ผมจะเล่าเรื่องชีวิตของผมให้ฟังนะครับ คือว่า ตั้งแต่ผมเกิดมาผมมีเพื่อนที่คุยที่อยู่ด้วยกันเป็นกลุ่มนี่นับคนได้เลย เรียกสั้นๆว่า ไม่มีเพื่อนก็ได้ครับ ผมก็ใช้ชีวิตปกติในทุกๆวันของผมโดยทำอะไรด้วยตัวคนเดียวมาตลอด แต่ถึงยังงั้นก็เถอะผมก็รู้สึกดีกับทุกๆวันนะที่ได้คุยกับตัวเองในทุกๆวัน หรือผมอาจจะบ้าไปแล้วฮ่าๆ ก็เล่นไม่มีใครคุยด้วยบ่อยๆ คุยกับต้วเองว่าเราจะทำอะไรในวันนี้มันก็สนุกไปอีกแบบ แต่ไม่ว่าท้องฟ้าจะมืดขนาดไหนก็ยังมีแสงรำไรในครอบครัวช่วยเหลือผมตลอด บุคคลนั้นก็คือ แม่ของผมเอง แม่ของผมเรียนจบแค่ ป.4 เองครับ เขาเป็นคนที่ขายของตั้งแต่อายุ 12 จนตอนนี้เขาอายุ 49 แล้วเขายังไม่หยุดขายเลยครับ ฮ่าๆเพราะว่าสมัยก่อนยายหรือ(แม่ของแม่ผม)เขาไม่ค่อยส่งลูกผู้หญิงเรียน ส่งแต่ลูกผู้ชายเรียน แม่ของผมเลยจบได้แค่ ป.4 เองครับ เขาเล่าว่าสิ่งแรกที่เขาขายจะเป็นลูกอม ก็คือจะช่วยยายของผมขายของ พอมีวันไหนที่มีซุ้มลิเกตามงานวัด แม่ของผมกับยายก็จะเก็บของตั้งแต่ตี 4 รอติดรถของชาวบ้านเพื่อไปวางขายของตามหน้างาน และต่อมาน่าจะเป็นก๋วยเตี๋ยวเนื้อและลูกชิ้นครับก็ขายกันมาพักใหญ่อยู่และยายของผมก็ช่วยขายต่อไม่ไหวเพราะว่าท่านแก่แล้ว ยายของผมก็เลยหยุดขายของ ก็มีแต่แม่ของผมขายคนเดียว มาตลอดครับ นี่เป็นจุดเริ่มต้นที่ผมมีแม่เป็นไอดอลเลยครับ เวลาผมมีปัญหาอะไร ผมก็จะมุ่งตรงไปถามกับเขาคนแรกเลยว่า มันควรทำยังไงต่อไป มันจะมีทางแก้ไหม เขาก็เป็นที่ปรึกษาที่ดีให้กับผมมาตลอด ผมมักจะเก็บรูปผมกับแม่ของผมไว้หลังเคสโทรศัพท์ไว้เป็นแรงบันดาลใจเวลาที่ผมทำอะไรผิดพลาดไป หรือว่าเวลาที่ผมเหนื่อยล้าจาก หน้าที่เวลาที่ผมไม่มีแรงเพียงแค่ผมพลิกโทรศัพท์ ผมไม่รู้นะทำไมรู้สึกได้กำลังใจอะไรบางอย่าง อย่างบอกไม่ถูก แต่ที่เล่ามาทั้งหมดไม่ได้จะบอกว่าแม่ของผมเป็นคนเก่งกาจสามารถอะไรนะครับ แต่เรื่องในวันนี้ก็คือ ผมใช้ชีวิตของผม ผมก็พูดละเมอ เพ้อฝันของผมให้ท่านฟังว่าอยากได้สิ่งของบางอย่าง(ไม่เกิน 10,000 บาท) แบบที่ผมทำปกติเวลาผมอยากได้ของอะไรผมก็จะมาอ้อนท่าน แต่รอบนี้ดูเหมือนเขาจะไม่ตอบรับอะไรผม ในทุกๆทีเขาจะบอกว่าถ้า เกรด ถึงจะซื้อให้ ถ้าทำตัวดีจะซื้อให้ แต่ตอนนี้เขากลับไม่พูดอะไร และก้มหน้าก้มตาทำงาน และเขาไม่พูดกับผมมาสักพักใหญ่ เกือบจะ สัปดาห์ได้แล้ว ผมไม่รู้ว่าท่านเป็นอะไร ผมไม่กล้าจะที่เข้าไปถามว่าเขาเป็นอะไร แม้แต่จะสบตาผมยังหลบ ตอนนี้ก็เท่ากับว่าเหมือนผมอยู่คนเดียวมาตลอด ผมใช้ชีวิตคนเดียวมาสักเกือบสองสัปดาห์แล้ว ไปนั่งกินข้าวผมก็ตักมากินต่างหาก จะไปไหนเขาก็ไม่เคยถามผมสักคำ หรือว่าเขาอาจจะเหนื่อยมากๆแล้วครับ เขาอาจจะยากอยู่คนเดียวแบบที่ผมได้อยู่หรือป่าวครับ ถ้าเป็นไปได้ผมควรไปกราบขอโทษท่านที่ผมขอมากไป หรือป่าวครับ ผมไม่เคยทำงานเหนื่อยเพื่อเลี้ยงครอบครัวมาก่อน ผมอาจจะไม่รู้ค่าของเงิน แต่ผมอยากจะบอกว่าถ้าผมขอมากไปผมกราบขอโทษด้วยนะครับผมจะไม่ขออะไรอีกแล้ว เพราะตอนนี้คนที่ผมปรึกษาได้คนเดียวมีแค่แม่ของผมเท่านั้นเองครับ
*แท็กผิดห้องขออภัยด้วยนะครับ
แม่ของผมเขาเหนื่อยมากๆแล้วหรอครับ
*แท็กผิดห้องขออภัยด้วยนะครับ