มังกรสอนใจ
ชายโลเล

ในสมัยราชวงศ์ฮั่น ชายคนหนึ่งมีความมุ่งมาดปารถนาสูงสุดในชีวิต คือเป็นข้าราชการ
ชั้นสูงมีชื่อเสียง ร่ำรวย ทว่ามุมานะทำงานมาแล้วครึ่งชีวิตแต่ยังไม่มีความสำเร็จอย่างที่หวัง
ทำงานจนผมขาวโพลนไปทั้งศีรษะ ก็ยังคงเป็นข้าราชการชั้นผู้น้อยเท่านั้น มีวันหนึ่งเขาเดิน
อยู่บนถนน คิดถึงเรื่องราวชีวิตของตนยิ่งคิดก็จิ่งแค้นใจ จนสุดท้ายทนไม่ไหวร้องไห้โฮออกมา
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้มีคนเดินผ่านมาคนหนึ่ง เห็นเขาร้องไห้อย่างรวดร้าวใจเช่นนั้น คิดว่าเขาคงประสบ
ภัยพิบัติอะไรที่คาดไม่ถึง จึงเข้าไปปลอบประโลมว่า
“ท่านผู้เฒ่า ทำไมท่านจึงร้องไห้อย่างรวดร้าวใจเช่นนี้
ท่านอายุก็มากขนาดนี้แล้วควรระมัดระวังถนอมสุขภาพด้วย”
ผู้เฒ่านั้นกล่าวว่า
“คุณไม่รู้อะไร ตัวฉันเองตั้งแต่ยังเล็ก ก็ตั้งปณิธานไว้อย่างแน่วแน่ว่า จะต้องเป็นข้าราชการ
ชั้นสูงสร้างชื่อเสียงเกียรติยศ ชื่อเสียงแก่วงศ์ตระกูลให้ได้ แต่ปัจจุบันฉันอายุ 60 ปีเศษแล้ว
ยังคงเป็นข้าราชการชั้นผู้น้อยอยู่ ดูแล้วชาตินี้คงไม่มีทางสมปรารถนาแล้ว”
ชายเดินถนนถามเขาอีกว่า
“ที่แท้ท่านมีปณิธานอ้นยิ่งใหญ่ตั้งแต่ยังเด็ก แล้วทำไมความปรารถนาของท่านจึงไม่สัมฤทธิ์ผลล่ะ”
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ ชายผู้เฒ่าตอบว่า
“เมื่อตอนฉันยังหนุ่ม ฮ่องเต้ทรงโปรดปรานอักษรศาสตร์ ฉันจึงไปเรียนอักษรศาสตร์
มีความเชื่อมันว่าตนเองเรียนได้ดีทีเดียว แต่ฮ่องเต้ชอบใช้คนมีอายุ บอกว่าฉันยังไม่มีประสบการณ์
เพราะฉะนั้น ยังไม่แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสำคัญได้ รอจนฉันมีอายุเริ่มย่างเข้าวัยกลางคน
ฮ่องเต้องค์เดิมสวรรคต ฮ่องเต้องค์ใหม่ทรงโปรดปรานการสู้รบ ฉันจึงวางมือจากอักษรศาสตร์
ไปเรียนวิชาการต่อสู้ คาดไม่ถึง ฉันยังเรียนศิลปะการต่อสู้ไม่ทันสำเร็จ ฮ่องเต้องค์ใหม่ก็สวรรคต
ไปอีกฮ่องเต้องค์ถัดมาอายุยังน้อย ชอบใช้คนหนุ่ม แต่ตัวฉันนั้นเริ่มชราแล้ว ฉันพยายามปรับตัว
ตามความชอบของฮ่องเต้ทุกอย่าง สามารถพูดได้ว่าได้ทุ่มเทความพยายามอย่างสุดความสามารถ
แล้วแต่ว่าคาดไม่ถึง ในที่สุดก็ต้องประสบกับผลลัพธ์เช่นนี้ แล้วทำไมฉันจะไม่รวดร้าวใจ”

ชายเดินถนนคนนั้น ทั้งๆที่เห็นอกเห็นใจในชะตากรรมของผู้เฒ่านั้นมาก
แต่กลับนึกไม่ออกว่าจะใช้คำพูดอย่างไรมาปลอบประโลมเขาดี
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ท่านสาธุชนทั้งหลาย......
การวางทิศทางการทำงานของตัวเองนั้น ไม่ควรนำไปผูกติดกับตัวบุคคลอื่น
เพราะเป็นเงื่อนไขที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ความชอบความพอใจของคนเรา
ก็เปลี่ยนแปลงได้เสมอ ถึงแม้ความชอบไม่เปลี่ยน เงื่อนไขก็อาจเปลี่ยนได้
จากการพ้นตำแหน่งหรือการตายดังเช่นในเรื่องนี้ สิ่งที่เราควรทำคือ สำรวจตัวเองว่า
เรามีความถนัด มีความชำนาญในเรื่องอะไร หาทางทำงานที่เราถนัดสามารถใช้ศักยภาพ
ตัวเองได้อย่างเต็มที่ และงานนั้นต้องเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวมด้วย
การผูกทิศทางการทำงานของเราเข้ากับประโยชน์ขององค์กรหรือสังคมส่วนรวม
เป็นเงื่อนไขที่เปลี่ยนแปลงได้ยากกว่ามีความมั่นคงมากว่า การปรับตัวตามผู้บังคับบัญชา
เป็นสิ่งจำเป็นควรทำ แต่ควรเป็นการปรับในแง่มนุษย์สัมพันธ์ และสไตล์การทำงานเท่านั้น
ตัวเนื้อหาของงานที่เราทำนั้นควรให้มีความต่อเนื่องไม่โลเลเปลี่ยนใจไปมา
ต้องฝึกตัวเองอย่างต่อเนื่องให้มีความสามารถความชำนาญจริงๆ สุดท้ายความสำเร็จก็จะเป็นของเรา
ยิ่งถ้าเรารู้จักวางเป้าความสำเร็จไว้อยู่ที่ความสำเร็จของงาน ประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับองค์กร
และสังคมส่วนรวม ไม่ใช่ว่าอยู่ที่ความก้าวหน้าของตัวเอง ซึ่งถือว่าเป็นผลพลอยได้
เราก็จะยิ่งทำงานอย่างสบายใจ และเป็นนักทำงานที่มีความสุข
วายเมเถว ปุริโส ยาว อตฺถสฺส นิปฺปทา
เกิดเป็นคนควรพยายามเรื่อยไป จนกว่าจะสำเร็จ
(วิโรจนอสุรินทสูตร 15/313)
Cr.โดย พระมหาสมชาย ฐานวุฑฺโฒ M.D., Ph.D. วัดพระธรรมกาย
--------------------------------------------------------------------------------------
แล้วเราท่านที่อยู่ที่นี้ เคยคิดบ้างไหมว่า เราเองเคยมีใจโลเลอย่างชายผู้นี้อยู่บ้างหรือเปล่า...?
มังกรสอนใจ ตอนชายโลเล
ในสมัยราชวงศ์ฮั่น ชายคนหนึ่งมีความมุ่งมาดปารถนาสูงสุดในชีวิต คือเป็นข้าราชการ
ชั้นสูงมีชื่อเสียง ร่ำรวย ทว่ามุมานะทำงานมาแล้วครึ่งชีวิตแต่ยังไม่มีความสำเร็จอย่างที่หวัง
ทำงานจนผมขาวโพลนไปทั้งศีรษะ ก็ยังคงเป็นข้าราชการชั้นผู้น้อยเท่านั้น มีวันหนึ่งเขาเดิน
อยู่บนถนน คิดถึงเรื่องราวชีวิตของตนยิ่งคิดก็จิ่งแค้นใจ จนสุดท้ายทนไม่ไหวร้องไห้โฮออกมา
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ชายเดินถนนถามเขาอีกว่า
“ที่แท้ท่านมีปณิธานอ้นยิ่งใหญ่ตั้งแต่ยังเด็ก แล้วทำไมความปรารถนาของท่านจึงไม่สัมฤทธิ์ผลล่ะ”
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ชายเดินถนนคนนั้น ทั้งๆที่เห็นอกเห็นใจในชะตากรรมของผู้เฒ่านั้นมาก
แต่กลับนึกไม่ออกว่าจะใช้คำพูดอย่างไรมาปลอบประโลมเขาดี
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
เกิดเป็นคนควรพยายามเรื่อยไป จนกว่าจะสำเร็จ
(วิโรจนอสุรินทสูตร 15/313)
--------------------------------------------------------------------------------------
แล้วเราท่านที่อยู่ที่นี้ เคยคิดบ้างไหมว่า เราเองเคยมีใจโลเลอย่างชายผู้นี้อยู่บ้างหรือเปล่า...?