เสียงเรียกในยามค่ำคืน

กระทู้สนทนา
สวัสดีปีใหม่ย้อนหลังค่ะ ปีใหม่นี้ ขอให้มีสิ่งดีๆ เข้ามากันนะคะ^^  เอาล่ะ ไม่ต้องอารามภบทอะไรเยอะ (เพราะเราเองก็เป็นแบบนี้...บ้าง บางทีก็มาสั้น มายาวบ้าง) เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า...เรื่องนี้ เป็นสมัยที่เป็นมนุษย์เงินเดือนมือใหม่หัดทำงานค่ะ

บอกไว้ก่อนนะคะ เหมือนเดิมค่ะ ใช้วิจารณญาณในการอ่าน ไม่จำเป็นต้องเชื่อกันมากก็ได้ แต่ถือว่าอ่านกันเพลินๆ แก้เซ็งบ้างก็ได้ค่ะ อ้อ ถ้าให้ความคิดเห็น...ขอถ้อยคำไม่ต้องหยาบคายนะคะ หากอ่านแล้วไม่ชอบ ขอให้ปิด...เหมือนเคยนะคะ
****************************


          ครั้งหนึ่ง เราเคยทำงานอยู่ที่โรงเรียนมัธยมที่เราเคยเรียบจบไป และวันนั้นเราก็ไปช่วยอาจารย์ ช่วยแม่เราทำงานค่ะ (แม่ของเราเป็นอาจารย์อยู่ที่นั่นด้วย) ในตอนนั้นเราต้องเข้าไปในห้องโรเนียวเอกสารค่ะ ช่วงนั้นเป็นเวลาเย็นๆ หรืออาจจะเริ่มโพล้เพล้ (จำเวลาแน่นอนไม่ได้ค่ะ) แต่ทั้งชั้นเหลือแค่เรากับกลุ่มอาจารย์กลุ่มนี้ ตอนที่กำลังไขกุญแจเข้าห้องโรเนียวน่ะ ทุกคนลองมาหมดแล้ว เหลือแค่เราล่ะที่ยังไม่ได้ไข เท่าที่จำได้ อาจารย์บอกว่ากุญแจไม่ค่อยดีค่ะ จำได้ว่าใช้เวลาพอสมควรจะได้ยินเสียง 'กริ๊ก' และเปิดประตูออกได้

          พอเวลาผ่านไปสักพักก็ย้ายที่ มาทำงานอีกห้องหนึ่ง ซึ่งอยู่ข้างๆ กันค่ะ ทำไปเรื่อยๆ จนมืด จนดึก ทั้งชั้นของอาคารนี้มีแค่ห้องที่กลุ่มอาจารย์ทำงานแค่ห้องเดียวค่ะ ดังนั้นพอมืดแล้ว จึงมีห้องเดียวที่เปิดไฟ ทุกคนก็ทำงานจนคิดว่าพอก่อน ก็ทยอยกันกลับบ้าน จนเหลือแค่เรากับแม่ และอาจารย์อีกท่าน เรากับแม่ทำงานไปได้สักพัก ก็กลับบ้านค่ะ เหลืออาจารย์อีกท่านซึ่งมักจะอยู่มืดๆ เป็นประจำอยู่แล้ว ทำงานต่อ

          เรากับแม่เดินออกมาจากห้องได้ไม่เท่าไหร่ก็ได้ยินเสียงเรียกค่ะ เป็นเสียงเรียกเราเสียงดังก้อง แต่ไม่ถึงขั้นตะโกน (ระยะทางประมาณ คนเรียกยืนตรงมุมใกล้ๆ ทางเชื่อมต่อจากอาคาร เพื่อเรียกคนที่กำลังจะเดินไปทางบันได แต่ไม่ทราบที่มาชัดเจนค่ะ) ยิ่งถ้าเป็นเสียงดังประมาณนี้ ในตอนกลางคืน ที่มันเงียบๆ มันก็ดังค่ะ เราหันมามองหน้ากันกับแม่ (เพราะแม่ก็ได้ยิน) ตอนแรกก็ว่าจะกลับไปที่ห้องนั้น เพราะคิดว่าอาจารย์เป็นคนเรียก แต่แม่บอกว่าให้ลงไปข้างล่างและโทรศัพท์ขึ้นมา

          พอเราโทรไปถามอาจารย์ค่ะ เรื่องที่เรียกเรา แต่...อาจารย์บอกว่า ท่านไม่ได้เรียกค่ะ อืม...แต่เสียงเหมือนอาจารย์เปี๊ยบเลย

          พอพ้นวันนั้นไป จู่ๆ เราก็นึกขึ้นได้ว่าเสียงของอาจารย์ที่เราไปช่วยงานด้วยเนี่ย คล้ายกับอาจารย์อีกท่านที่เสียไปไม่กี่ปีก่อนเรามาทำงานค่ะ เราเลยคุยกับแม่เรื่องวันนั้น แม่เราก็คิดเหมือนกันค่ะ อีกอย่างหนึ่งก็คือ...ห้องโรเนียวน่ะ เมื่อก่อน อาจารย์ท่านที่เสียไปมักจะใช้ทำงานด้วยค่ะ

          แม่เรามาเล่าให้ฟังเพิ่มนะคะ ตอนที่กำลังขมักเขม้นกับการเปิดห้องโรเนียวเนี่ย อาจารย์ที่มาทำงานด้วยกันในวันนั้น เล่าให้แม่ฟังค่ะว่าวันนั้นก็นึกถึงอาจารย์ท่านนี้อยู่ แล้วจู่ๆ เราก็ไขกุญแจเปิดห้องโรเนียวได้ (จำไม่ได้แล้วว่ามีคนพูดในวันนั้นหรือเปล่า หรือว่าแค่นึกเฉยๆ) อืม...เป็นอันว่า...อาจารย์ท่านนั้นคงเป็นห่วงมั้งคะที่กลับกันดึกๆ

          ถามว่าเรากลัวไหม...ถ้าอยู่คนเดียวบนทางเดินนั้น...คงหลอนค่ะ จะว่าไงดี...เราไม่เคยเจอผี แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่กลัวนะ มีหวั่นๆ ค่ะ แต่ถ้าเห็นจะๆ ตัวเป็นๆ อย่างที่มีคนเคยเล่าให้ฟังมาเจอ เราคงวิ่ง หรือไม่ก็ลมจับตรงนั้นเลยล่ะค่ะ จบแล้วค่า เรื่องนี้

*************
มาแบบสั้นๆ และจบโดยเร็ว (ฮา) ชีวิตการทำงานครั้งแรกเนี่ย ของเรามีไม่ถึงปีหรอกค่ะ หลังจากนั้นก็เรียนต่อ (เพราะถูกพ่อกดดันกลายๆ...เอาเป็นว่า...เรียนก็เรียน แต่เรียนแล้ว ใช่ว่าชีวิตแสนราบเรียบจะไม่มีเรื่องแบบนี้บ้างนะ นอกจากคนมากหน้าหลายตา เจอละครลิงจากคนในสังคมที่เพิ่งเคยได้สัมผัสแล้ว แต่เราก็ยังพบกับคนที่มีเซ้นต์ด้วยค่ะ แต่...เรื่องที่เราเจอนี่...เขาไม่ได้เจอด้วยหรอกค่ะ) ว่าแต่...หลังปีใหม่นี้ เป็นยังไงบ้างคะ ของเรานี่ เราอยากจะหางานใหม่ๆ มั่นคงกว่าที่เป็นตอนนี้ค่ะ (มุ่งมั่นกับการเตรียมตัวอะไรหลายอย่าง) อ้อ จะบอกว่า...เมื่อไม่กี่วันก่อน มีอะไรแปลกๆ ล่ะค่ะ รู้สึกได้ทั้งเราทั้งแม่เลย (ไม่ใช่ช่วงปีใหม่ค่ะ แล้วจะมาเล่าให้ฟังนะคะ) ขอบอกว่า ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา (วันที่ 21 ม.ค.) เจออุบัติเหตุเล็กๆ จนเกิดอาการหลังยอกค่ะ (อันนี้...อะไรแปลกๆ ที่ว่า อาจจะเป็นลางสังหรณ์ล่ะมั้ง) แล้วจะเรียบเรียงให้อ่านกันนะคะ แล้วเจอกันใหม่ค่า

ขอบอกก่อนว่า...ตอนต่อไป...เรื่องนี้เกิดขึ้นในโรงแรมค่ะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่