เกทอื่นๆ ไปหมดอาคารแหละ อืม …ดีเลย์อีกแหละ …จะทุกครั้งเลยใช่ไหม เครื่องช้าไป เกือบ 20 นาที
นั่งปุ๊บ หลับปั๊บ ล้อยังไม่ทันเลื่อนจากเกท ช่วงนี้ไม่มีความทรงจำเลยจริงๆ รู้สึกตัวอีกที กัปตัน บรรยายว่า
ยินดีต้อนรับ สู่โฮจิมินทร์ เวลาตรงกับประเทศไทย ตอนนี้เวลา 09.35 นาที เอ๊ะ ตอนออกมา จำได้ว่าดีเลย์นะ
มาถึงซะ ตรงเวลาเชียว เหยียบมิดใช่ไหมค่ะคุณกัปตัน มองออกนอกหน้าต่าง นี่มันกรุงเทพ ที่เดิมป่ะว่ะ
แดดเหมือน อากาศเหมือน บรรยากาศเหมือน เดินเข้าสู่ตัวอาคาร ยังจะเดินออกประตูเฉยๆ ซะงั้น
จนเพื่อนบอก แกๆๆ ต้องผ่านตม. ก่อน เอ้า ลืม จริงๆ เหมือนอยู่กรุงเทพ ที่เดิมเลย หันไปทางซ้าย เอ่อ เห็นชนชาติ
คาซัคสถาน และ รัสเซีย อืม ค่อยเหมือนต่างประเทศมาหน่อย ผ่านตม. มาได้แบบฉลุย ไม่มีอะไรสะดุด อาจจะเพราะ
หน้าคล้าย เพื่อนบ้าน แต่ติดตรงเคาน์เตอร์สูงไปนะ โผล่มาได้แค่ตา ลำบาก ตม. ต้องชะโงกหน้ามาดู
เดินออกจากตม .เพื่อนรอเอากระเป๋า ที่เหลือ เข้าห้องน้ำ เติมน้ำฟรี รอกันไป ….สักพัก เราต้องแลกเงินสินะ
เดินออกจากมา ก็จะเจอ เคาน์เตอร์ ให้แลกเงิน มากมาย เดินดูได้ตามใจชอบ เช็คเรท ราคากันไป
ตอนไปนั้นได้เรท 22,700 ดอง ตัวเลขเยอะ คิดไม่ทัน เลยกองเงินดอลล่าห์ให้ ช่วยคิดหน่อยเถอะค่ะ
เท่าไรก็เท่านั้น อ่อ ลืมบอก ทีมเราจะมีเงินกองกลางในการเที่ยว รอบนี้ ค่าตั๋วรถ และค่าโรงแรม จ่ายไปแล้วยังเหลือ
เอามาแลก ได้ 4,449,000 สี่ล้านกว่า …ดอง… รวยค่ะ รวย จริงๆ ก็แค่ 198 US เอง แลกเงินกองกลางเสร็จ
ก็แลกเงินส่วนตัวกันไป คนละ 50 100 120 US ว่ากันไป สิ่งต่อไปที่ต้องทำคือ ซิมการ์ด เอาไว้โทรรึ มันไม่ใช่ประเด็นหลัก
โพสต์ ไลน์ ไว้ตามตัว กันสิ นั่นสิ ประเด็นใหญ่ 8 สาว ยืนหน้าเคาน์เตอร์ ประมาณมาประท้วง นาน นานมาก
ไม่ใช่เพราะเลือกเบอร์สวย งงกะค่าเงินค่ะ ซิมเดียว สองแสนกว่า บ้าแล้ว และก็ได้ยินเสียง น้องผู้ชายคนนึงบอกมากว่า พี่ครับ ก็ประมาณ 160 บาทครับ หัวทั้งทีม ไม่แพงนะครับ ได้เน็ตตั้ง 9 กิ๊ก คนไทยใช่ไหมค่ะ ผ่านไป 5 นาที ยังไม่ได้ซิมนะ ได้ประวัติน้องเค้า ซะงั้น หลังจากจัดการเปลี่ยนซิม ทอนเงิน ยืมเงินกันวุ่นวายกันไป ต้องออกไปหารถแหละ
ทีมเราได้ใช้บริการของบริษัทเวียตซี เช่ารถรับ – ส่ง สนามบิน สำหรับ 8 คนในราคา 20 US ถือว่าไม่แพง
และสะดวกสำหรับกรุ๊ปใหญ่ๆ ที่เดินทาง เดินออกมา ต้องหาป้ายชื่อ โห ในสนามบินคนไม่เยอะ แต่คนที่มารับ เยอะมาก เดินเจอป้ายชื่อเพื่อนแหละ พยายามสื่อสารว่า นี่ชื่อพวกชั้นนะ น้องๆ ที่มารับ ส่ายหน้าอย่างเดียว สักพักก็มีคนวิ่งมาหา พยายามคุยกัน เหมือนจะรู้เรื่อง แต่ก็ไม่อยู่ดี เดินตามกันไป แล้วรถก็มาจอดตรงหน้า ถ่ายรุปสิค่ะ อันนี้คือสิ่งที่ต้องทำ ล้อรถหมุน พร้อมเสียงแตร แหมๆ กลัวพวกเราจะมาไม่ถึงเวียดนามใช่ไหมค่ะ ออกมาได้สักแป๊บ นั่นคนจำนวนมากมามุงอะไร เพื่อนๆ ที่นั่งด้านหน้าบอกว่า คนขับบอกว่า มารับดารา แหมๆ หูผึ่งสิค่ะ ทางเราก็อยากมุง แต่นะ ใครหล่ะ จะรู้จักไหม แค่เห็นจำนวนไม้เซลฟี่ ท่าจะดังจริงๆ ดัง..ดัง เสียงแตรดังเกินไปแล้วนะ สมคำร่ำลือจริงๆ
พี่โชเฟอร์ พาดริฟ ฟาสแปด พี่ขับซะ พวกเราต้องพึงมะลอกอ สามรส ยาดม พิมเสนน้ำ เวียนหัว ปวดหูกะเสียงแตรของพี่ และเสียงแตร บนท้องถนน 40 นาที พี่เค้าก็มาจอดข้างถนน ขนกระเป๋ามาวางข้างฟุตบาท แล้วก็ชี้ๆ เอ่อ ยังไง มองไปข้างหน้า บริษัท เวียตซี ..ที่ที่เราต้องมาเอาตั๋วรถนอน ตั๋วรถ ที่เราจองไว้ตลอดทริป ออฟฟิศอยู่ตรงหน้า ห่างกันแค่เอื้อมมือ แต่จะข้ามถนนไปยังไงหล่ะ พี่ๆ ชาวเวียด ไม่มีการเบรค ไม่สนใจ ไม่จอด ไม่ชลอ อะไรกันเลย เอาว่ะ จับมือไว้แล้วไปด้วยกัน หาจังหวะ แล้ววิ่ง รอด..นั่งทำใจในออฟฟิศเวียตซี ได้ อย่า อย่าคิดว่า จะไม่ต้องป่วนแหละ มันเพิ่งเริ่มต้นต่างหาก
เดี๋ยวมาต่อ…ขอเวลาแพร๊บ
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น