มีข้อสงสัยครับ
ถ้าเกิดว่าต้องการทำงาน งานหนึ่ง ที่ต้องผ่านทั้ง process 1 และ process 2
อยากทราบข้อแตกต่างระหว่าง
การสร้าง workstation 1 เพื่อทำ job 1 และ workstation 2 เพื่อทำ job 2
ก็คือหนึ่งสถานีงาน ทำหนึ่งงาน
เวลาจะทำงาน ก็ต้องผ่าน workstation 1 แล้วไป workstation 2
สมมติให้ service time ของ work station 1 = s1 และ service time ของ work station 2 = s2
กับ
การสร้าง workstation 1 และ 2 เพื่อสามารถทำ job 1 และ 2 ได้ในแต่ละ workstation เลย
ก็คือหนึ่งสถานีงาน ทำได้ทั้งสอง job
เวลาจะทำงาน ก็ผ่านแค่สถานีงานเดียวแล้วเสร็จเลย
สมมติให้ service time ของทั้ง work station 1 และ work station 2 เท่ากัน คือ work station ละ = s1 + s2
หลังจากการ simulation ผ่านโปรแกรม Arena แบบง่าย ๆ
โดยให้จำนวนสถานีงานรวมเท่าเดิม
ปรากฏว่า แบบที่สอง (รวม job ไว้ในสถานีงานเดียว) สามารถลด waiting time ได้จากแบบแรกประมาณ 30-50%
เลยอยากถามว่า ผลการทดลองนี้สามารถอธิบายได้ด้วยทฤษฎีแบบใดครับ
ขอบคุณครับ
มีคำถามเกี่ยวกับการจัดสถานีงาน เพื่อให้ลดระยะเวลารอได้มากที่สุดครับ ใครพออธิบายได้บ้าง ?
ถ้าเกิดว่าต้องการทำงาน งานหนึ่ง ที่ต้องผ่านทั้ง process 1 และ process 2
อยากทราบข้อแตกต่างระหว่าง
การสร้าง workstation 1 เพื่อทำ job 1 และ workstation 2 เพื่อทำ job 2
ก็คือหนึ่งสถานีงาน ทำหนึ่งงาน
เวลาจะทำงาน ก็ต้องผ่าน workstation 1 แล้วไป workstation 2
สมมติให้ service time ของ work station 1 = s1 และ service time ของ work station 2 = s2
กับ
การสร้าง workstation 1 และ 2 เพื่อสามารถทำ job 1 และ 2 ได้ในแต่ละ workstation เลย
ก็คือหนึ่งสถานีงาน ทำได้ทั้งสอง job
เวลาจะทำงาน ก็ผ่านแค่สถานีงานเดียวแล้วเสร็จเลย
สมมติให้ service time ของทั้ง work station 1 และ work station 2 เท่ากัน คือ work station ละ = s1 + s2
หลังจากการ simulation ผ่านโปรแกรม Arena แบบง่าย ๆ
โดยให้จำนวนสถานีงานรวมเท่าเดิม
ปรากฏว่า แบบที่สอง (รวม job ไว้ในสถานีงานเดียว) สามารถลด waiting time ได้จากแบบแรกประมาณ 30-50%
เลยอยากถามว่า ผลการทดลองนี้สามารถอธิบายได้ด้วยทฤษฎีแบบใดครับ
ขอบคุณครับ