นาทีที่ 0.30 น.
"...ร่วมกันฟอกเงิน สมคบกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร..."
นาทีที่ 0.50 น.
"...เมื่อศาลอนุมัติหมายจับ...เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการตามหมายจับ ต้องจับกุมตามหมายจับ..."
ผู้ดำเนินรายการ "...ผ่าความจริง คดีที่กำลังถูกบิดเบือน และแถไถออกนอกประเด็นมากที่สุดในเวลานี้..."
"พระธัมมชโย...ควรจะเข้ามามอบตัวไหม" "...ไม่ควร...เพราะไม่ได้ทำอะไรผิดเลย..."
ผู้ดำเนินรายการ "ถ้าอ้างกันแบบนี้ ต่อไปคงไม่มีใครต้องมามอบตัวต่อสู้คดี กันอีกแล้ว เพราะผู้ต้องหาส่วนใหญ่ ล้วนยืนยันว่าตนบริสุทธิ์ ใครจะผิดตามข้อหาหรือไม่ สุดท้าย ศาลยุติธรรม จะเป็นผู้พิพากษา"
นาทีที่ 1.38 น.
ผู้ดำเนิรายการ "ความจริงคดีที่ยอมความได้...คือคดีแพ่ง...ส่วนคดีอาญา...ยอมความไม่ได้...ถ้าใช้ตรรกะว่า คืนแล้ว จะต้องไม่ถูกดำเนินคดี อาญา ต่อไปนี้ โจรก็คงเต็มบ้านเต็มเมือง ใช้วิธีว่าโกงไปก่อน ถูกจับได้เมื่อไร ค่อยคืน..."
นาทีที่ 2.25 น.
พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา "ทำไมเราไม่เห็นใจคนที่เขาถูกโกง เงินบริสุทธิ์ที่เขาหามาได้ทั้งชีวิต...ข้าราชการบำนาญหมดเนื้อหมดตัว เพราะเอาไปฝากเพราะดอกเบื้ยดี...จึงเรียนพี่น้องประชาชนให้เข้าใจ ว่าเราทำเรื่องนี้ เพราะต้องการที่จะนำเงินกลับมาให้เขา ให้มากที่สุด แต่การที่จะนำเงินมานั้น ก็ต้องหาผู้กระทำความผิดเสียก่อน"
ผู้ดำเนินรายการ "คดีนี้ นายธรรมนูญและพวก 49 ราย ผู้กล่าวหา ล้วนเป็นผู้เสียหายตัวจริง มีตัวตนจริง ถูกโกงจริงๆ..."
นาทีที่ 4.53 น.
พ.ต.อ.ไพสิฐ วงค์เมือง "DSI ก็ยืนยันว่า ทุกอย่างที่เราดำเนินการ...ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายอยู่แล้ว สื่อมวลชลจะเห็นว่า การดำเนินการของ DSI ตั้งแต่ขบวนการออกหมายเรียก...ขออนุมัติหมายจับ...เราดำเนินการตามขั้นตอน แล้วก็อลุ่มอล่วยกับทางพระมาโดยตลอด..."
ร.ท.สมนึก เสียงก้อง "พระเทพญาณมหามุนี ผู้ต้องหาที่ 2 นางศศิธร โชคประสิทธ์ ผู้ต้องหาที่ 5...ผู้ต้องหาที่ 2 กับผู้ต้องหาที่ 5 ถูกศาลอาญาออกหมายจับไว้ แต่ยังจับตัวไม่ได้"
ผู้ดำเนินรายการ "ความจริงแล้ว ความผิดฐานรับของโจร ฟอกเงิน มิใช่จะดำเนินคดีกับวัดหรือพระ ผู้รับบริจาคปกติทั่วไป แต่จะต้องมีพฤติการณ์เข้าองค์ประกอบความผิดตามกฎหมาย..."
"...แล้วคำว่ารู้ หรือควรรู้ ว่าเป็นเงินที่ได้มาจากการกระทำผิด ใช่ว่าจะต้องไปถามผู้บริจาคทุกคน กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา สถานะ ความสัมพันธ์ พฤติการณ์ และเส้นทาง ทางการเงิน จะเป็นหลักฐานที่มั่นคง แน่นอน กว่าคำกล่าวอ้างอย่างเดียว..."
"...นายศุภชัยให้การว่า สนิทสนมกับพระธัมมชโย ได้รับการแต่งตั้งเป็นไวยาวัจกรของวัด หลายปี..."
"...การรับเงินจากนายศุภชัย ในคดีนี้ จึงมีพฤติกรรมความจริง แตกต่างจากการรับบริจาคของพระและวัดทั่วไป อย่างสิ้นเชิง..."
"...หากมิให้ดำเนินคดี ข้อหารับของโจรกับพระเลย นั่นตากหากจะเป็นการบ่อนทำลายพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง เพราะจะเปิดทางให้มิจฉาชีพ อาศัยวัดและพระ เป็นห่วงโซ่องค์กรอาชญากรรม รวมถึงฟอกเงิน โดยไม่ต้องถูกตรวจสอบ..."
"...ผู้เชื่อมั่นในตัวหลวงพ่อ รู้ได้อย่างไร ว่าความจริงมีเช็คกี่ใบกันแน่ เส้นทางการเงินจริงๆ เป็นอย่างไร พฤติการณ์แท้จริง เป็นอย่างไร จะปักใจเชื่อเฉพาะข้อมูลจากฝ่ายผู้ต้องหา เท่านั้นหรือ?"
"...ศรัทธาเป็นเรื่องส่วนบุคคล ที่ไม่ต้องการ การพิสูจน์...แต่ศรัทธา ต้องไม่ถูกนำมาใช้ปิดกั้น การพิสูจน์ความจริงแห่งคดีอาญา ตามกระบวนการยุติธรรม"
ที่มา
https://www.youtube.com/watch?v=VRAs_cPO5zM
"ศุภชัย"แฉ"ความจริง ธัมมชโย-ธรรมกาย" สุดสะเทือนใจศิษย์! พลาดไม่ได้!!
"...ร่วมกันฟอกเงิน สมคบกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร..."
นาทีที่ 0.50 น.
"...เมื่อศาลอนุมัติหมายจับ...เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการตามหมายจับ ต้องจับกุมตามหมายจับ..."
ผู้ดำเนินรายการ "...ผ่าความจริง คดีที่กำลังถูกบิดเบือน และแถไถออกนอกประเด็นมากที่สุดในเวลานี้..."
"พระธัมมชโย...ควรจะเข้ามามอบตัวไหม" "...ไม่ควร...เพราะไม่ได้ทำอะไรผิดเลย..."
ผู้ดำเนินรายการ "ถ้าอ้างกันแบบนี้ ต่อไปคงไม่มีใครต้องมามอบตัวต่อสู้คดี กันอีกแล้ว เพราะผู้ต้องหาส่วนใหญ่ ล้วนยืนยันว่าตนบริสุทธิ์ ใครจะผิดตามข้อหาหรือไม่ สุดท้าย ศาลยุติธรรม จะเป็นผู้พิพากษา"
นาทีที่ 1.38 น.
ผู้ดำเนิรายการ "ความจริงคดีที่ยอมความได้...คือคดีแพ่ง...ส่วนคดีอาญา...ยอมความไม่ได้...ถ้าใช้ตรรกะว่า คืนแล้ว จะต้องไม่ถูกดำเนินคดี อาญา ต่อไปนี้ โจรก็คงเต็มบ้านเต็มเมือง ใช้วิธีว่าโกงไปก่อน ถูกจับได้เมื่อไร ค่อยคืน..."
นาทีที่ 2.25 น.
พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา "ทำไมเราไม่เห็นใจคนที่เขาถูกโกง เงินบริสุทธิ์ที่เขาหามาได้ทั้งชีวิต...ข้าราชการบำนาญหมดเนื้อหมดตัว เพราะเอาไปฝากเพราะดอกเบื้ยดี...จึงเรียนพี่น้องประชาชนให้เข้าใจ ว่าเราทำเรื่องนี้ เพราะต้องการที่จะนำเงินกลับมาให้เขา ให้มากที่สุด แต่การที่จะนำเงินมานั้น ก็ต้องหาผู้กระทำความผิดเสียก่อน"
ผู้ดำเนินรายการ "คดีนี้ นายธรรมนูญและพวก 49 ราย ผู้กล่าวหา ล้วนเป็นผู้เสียหายตัวจริง มีตัวตนจริง ถูกโกงจริงๆ..."
นาทีที่ 4.53 น.
พ.ต.อ.ไพสิฐ วงค์เมือง "DSI ก็ยืนยันว่า ทุกอย่างที่เราดำเนินการ...ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายอยู่แล้ว สื่อมวลชลจะเห็นว่า การดำเนินการของ DSI ตั้งแต่ขบวนการออกหมายเรียก...ขออนุมัติหมายจับ...เราดำเนินการตามขั้นตอน แล้วก็อลุ่มอล่วยกับทางพระมาโดยตลอด..."
ร.ท.สมนึก เสียงก้อง "พระเทพญาณมหามุนี ผู้ต้องหาที่ 2 นางศศิธร โชคประสิทธ์ ผู้ต้องหาที่ 5...ผู้ต้องหาที่ 2 กับผู้ต้องหาที่ 5 ถูกศาลอาญาออกหมายจับไว้ แต่ยังจับตัวไม่ได้"
ผู้ดำเนินรายการ "ความจริงแล้ว ความผิดฐานรับของโจร ฟอกเงิน มิใช่จะดำเนินคดีกับวัดหรือพระ ผู้รับบริจาคปกติทั่วไป แต่จะต้องมีพฤติการณ์เข้าองค์ประกอบความผิดตามกฎหมาย..."
"...แล้วคำว่ารู้ หรือควรรู้ ว่าเป็นเงินที่ได้มาจากการกระทำผิด ใช่ว่าจะต้องไปถามผู้บริจาคทุกคน กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา สถานะ ความสัมพันธ์ พฤติการณ์ และเส้นทาง ทางการเงิน จะเป็นหลักฐานที่มั่นคง แน่นอน กว่าคำกล่าวอ้างอย่างเดียว..."
"...นายศุภชัยให้การว่า สนิทสนมกับพระธัมมชโย ได้รับการแต่งตั้งเป็นไวยาวัจกรของวัด หลายปี..."
"...การรับเงินจากนายศุภชัย ในคดีนี้ จึงมีพฤติกรรมความจริง แตกต่างจากการรับบริจาคของพระและวัดทั่วไป อย่างสิ้นเชิง..."
"...หากมิให้ดำเนินคดี ข้อหารับของโจรกับพระเลย นั่นตากหากจะเป็นการบ่อนทำลายพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง เพราะจะเปิดทางให้มิจฉาชีพ อาศัยวัดและพระ เป็นห่วงโซ่องค์กรอาชญากรรม รวมถึงฟอกเงิน โดยไม่ต้องถูกตรวจสอบ..."
"...ผู้เชื่อมั่นในตัวหลวงพ่อ รู้ได้อย่างไร ว่าความจริงมีเช็คกี่ใบกันแน่ เส้นทางการเงินจริงๆ เป็นอย่างไร พฤติการณ์แท้จริง เป็นอย่างไร จะปักใจเชื่อเฉพาะข้อมูลจากฝ่ายผู้ต้องหา เท่านั้นหรือ?"
"...ศรัทธาเป็นเรื่องส่วนบุคคล ที่ไม่ต้องการ การพิสูจน์...แต่ศรัทธา ต้องไม่ถูกนำมาใช้ปิดกั้น การพิสูจน์ความจริงแห่งคดีอาญา ตามกระบวนการยุติธรรม"
ที่มา https://www.youtube.com/watch?v=VRAs_cPO5zM