ขอคำปรึกษาเพื่อนๆสมาชิกหน่อยนะครับ
ก่อนอื่นต้องย้อนเล่าประวัติชีวิตส่วนตัวของผมก่อน ผมเคยมีครอบครัว แต่งงาน และมีลูกมาแล้ว1คน แต่ไม่สามารถประคองไปได้รอด ประเด็นหลักเป็นเรื่องเงินๆทองๆแหละครับ เอาเป็นว่าเป็นความผิดที่ผมเอง ที่ไม่สามารถเลี้ยงดูเค้าให้มีความสุขได้ เค้าก็เลยขอแยกทาง ส่วนลูกเค้าก็เป็นคนเอาไปเลี้ยงเอง ผมก็มีหน้าที่ช่วยส่งเสียค่าเลี้ยงดูส่วนนึงให้ทุกเดือนทุกวันนี้ก็พยายามไปเจอลูกบ่อยๆ รับไปทานข้าว พาไปหายายบ่อยๆ ก็พยายามเจอลูกเดือนละ2-3ครั้ง สรุปคือ ผมก็รักลูกและสงสารไม่อยากให้ลูกรู้สึกว่ามีปมด้อยที่ต้องเกิดมาแล้วเจอปัญหาครอบครัวแบบนี้
ที่นี้ก็มาสู่โหมดปัจจุบันกันนะครับ คือตอนนี้ก็มีคบกับแฟนอยู่หนึ่งคน ได้ประมาณ2ปีแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ถึงกับอยู่ด้วยกัน เนื่องจากที่ทำงานไกลกัน ก็จะไปค้างกับเค้าทุกเย็นวันศุกร์จนถึงวันอาทิตย์ ยกเว้นวันที่ผมจะไปหาลูก ซึ่งตอนแรกเลยที่เริ่มจะคบกัน ผมก็บอกหมดถึงอดีตตัวผมว่า เคยมีครอบครัว และมีลูกแล้ว1คน เค้าก็รับได้ แต่ยอมรับว่าช่วงแรกๆรู้สึกว่าเค้าจะมีอาการพอสมควร ถ้าตอนอยู่กับเค้าแล้ว ลูกโทรมา หรือ ภรรยาเก่าโทรมาซึ่งก็จะมีคุยกันแต่เรื่องลูก เค้าก็ได้ยิน เพราะผมไม่เคยปิดบัง ไม่อยากให้เค้าระแวง แต่กลับกลายเป็นจะแสดงอาการไม่พอใจ ทุกครั้งที่ผมคุยกับลูกหรือภรรยาเก่า ก็รู้สึกว่าเริ่มมีปัญหา จนหลายๆครั้งต้องทะเลากัน ด้วยเหตุผลง่ายๆคือ เลิกกันแล้วทำไมต้องยังติดต่อกัน จนต้องนั่งคุยกันหลายต่อหลายครั้ง ตอนหลังก็เริ่มดีขึ้น เพราะผมยืนกรานไปแล้วว่า ผมเปลี่ยนอดีตไม่ได้ และผมก็ทิ้งลูกไม่ได้ ทั้งๆที่ทุกวันนี้ผมก็ให้เวลาเค้ามากกว่าลูกมากกว่าครอบครัวผมอีก ปัจจุบันเรื่องนี้ก็ดูเหมือนปัญหาหมดไป แต่จริงแค่ไหนก็ไม่รู้นะครับ 55555 อาจเป็นแค่ทะเลสงบแต่ยังมีคลื่นใต้น้ำอยู่หรือเปล่าเราไม่รู้ แต่ปัญหาที่หนักใจตอนนี้คือ เค้าเริ่มพูดเรื่องแต่งงาน และมีลูก ซึ่งบอกว่าทางบ้านเค้าถามๆมา แต่ส่วนตัวผมต้องยอมรับตามตรงนะครับ ว่า ผมไม่อยากแต่งงานหรือมีลูกอีกแล้ว แน่นอนเพราะประสบการณ์โดยตรงที่เจอ ยอมรับนะครับว่าทำให้ผมมีอคติไปเลยกับคำว่า การที่คนเราจะใช้ชีวิตคู่กันได้ต้องมีการแต่งงาน สรุปมันไม่ได้ช่วยอะไรเลยในการใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน มีแต่จะวุ่นวาย เสียค่าใช้จ่าย กับแค่จะประกาศให้ใครต่อใครทราบ สุดท้ายไปกันไม่รอดกลับน่าอายมากซะกว่า ส่วนเรื่องลูกยิ่งแล้วไปใหญ่ ทำให้เด็กเกิดมาแล้วมีปมด้อย อีกทั้ง ผมเองก็ไม่ได้เป็นคนมีฐานะอะไร แค่พอมีกินมีใช้ แต่ก็ไม่ได้ถึงกับทุกข์ยากอะไร ผมรักเค้านะครับ และตั้งใจจะใช้ชีวิตกับเค้าไปจนแก่ตาย เพราะผมเป็นคนไม่เจ้าชู้ ไม่เที่ยว และโชคดีที่เป้นคนไม่ดิ่มเหล้า ไม่ชอบเลย (คือเรียกว่าดื่มไม่เป็นเลยจะดีกว่า) ทุกวันนี้ก็ทำงานเก็บเงิน กะว่าบั้นปลายชีวิตอยากไปอยู่แบบสงบทำไร ทำสวน เล็กๆน้อยๆ แต่เค้าเองก็ยังยืนกรานอยากจะแต่งงาน อยากจะมีลูก เลยอยากทราบว่า การที่ผมมีความคิดแบบนี้ถือว่าเป็นคนเห็นแก่ตัวมั้ย หรือผมควรทำยังไง
(ลืมบอกไป ตอนคบกันใหม่ๆ ที่บอกเค้าเรื่องอดีตผม ก็มีคุยเรื่องนี้ แต่ตอนนั้นก็ยังไม่แน่ใจตัวเองว่าเราจะแต่งงานหรือมีลูกอีกได้หรือป่าว ก็ได้แต่ตอบไปแบบแบ่งรับแบ่งสู้ว่า ยังตอบไม่ได้จริงๆ ให้เวลาเป็นตัวตัดสินละกัน แต่ตอนนี้มั่นใจแล้วว่า ไม่อย่างแต่งงานและมีลูกอีกแล้วครับ)
เลยอยากฟังความคิดเห็นเพื่อนๆดูหน่อยอะครับ ว่าคิดยังไงกับเรื่องนี้ หรือเผื่อมีใครเคยมีปัญหาเดียวกับผมแล้วมีทางออกยังไง จะได้นำไปเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาต่อไป
ขอบคุณล่วงหน้านะครับ
ชีวิตคู่ จำเป็นมั้ยที่ต้องแต่งงานและมีลูก ???
ก่อนอื่นต้องย้อนเล่าประวัติชีวิตส่วนตัวของผมก่อน ผมเคยมีครอบครัว แต่งงาน และมีลูกมาแล้ว1คน แต่ไม่สามารถประคองไปได้รอด ประเด็นหลักเป็นเรื่องเงินๆทองๆแหละครับ เอาเป็นว่าเป็นความผิดที่ผมเอง ที่ไม่สามารถเลี้ยงดูเค้าให้มีความสุขได้ เค้าก็เลยขอแยกทาง ส่วนลูกเค้าก็เป็นคนเอาไปเลี้ยงเอง ผมก็มีหน้าที่ช่วยส่งเสียค่าเลี้ยงดูส่วนนึงให้ทุกเดือนทุกวันนี้ก็พยายามไปเจอลูกบ่อยๆ รับไปทานข้าว พาไปหายายบ่อยๆ ก็พยายามเจอลูกเดือนละ2-3ครั้ง สรุปคือ ผมก็รักลูกและสงสารไม่อยากให้ลูกรู้สึกว่ามีปมด้อยที่ต้องเกิดมาแล้วเจอปัญหาครอบครัวแบบนี้
ที่นี้ก็มาสู่โหมดปัจจุบันกันนะครับ คือตอนนี้ก็มีคบกับแฟนอยู่หนึ่งคน ได้ประมาณ2ปีแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ถึงกับอยู่ด้วยกัน เนื่องจากที่ทำงานไกลกัน ก็จะไปค้างกับเค้าทุกเย็นวันศุกร์จนถึงวันอาทิตย์ ยกเว้นวันที่ผมจะไปหาลูก ซึ่งตอนแรกเลยที่เริ่มจะคบกัน ผมก็บอกหมดถึงอดีตตัวผมว่า เคยมีครอบครัว และมีลูกแล้ว1คน เค้าก็รับได้ แต่ยอมรับว่าช่วงแรกๆรู้สึกว่าเค้าจะมีอาการพอสมควร ถ้าตอนอยู่กับเค้าแล้ว ลูกโทรมา หรือ ภรรยาเก่าโทรมาซึ่งก็จะมีคุยกันแต่เรื่องลูก เค้าก็ได้ยิน เพราะผมไม่เคยปิดบัง ไม่อยากให้เค้าระแวง แต่กลับกลายเป็นจะแสดงอาการไม่พอใจ ทุกครั้งที่ผมคุยกับลูกหรือภรรยาเก่า ก็รู้สึกว่าเริ่มมีปัญหา จนหลายๆครั้งต้องทะเลากัน ด้วยเหตุผลง่ายๆคือ เลิกกันแล้วทำไมต้องยังติดต่อกัน จนต้องนั่งคุยกันหลายต่อหลายครั้ง ตอนหลังก็เริ่มดีขึ้น เพราะผมยืนกรานไปแล้วว่า ผมเปลี่ยนอดีตไม่ได้ และผมก็ทิ้งลูกไม่ได้ ทั้งๆที่ทุกวันนี้ผมก็ให้เวลาเค้ามากกว่าลูกมากกว่าครอบครัวผมอีก ปัจจุบันเรื่องนี้ก็ดูเหมือนปัญหาหมดไป แต่จริงแค่ไหนก็ไม่รู้นะครับ 55555 อาจเป็นแค่ทะเลสงบแต่ยังมีคลื่นใต้น้ำอยู่หรือเปล่าเราไม่รู้ แต่ปัญหาที่หนักใจตอนนี้คือ เค้าเริ่มพูดเรื่องแต่งงาน และมีลูก ซึ่งบอกว่าทางบ้านเค้าถามๆมา แต่ส่วนตัวผมต้องยอมรับตามตรงนะครับ ว่า ผมไม่อยากแต่งงานหรือมีลูกอีกแล้ว แน่นอนเพราะประสบการณ์โดยตรงที่เจอ ยอมรับนะครับว่าทำให้ผมมีอคติไปเลยกับคำว่า การที่คนเราจะใช้ชีวิตคู่กันได้ต้องมีการแต่งงาน สรุปมันไม่ได้ช่วยอะไรเลยในการใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน มีแต่จะวุ่นวาย เสียค่าใช้จ่าย กับแค่จะประกาศให้ใครต่อใครทราบ สุดท้ายไปกันไม่รอดกลับน่าอายมากซะกว่า ส่วนเรื่องลูกยิ่งแล้วไปใหญ่ ทำให้เด็กเกิดมาแล้วมีปมด้อย อีกทั้ง ผมเองก็ไม่ได้เป็นคนมีฐานะอะไร แค่พอมีกินมีใช้ แต่ก็ไม่ได้ถึงกับทุกข์ยากอะไร ผมรักเค้านะครับ และตั้งใจจะใช้ชีวิตกับเค้าไปจนแก่ตาย เพราะผมเป็นคนไม่เจ้าชู้ ไม่เที่ยว และโชคดีที่เป้นคนไม่ดิ่มเหล้า ไม่ชอบเลย (คือเรียกว่าดื่มไม่เป็นเลยจะดีกว่า) ทุกวันนี้ก็ทำงานเก็บเงิน กะว่าบั้นปลายชีวิตอยากไปอยู่แบบสงบทำไร ทำสวน เล็กๆน้อยๆ แต่เค้าเองก็ยังยืนกรานอยากจะแต่งงาน อยากจะมีลูก เลยอยากทราบว่า การที่ผมมีความคิดแบบนี้ถือว่าเป็นคนเห็นแก่ตัวมั้ย หรือผมควรทำยังไง
(ลืมบอกไป ตอนคบกันใหม่ๆ ที่บอกเค้าเรื่องอดีตผม ก็มีคุยเรื่องนี้ แต่ตอนนั้นก็ยังไม่แน่ใจตัวเองว่าเราจะแต่งงานหรือมีลูกอีกได้หรือป่าว ก็ได้แต่ตอบไปแบบแบ่งรับแบ่งสู้ว่า ยังตอบไม่ได้จริงๆ ให้เวลาเป็นตัวตัดสินละกัน แต่ตอนนี้มั่นใจแล้วว่า ไม่อย่างแต่งงานและมีลูกอีกแล้วครับ)
เลยอยากฟังความคิดเห็นเพื่อนๆดูหน่อยอะครับ ว่าคิดยังไงกับเรื่องนี้ หรือเผื่อมีใครเคยมีปัญหาเดียวกับผมแล้วมีทางออกยังไง จะได้นำไปเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาต่อไป
ขอบคุณล่วงหน้านะครับ